“คณิน” เชียร์เซ็ตซีโร่ "องค์กรอิสระ-ศาลรัฐธรรมนูญ" ใหม่ทั้งหมด
นายคณิน บุญสุวรรณ อดีตสสร.ปี2540กล่าวถึงกรณีที่เกิดความขัดแย้งทางความคิดระหว่างคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.)กับกรรมการบางคนในองค์กรอิสระในประเด็นที่ว่าควรจะมีการเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ (Set Zero) ทุกองค์กรหรือไม่หรือว่าควรจะให้เปลี่ยนแต่เฉพาะคนที่ขาดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญใหม่เท่านั้น ว่า ปัญหาเกี่ยวกับเรื่องนี้เกิดขึ้นเพราะบทเฉพาะกาลมาตรา 273 ของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้กำหนดให้บรรดาองค์กรอิสระทั้งหลาย ซึ่งตั้งขึ้นตามคำสั่งคสช.หลังการรัฐประหารยังคงอยู่ในตำแหน่งต่อไปหลังจากที่รัฐธรรมนูญใหม่ประกาศใช้ส่วนจะอยู่ในตำแหน่งต่อไปได้นานแค่ไหนขึ้นอยู่กับที่จะบัญญัติไว้ในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้อง และยังได้กำหนดไว้ในมาตรา 267 อีกด้วยว่าเมื่อสนช.พิจารณากฎหมายลูกเสร็จต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระที่เกี่ยวข้องตรวจสอบก่อนว่าตรงตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญหรือไม่ซึ่งถ้าศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระไม่พอใจโดยอาจจะอ้างว่าไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญการปฏิบัติก็จะส่งคืนมาที่สนช.และจะต้องตั้งกรรมาธิการวิสามัญจำนวน 11 คนพิจารณาซึ่งก็จะทำให้การออกกฎหมายลูกยึดเยื้อล่าช้าออกไปอีก
ทั้งนี้การที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้แบบนี้จะมีผลทำให้องค์กรอิสระ และศาลรัฐธรรมนูญที่จะเกิดขึ้นไม่ว่าจะมีการเซ็ตซีโร่หรือไม่ก็ตามไม่มีความเป็นอิสระ และความเป็นกลางเหตุเพราะเกิดจากการต่อรอง และยื้อแย่งกันของผู้มีส่วนได้เสียอันได้แก่กรธ.สนช.องค์กรอิสระศาลรัฐธรรมนูญและแม้แต่คสช.ซึ่งเป็นผู้แต่งตั้งทั้งกกต.สนช.องค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญดังกล่าว รวมทั้งเป็นผู้แต่งตั้งส.ว. 250 คน ซึ่งจะทำหน้าที่ให้ความเห็นชอบในการแต่งตั้งองค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญในอนาคตอีกด้วย
นายคณิน กล่าวต่อว่า ความเป็นอิสระและความเป็นกลางของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ ถือเป็นความจำเป็นอย่างยิ่งยวดถ้าอยากจะเห็นการเมืองและระบอบประชาธิปไตยมีการปฏิรูปและพัฒนาอย่างยั่งยืนการปราบโกง หรือการยกระดับมาตรฐานทางจริยธรรมของนักการเมือง และข้าราชการรวมทั้งพ่อค้านักธุรกิจภาคเอกชนจะเป็นไปไม่ได้เลยถ้าหากองค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญปราศจากความเป็นกลางและความเป็นอิสระอย่างแท้จริง ดังนั้นเพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ที่ได้ผ่านความเห็นชอบของประชาชนในการออกเสียงประชามติตนจึงขอเสนอให้มีการดำเนินการเกี่ยวกับองค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่1.ให้มีการสรรหาตุลาการและกรรมการในองค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งหมดตามขั้นตอนและกระบวนการที่กำหนดในรัฐธรรมนูญเพื่อไม่ให้เป็นการลักลั่นและเลือกปฏิบัติ
นายคณิน กล่าวต่อว่า 2.เมื่อกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญประกาศใช้ให้ดำเนินการตามกระบวนการสรรหาและแต่งตั้งกรรมการและตุลาการในองค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญให้เสร็จภายใน 60 วันสำหรับกกต.นั้นถึงแม้จะต้องสรรหาใหม่ให้เสร็จภายใน60วันกกต.ชุดใหม่ก็ยังมีเวลาเหลือที่จะจัดการเลือกตั้งให้บริสุทธิ์ยุติธรรมได้อีกภายใน90วันเพราะรัฐธรรมนูญให้จัดการเลือกตั้งให้เสร็จภายใน 150 วันนับแต่วันที่กฎหมายลูก 4 ฉบับประกาศใช้ส่วนการได้มาซึ่งส.ว.นั้นภาระของกกต.ก็เพียงจัดให้มีการเลือกไขว้และเลือกกันเองจากระดับอำเภอจังหวัดถึงส่วนกลางให้ได้ 200 คน เพื่อให้คสช.เลือกเหลือ50คนเท่านั้นส่วนส.ว.อีก 200 คนเป็นภาระของคสช.จะเป็นผู้เลือกทั้งหมดดังนั้นจึงไม่น่าจะมีปัญหาอะไร3.สำหรับผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญเดิมถ้ามีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กำหนดในรัฐธรรมนูญใหม่ก็ควรให้โอกาสที่จะสมัครเข้ารับการสรรหาใหม่ด้วย
นายคณิน กล่าวต่ออีกว่า 4.ควรห้ามมิให้กรธ.และสนช.ดำรงตำแหน่งใดๆในองค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญเหตุเพราะเป็นผู้มีส่วนได้เสียโดยตรงเพื่อป้องกันข้อครหาว่าส่งคนของตัวเข้าไปคุมองค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญส่วนคสช.ครม.และสปท.นั้นถึงแม้จะไม่มีส่วนได้เสียโดยตรงในการเขียนกฎหมายลูกดังกล่าวแต่เนื่องจากรัฐธรรมนูญไม่ได้ห้ามมิให้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองไม่ว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรีส.ส.ส.ว.รวมทั้งข้าราชการการเมืองอื่นซึ่งอยู่ในข่ายที่จะต้องถูกตรวจสอบโดยศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ ดังนั้นจึงควรห้ามมิให้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญด้วยองค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญจึงจะได้ชื่อว่าเป็นกลางและเป็นอิสระจากฝ่ายการเมืองทุกขั้วอย่างแท้จริง





