"มีชัย" ประธาน กรธ. แจงม.202(1) ปิดช่องเวียนเก้าอี้กก.องค์กรอิสระ ชี้ม.267 สนช.ตีตกร่างกมธ.ร่วมต้องร่างใหม่
นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมถึงคุณสมบัติต้องห้ามของคณะกรรมการองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ฉบับผ่านประชามติมาตรา 216 (3) ประกอบมาตรา 202 (1) ห้ามเคยเป็นองค์กรอิสระมาก่อนว่า ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการสรรหาเพราะกฎหมายลูก กกต. ที่จะออกมาเรากำหนดให้คณะกรรมการสรรหาตามมาตรา 203 วินิจฉัยเองไม่ต้องมีคนมาร้อง
โดยจะทำการสอบประวัติทุกคนของทุกหน่วยงาน ใครขาดคุณสมบัติก็ชี้มา ส่วนเจตนารมย์ของกรธ.ในมาตราดังกล่าว ไม่ต้องการให้บุคคลเดิมทำหน้าที่ซ้ำไปซ้ำมาอีก แต่ตอนที่กรรมการองค์กรอิสระที่เข้ามาได้ตามรัฐธรรมนูญเดิม เพราะไม่มีข้อห้ามนี้ กรธ.จึงให้คณะกรรมการสรรหาหาข้อยุติไม่ต้องไปถึงศาลรัฐธรรมนูญ
ทั้งนี้ เชื่อว่าการชี้ขาดคุณสมบัติและการสรรหากรรมการองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้ จะไม่กระทบต่อการเลือกตั้งที่ผ่านมา เวลากกต.ครบวาระเข้ามาใหม่ยกชุดก็ยังทำงานกันได้ หากไม่มีการสรรหากกต.ใหม่เลย กกต.เดิมเขาก็ต้องศึกษาเนื้อหาในรัฐธรรมนูญและกฎหมายลูกที่เกี่ยวข้องอยู่ดี
เมื่อถามว่า การให้อำนาจคณะกรรมการสรรหามาตรา203 สรรหาบุคคลนอกเหนือจากที่มารับสมัครได้จะมีประเด็นการเมืองหรือไม่ นายมีชัยกล่าวว่า ประธานคณะกรรมการสรรหากำหนดให้เป็นประธานศาลฎีกาคงไม่มีเหตุอะไรจะกลายเป็นเรื่องการเมือง ที่ผ่านมาสรรหากันตามที่มาสมัครก็โดนเรื่องใครเป็นคนของใคร จึงเปิดช่องให้กว้างขึ้นมองคนนอกได้มันเป็นของใหม่ต้องลองใช้แล้วศึกษาข้อดีข้อเสีย ใครมีหน้าที่อะไรก็ทำไปตามรัฐธรรมนูญให้เดินไปตามโรดแมป
เมื่อถามว่า ขั้นตอนผ่านกฎหมายลูกตามมาตรา 267 หากสนช.มีมติ 2 ใน 3 ตีตกกฎหมายลูกของกมธ.ร่วมระหว่างสนช.กรธ.และองค์กรอิสระที่เกี่ยวข้องจะทำอย่างไรเพราะไม่ได้กำหนดไว้ นายมีชัยกล่าวว่า หากไปถึงการตั้งกมธ.ร่วมแสดงว่าสนช.ต้องมีการแก้ไขร่างกฎหมายลูกที่ขัดต่อเจตนารมย์ของกรธ.แล้วเมื่อกมธ.ร่วมเสนอร่างกฎหมายให้สนช.อีกครั้งแล้วถูกตีตกด้วยเสียง 2 ใน 3 มาตรา 267 ไม่ได้บอกว่าให้สนช.ไปนำร่างเดิมที่แก้ไขก่อนมีการตั้งกมธ.ร่วมมาลงมติเห็นชอบใหม่อีกครั้งคิดว่าเมื่อเป็นเช่นนั้นรัฐบาลคงต้องเป็นผู้ร่างกฎหมายลูกตัวนั้นมาให้สนช.พิจารณาใหม่เองหรือหากยังไม่ครบกำหนด8เดือนกรธ.อาจจะร่างให้ใหม่ได้
นายมีชัย กล่าวว่าสำหรับกรธ.คงไม่ทักท้วงถึงขนาดคุยกันไม่ได้จนต้องไปตั้งกมธ.ร่วมเพราะเข้าใจว่าเป็นเรื่องของความเห็นต่างแต่ต้องไม่กระทบหลักการ เช่นเห็นต่างเรื่องโทษประหารชีวิตจึงแก้ให้เหลือจำคุก 20 - 30 ปีแทน แบบนี้ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย สิ่งที่เรานำเสนอไปต้องสุดโต่งพอไปถึงขั้นต่อไป เขาอาจปรับเปลี่ยนได้ความเห็นต่างสามารถคุยกันได้เชื่อว่าไม่น่ามีประเด็นขัดแย้งรุนแรง





