ไต่สวนพยานจำเลยคดีจำนำข้าว นัดที่ 6 "ทนุศักดิ์ เล็กอุทัย" อดีต รมช.คลัง เบิกความยัน โครงการจำนำข้าวไม่เกินกรอบวงเงิน 5 แสนล้านบาท
ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ถ.แจ้งวัฒนะ นายชีพ จุลมนต์ รองประธานศาลฎีกา เจ้าของสำนวนคดีจำนำข้าว พร้อมองค์คณะรวม 9 คน ได้ไต่สวนพยานจำเลยนัดที่ 6 คดีหมายเลขดำ อม.22/2558 ที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อายุ 49 ปี อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นจำเลย ในความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ และเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 กรณีละเลยไม่ดำเนินการระงับยับยั้งโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งทำให้รัฐเสียหายกว่า 5 แสนล้านบาท
โดยก่อนจะเริ่มไต่สวนพยาน องค์คณะฯ ชี้แจงว่า อัยการโจทก์ ได้ยื่นคำร้อง ระบุว่าเมื่อวันที่ 7 ต.ค.ขณะกำลังจะออกจากห้องพิจารณา มีบุคคลชาย-หญิงที่เข้ามาร่วมฟังการพิจารณาคดี แสดงพฤติกรรมลักษณะข่มขู่โจทก์ด้วยการจ้องหน้าด้วยความเครียดแค้น จนทำให้เกิดความหวาดกลัวกดดันในการทำคดีนี้ ดังนั้นศาลจึงจะออกข้อกำหนดเตือนผู้ที่อยู่ในห้องพิจารณาและบริเวณโดยรอบศาล ห้ามแสดงพฤติกรรมข่มขู่โจทก์ - จำเลย และพยานในลักษณะที่เกรงว่าจะเกิดอันตรายต่อร่างกายและทรัพย์สินของโจทก์ - จำเลย และพยาน รวมทั้งห้ามพกพาอาวุธ หรืิอถ่ายภาพในห้องพิจารณา และกระทำการใดอันเป็นการละเมิดอำนาจศาล ซึ่งองค์คณะฯ จะติดประกาศข้อกำหนดนี้ไว้ที่หน้าอาคารศาล โดยให้ทุกคนปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด หากผู้ใดฝ่าฝืน จะถูกลงโทษฐานละเมิดอำนาจศาล
ส่วนบุคคลที่โจทก์อ้างถึงและมีภาพถ่ายยืนยันต่อศาลแล้ว ศาลจะออกหมายเรียกมาไต่สวนในวันที่ 9 ธ.ค.นี้ เวลา 09.30 น. โดยองค์คณะ กล่าวกับคู่ความทั้งสองฝ่ายอีกว่า หากเป็นการกระทำที่เกิดขึ้นจริง ถือว่าอาจทำให้คดีนี้เกิดความไม่เป็นธรรมกับทุกฝ่าย
ส่วนพยานที่ฝ่ายจำเลย เตรียมให้ศาลไต่สวนวันนี้ มี 2 ปาก คือ นายอำพน กิตติอำพน อดีตเลขาธิการคณะรัฐมนตรี และนายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย อดีต รมช.คลัง รัฐบาลยิ่งลักษณ์
เมื่ิอถึงเวลาไต่สวน ทนายความจำเลย ได้นำนายทนุศักดิ์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย อดีต รมช.คลัง และอดีตประธานกรรมการ (บอร์ด) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธกส.) เข้าไต่สวนก่อนสรุปว่า หลังจากโครงการรับจำนำข้าวผ่านความเห็นจาก กกต.แล้ว กรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยจึงศึกษาราคารับจำนำตามความเหมาะสมก่อนกำหนดเป็นราคารับจำนำ 15,000 บาทต่อตัน โดยมีวัตถุประสงค์หลักช่วยเหลือเกษตรกรผู้ยากจนที่มีจำนวนกว่า 90 % ทั่วประเทศ แต่ยอมรับว่ายังมีเกษตรกรรายใหญ่ที่ได้รับประโยชน์โครงการด้วยแต่มีจำนวนน้อยกว่า
ขณะที่นายทนุศักดิ์ ยังตอบการถามค้านของอัยการโจทก์ด้วยว่า ที่พยานได้เป็น ประธาน ธกส.นั้น รมว.คลัง ใช้อำนาจแต่งตั้งตาม พ.ร.บ.ธนาคารเพื่ิอการเกษตรและสหกรณ์ พ.ศ.2509 มาตรา 18 และ 21 วรรคหนึ่ง โดย ธกส.เป็นหน่วยงานหลักในโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งนอกจากทำหน้าที่จ่ายเงินให้เกษตรกรแล้ว ยังส่งผู้แทนร่วมประชุมใน กขช.และร่วมในคณะอนุกรรมการระบายข้าว โดยเมื่อได้เงินจากการขายข้าวแล้ว ธกส.จะพิจารณาตามที่ได้รับมอบหมายจาก ครม.ในการชำระหนี้ซึ่งจะพิจารณาจาก รอบเงินกู้ที่ต้องชำระก่อน โดยทุกอย่างทำตามกฎหมายสามารถตรวจพิสูจน์ได้
นายทนุศักดิ์ พยานจำเลย ยังกล่าวถึงกรอบวงเงินโครงการ 5 แสนล้านบาทด้วยว่า แม้เงินกู้ที่นำมาใช้รับจำนำข้าวแต่ละฤดูกาล อาจจะมีจำนวนสูง แต่ยอดเงินรวมบัญชีในโครงการที่รัฐบาลรับจำนำข้าว 5 ฤดูกาลนั้นไม่ได้ใช้เกินกรอบวงเงิน 5 แสนล้านบาทที่กำหนดไว้ ขณะที่การขายข้าวก็กำหนดราคาตามกลไกตลาด ไม่ได้ตั้งจากราคาทุนที่รับจำนำ
“เราไม่ได้คิดเรื่องการขาดทุน แต่เป็นการลงทุนกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างโอกาสให้กับสังคม หากเราทำโครงการรับจำนำข้าวแล้วจะต้องทิ้งคนกลุ่มหนึ่งกลุ่มใดก็ไม่ได้ต้องช่วยกันหมด”
ทั้งนี้ นายทนุศักดิ์ พยานจำเลย ยังเบิกความตั้งข้อสังเกตถึงหนี้ค้างชำระด้วยว่า ณ วันที่ 18 ก.ย.57 มียอดหนี้ 4.1 แสนล้านบาท แต่เมื่อผ่านมา 10 กว่าวันโดยวันที่ 30 ก.ย.57 ทำไมมียอดสูงถึง 6.74 แสนล้านบาท
โดย นายทนุศักดิ์ พยานจำเลย เบิกความปฏิเสธด้วยว่า หลังจากที่ ธกส.จ่ายเงินค่าจำนำข้าวให้ชาวนาแล้ว ไม่มีข้อเท็จจริงว่ามีโรงสีไปเรียกเก็บเงินจากชาวนาอีก พร้อมยืนยันว่าการสวมสิทธิ์ชาวนานั้นก็ทำได้ยากเพราะมีหลักเกณฑ์กำหนดไว้ และการจ่ายเงินของ ธกส.ก็จ่ายตามใบประทวน ขณะที่ นายทนุศักดิ์ พยานจำเลย ตอบการซักถามขององค์คณะฯ ในประเด็นการนำเงินระบายข้าวมาใช้ในโครงจำนำข้าวด้วยว่า การนำเงินมาใช้นั้นเป็นไปตามมติครม.เมื่อวันที่ 22 ต.ค.55 ตามข้อเสนอของสำนักงบประมาณเพื่อให้มีสภาพคล่องในการทำงาน ซึ่งพยานเข้าใจว่าสำนักงบประมาณคงคิดแล้วว่าครม.จะใช้อำนาจอะไร เพื่อนำเงินจากการระบายข้าวไปชำระเงินกู้ก่อน จึงจะกู้ใหม่ได้ และก่อนนำเรื่องเข้าที่ประชุม ครม.ฝ่ายเศรษฐกิจจะมีการหารือกันก่อน แต่พยานเป็น รมช.คลังครั้งแรก จึงไม่ทราบว่าเคยมีการใช้เงินแบบนี้มาก่อนหรือไม่
ภายหลังไต่สวน นายทนุศักดิ์ พยานจำเลย เสร็จสิ้นแล้วศาลได้นัดไต่สวนพยานจำเลยครั้งต่อใปวันที่ 9 ธ.ค.นี้ เวลา 09.30 น.
ส่วน นายอำพน พยานจำเลยอีกปากที่ทนายความ เตรียมจะนำมาไต่สวนวันนี้ ปรากฏว่า มีอาการป่วยจากโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ และมีเลืิอดออกหลังการผ่าตัดทำบอลลูนหัวใจ ซึ่งแพทย์วินิจฉัยขอให้ยุติการทำภารกิจต่างๆ ไว้ก่อน ศาลจึงให้เลื่อนไต่สวนพยานปากนี้ก่อน โดยให้ทนายความบริหารบัญชีพยานจำเลยใหม่และส่งให้พิจารณาภายใน 15 วัน ขณะที่ศาลกำชับให้ทนายความ ประสานพยานที่จะมาไต่สวน หากมีเหตุขัดข้องให้นำพยานปากอื่นมาไต่สวนแทน





