"มีชัย" ยัน "กรธ." ไม่ฟุ้งซ่าน ชี้กกต.จังหวัดมีปัญหา จึงเสนอผู้ตรวจการเลือกตั้ง
คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) จัดงานสัมมนา "การรับฟังความคิดเห็นร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมด้วนว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. โดยนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรธ.กล่าวเปิดงานว่า กฎหมายลูกว่าด้วยกกต.และพรรคการเมือง เป็นองคาพยพสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง เมื่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ผ่านร่างกฎหมาย2ตัวนี้ กรธ.ก็จะดำเนินการส่งร่างกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. และร่างกฎหมายว่าด้วยการได้มาซึ่งส.ว.ให้สนช.พิจารณาต่อไป เมื่อสนช.ผ่าน 4 กฏหมายลูกนี้แล้ว ก็จะทำให้เรารู้ถึงกำหนดวันเลือกตั้ง แต่ทั้งนี้ก็ไม่สามารถรู้ได้ว่า หน้าตาจะต่างไปจากร่างที่กรธ.เสนอไปมากน้อยแค่ไหน สำหรับกฎหมายว่าด้วยกกต. เรื่องคุณสมบัติคณะกรรมการกรธ.ได้คัดลอกมาจากเนื้อหาที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับผ่านประชามติ แต่กลับมีคนเข้าใจผิดคิดว่า กรธ.เขียนต่างไปจากกฎหมายแม่ เพื่อต้องการกลั่นแกล้งกัน
นายมีชัย กล่าวว่า เรื่องคุณสมบัติไม่ว่าของกกต. หรือองค์กรอิสระอื่น กรธ.เข้าใจว่า กรรมการเหล่านี้มีที่มาตามรัฐธรรมนูญฉบับเดิม ขณะที่กรธ.ได้กำหนดคุณสมบัติใหม่ขึ้นมา หลายคนหงุดหงิดอยากให้กรธ.ชี้ขาด แต่เราทำไม่ได้เพราะผู้ที่จะทำหน้าที่ชี้ขาดเรื่องนี้คือ คณะกรรมการสรรหา หลายคนอยากให้ผ่อนปรนเรื่องคุณสมบัติกรรมการองค์กรอิสระ ซึ่งกรธ.ก็ได้ผ่อนปรนเอาไว้ในบางส่วนคือ สนช. ที่จำเป็นต้องทำหน้าที่ต่อไป จนกว่าจะเลือกตั้งเสร็จ มีทั้งเรื่องที่ยกเว้นและไม่ยกเว้นให้ ถ้าไม่มีเหตุผลพอ เช่น ยกเว้นให้สนช.ที่เป็นเจ้าของกิจการได้ แต่ในกรณีที่ถือหุ้นในกิจการที่เกี่ยวข้องกับสัมปทานรัฐ เราก็ไม่ผ่อนให้ เพื่อเป็นมาตราฐานเดียวกับส.ส. แต่ทั้งนี้ผู้ชี้ขาดก็คือศาลรัฐธรรมนูญสนช.ต้องยื่นถามเรื่องนี้ด้วยตัวเอง ส่วนกรรมการสรรหาที่ลงคะแนนกัน 30 รอบ ไม่ควรเกิดขึ้นอีก เลือกกัน 2-3 รอบควรพอได้แล้ว และหากถูกสภาปฏิเสธ ก็ไม่ควรถูกเสนอเข้ามาอีก เหมือนอย่างการเลือกตรวจการแผ่นดินของสนช.
“กรธ.ไม่เคยคิดฟุ้งเฟ้อเพ้อเจ้อตามอารมณ์ เราเขียนกฎหมายลูกให้สอดคล้องไปตามหลักการสำคัญของรัฐธรรมนูญฉบับผ่านประชามติ เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงการปฏิรูป ขจัดการทุจริตอย่างจริงจังด้วยการลงโทษอย่างรุนแรง จนทำให้บางท่านที่ตามไม่ทันรับไม่ได้ คิดว่าเป็นการกลั่นแกล้งเฉพาะตัว แต่ยืนยันว่า ข้อกำหนดที่ใช้กับกกต. ก็จะนำไปใช้กับองค์กรอิสระอื่น รวมถึงศาลรัฐธรรมนูญด้วย แต่ก็ต้องขึ้นกับรายละเอียดที่แตกต่างกัน มันจึงอาจเป็นเรื่องช่วยไม่ได้ เพราะกฎหมายกกต.เกี่ยวกับการเลือกตั้งจึงต้องออกมาก่อน กรธ.ทำงานกันอย่างหนัก ไม่มีเวลาว่างคิดฟุ้งซ่าน” นายมีชัย กล่าว
นายมีชัย กล่าวว่า สำหรับเรื่องกกต.จังหวัด กรธ.ฟังความเห็นมาแล้วพบว่า มีไม่ถึง 5 เปอร์เซ็นต์ ที่กกต.จังหวัดไว้ใจได้ และปัญหามักเกิดมาจากกกต.จังหวัด ที่ให้เหตุผลว่าต้องดูแลเลือกตั้งท้องถิ่น ก็พบว่า ทำหน้าที่มอบหมายให้ส่วนท้องถิ่นไปจัดการเลือกตั้ง จับการทุจริตไม่ได้สมกับเรื่องเล่าลือ กำนันเงินหมื่น อบต.เงินแสน ประสิทธิภาพการทำหน้าที่กกต.จังหวัดไม่ได้เป็นไปอย่างที่คิด กรธ.จึงเสนอผู้ตรวจการเลือกตั้ง เพื่อลองเปลี่ยนใหม่ ยืนยันว่า ไม่ได้ฟุ้งซ่าน แต่เกิดจากความคิดตรึกตรองกันอย่างดี แล้วเจ้าหน้าที่กกต.ที่มารับฟังกรธ.ก็บอกสามารถทำได้ ขณะที่บทบาทของกกต.เราก็มีการเพิ่มอาวุธ ช่องทางหาข้อมูลหลักฐาน และอาจไปไกลถึงให้รางวัลนำจับ แต่ก็ยอมรับว่าอันตรายหากมีการกลั่นแกล้งกัน ก็กำหนดไว้ว่า หากกลั่นแกล้งจะเจอโทษทีรุนแรง สำหรับโครงสร้างกกต. 7 คน ที่เพิ่มมา 2 คน จากสายศาลก็เพื่อเน้นป้องกันการทุจริต ต้องใช้คนที่เชี่ยวชาญทางกฎหมาย โดยถอดแบบมาจากองค์คณะผู้พิพากษา
“ภาพรวมของรัฐธรรมนูญและกฎหมายลูกทั้งหมด ที่เกี่ยวกับองค์กรอิสระทั้ง 5 และศาลรัฐธรรมนูญ จะเป็นเครื่องค้ำยันระบอบการเมืองการปกครองของเราให้ไปข้างหน้าอย่างมีสมเหตุสมผล เพื่อพัฒนาประเทศของเราได้อย่างเต็มที่ อาจดูเข้มงวดรุนแรงบ้าง แต่ทั้งหมดเราเขียนจากสิ่งที่เกิดขึ้น ผมยังแอบฝันถึงวันนึงที่สหรัฐอเมริกาจะต้องมาเลียนแบบอะไรที่แปลกใหม่จากเรา เนื่องจากเรามีประสบการณ์มามาก แล้วก็พยายามแก้ปัญหาทุกรูปแบบมาใส่ไว้ในรัฐธรรมนูญและกฎหมายลูก” นายมีชัย กล่าว
จากนั้นนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่างถึงหลักการของร่างกฎหมายกกต.ที่นำเสนอ ว่า ต้องการทำให้กกต.มีบทบาทสำคัญ 3 ข้อ คือ1. ทำให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งให้มากที่สุด เพราะถ้าใช้สิทธิกันมาก การทุจริตก็จะน้อย 2. ทำให้การใช้สิทธิอยู่บนพื้นฐานของความเข้าใจ และ3. ทำให้มีกลไกป้องกันการทุจริตเลือกตั้ง อยากขอเรียกร้องทุกพรรคการเมืองที่มา ร่วมกันแสดงความเห็นอย่างเต็มที่ ส่วนกรธ.ก็ควรรับฟังอย่างจริงใจ ไม่ใช่ใช้งบประมาณ จัดงานเป็นพิธิกรรม แล้วก็ไม่นำเอาข้อเสนอไปใช้ แต่ร่างที่กกต.เสนอมาเป็นคนละเรื่องกับที่กรธ.เขียน
“ผมอาจทำให้ต้องวงแตกกันนิดนึง เช่น เราเสนอมาให้มีกกต.จังหวัดเหมือนเดิม แต่กรธ.เขียนกลับไม่มี แล้วมีผู้ตรวจการเลือกตั้งขึ้นมาแทน ซึ่งผมว่ามันเป็นกลไกที่ใช้ไม่ได้กรธ.ควรเขียนกฎหมายแล้วเปิดให้เราได้วิจารณ์กัน แล้วผมจะวิจารณ์เอง เพราะผมทำเพื่อบ้านเมือง ไม่ได้ทำเพื่อรักษาหน้าใคร กกต.เสนออะไรไม่เหมาะสมก็วิจารณ์ได้ อยากให้สังคมไทยใช้ความจริงมาคุยต่อหน้ากัน ไม่ใช่เกิดมานานกว่าร่างกฎหมายมาหลายฉบับกว่า แล้วหมายความว่าต้องเก่งกว่า” นายสมชัย กล่าว





