"นายกรัฐมนตรี" ขอรอช่วงเวลาเหมาะสมในการถวายพระนาม "มหาราช" ในหลวงรัชกาลที่ 9 ระบุประทับใจทุกช่วงชีวิตเป็นข้าแผ่นดิน
ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวถึงการรอถวายสมัญญานามในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็น “มหาราช” ว่า ต้องเสร็จสิ้นในเรื่องราชพิธีก่อน อย่าไปคิดทำอะไรเร็วตอนนี้ โดยที่ทุกคนคิดนั้นดีอยู่แล้วเพียงแต่เวลาวันนี้เหมาะสมหรือไม่ ถ้าคิดไว้ก่อนก็ได้ แต่อย่าเพิ่งสร้างการรับรู้หรือรับการบริจาคทำไม่ได้ เพราะการจะสร้างอะไรรัฐบาลจะต้องอนุมัติและทำเรื่องขอไปยังสำนักพระราชวัง ทั้งการสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ ถวายสมัญญานามเป็นมหาราช ซึ่งต้องผ่านครม. วันนี้ครม.ทำงานให้ประเทศชาติมีความสงบปลอดภัย ทำเรื่องราชพิธีให้ถูกต้องตามโบราณประเพณี เรื่องนี้ทำวันนี้ใช่ว่าจะเสร็จวันนี้ ต้องดูเวลาที่เหมาะสม เพราะทุกคนตั้งใจทำถวายอยู่แล้ว รัฐบาลเองก็คิดมาโดยตลอด แต่ไม่ใช่เวลานี้ที่จะมาพูดกัน
สำหรับปฏิทินวันสำคัญที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงจะสามารถกำหนดได้เมื่อมีรัชกาลใหม่ และทุกอย่างเป็นเรื่องของสำนักพระราชวังซึ่งจะกำหนดมา แต่คิดว่าวันสำคัญต่างๆเกี่ยวกับในหลวงรัชการที่ 9 จะยังคงมีอยู่ เพราะท่านทรงทำอะไรเพื่อประเทศไทยไว้เยอะแยะ เพียงแต่ว่าจะต้องเปลี่ยนหรือเรียกชื่อใหม่ ซึ่งเขากำลังหารือกันอยู่ ทุกอย่างอยู่ในขั้นตอน อย่าใจร้อน
"ตนมีความประทับใจต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ว่า ประทับใจในทุกบทบาทของตนเองที่เป็นข้าแผ่นดินมาตลอดระยะเวลา ไม่ว่าจะก่อนเป็นทหาร เป็นทหาร กระทั่งมาเป็นนายกฯ ถือว่าเป็นข้าแผ่นดินมาตลอดชีวิต ที่เข้ามาเป็นทหารเพราะอะไร มีความกล้าหาญ ความเข้มแข็งเสียสละ จากทหารเก่าๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระองค์ทรงเป็นจอมทัพไทย ตนถึงอยากเป็นทหาร ตั้งแต่นั้นมาก็ทำหน้าที่ในฐานะทหารของกองทัพบก ได้ถวายงานในวาระที่เหมาะสม ที่ตนสามารถไปถวายงานได้ ซึ่งทุกคนทราบดีอยู่แล้ว พูดง่ายๆตนประทับใจพระองค์ท่านในทุกช่วงวัยทุกหน้าที่ของตน กับทุกเรื่องที่ทรงทำมาตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ ตลอดการครองราชย์ 70 ปี ด้วยพระอัจฉริยภาพ ท่านทำเพื่อประชาชนอย่างพวกเราอย่างแท้จริง ตนจะพยายามทำตามแนวทางของพระองค์ท่านที่วางไว้ให้มากที่สุด" นายกรัฐมนตรี กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ทั้งนี้ต้องคำนึงถึงสิ่งที่พระองค์ทรงทำไว้ ซึ่งเรียกว่าพระราโชบาย ถ้าเป็นรัฐบาลเรียกว่านโยบาย และนำไปสู่การปฏิบัติพระองค์ท่านก็ทรงทำเป็นตัวอย่าง คือการจัดตั้งศูนย์พัฒนาต่างๆ ซึ่งพระองค์ทรงทดลองและทรงทำเป็นแบบอย่าง วันนี้เราต้องนำทั้งหมดมาเป็นหลักการและประยุกต์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน วันนี้รัฐบาลกำลังทำอยู่ ไม่ว่าจะเป็นด้านการเกษตรต่างๆ มีครบหมด แม้แต่เรื่องของข้าวที่พระองค์ได้รับสั่งไว้หลายวาระด้วยกัน อย่าเอาวาระนี้ไปตีกับวาระนู้น ต้องไปดูว่าท่านรับสั่งเรื่องอะไรไว้บ้าง เช่นให้คนไทยต้องปลูกข้าว ก็ต้องมาดูว่าทำอย่างไรให้คนไทยมีรายได้สูงขึ้น ท่านก็รับสั่งอีกวาระว่าอยากให้เกษตรกรมีรายได้สูง โดยวันนี้มีพันธะสัญญาต่างๆ คู่แข่งขันเยอะแยะ เราต้องประยุกต์มา ไม่ใช่ว่าไปห้ามคนปลูกข้าวนั้นเป็นไปไม่ได้ โดยตนจะให้มีการเรียกถึงมาตรการเกษตรอย่างยั่งยืนใหม่ ให้ครบทั้งต้นทางกลางทางปลายทาง อย่างการลดพื้นที่ปลูกข้าวเมื่อไม่เหมาะสมก็ให้ไปปลูกอย่างอื่นก่อนได้หรือไม่ เพื่อไม่เป็นภาระรัฐบาลในวันหน้า


