วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ระยะสั้นถูกกดดันจากเงินทุนไหลออก

ยังไม่เป็นลบต่อบรรยากาศการเทรด เพียงแต่การที่ตลาดอ่อนแอกว่าคาดและปรับลดลงต่ำกว่า 1505 จุด

UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ : ระยะสั้นถูกกดดันจากเงินทุนไหลออก

เราคาดตลาดระยะสั้นแกว่งตัว หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ที่ปรับขึ้นแรงในช่วง 4 วันทำการที่ผ่านมา ทำให้เงินทุนไหลออกจากตลาดเกิดใหม่ (Emerging market) และกดดันต่อการเคลื่อนไหวของดัชนีหุ้นไทย ทั้งนี้เมื่อประกอบกับการแข็งค่าของเงินเหรียญสหรัฐฯ ทำให้ตลาดหุ้นเกิดใหม่ รวมทั้งประเทศกลุ่ม TIP (ไทย อินโดนีเซีย ฟิลิปินส์) อาจเคลื่อนไหวแย่กว่า (Underperform) ตลาดหุ้นสหรัฐฯ และหุ้นโลก ในช่วงนี้ 

แม้ทรัมป์จะมีนโยบายการเมืองบางข้อสุดโต่ง แต่เราเชื่อว่าหลังการรับตำแหน่ง ทรัมป์จะมีการดำเนินนโยบายที่อยู่บนพื้นฐานความเป็นจริงมากขึ้น ซึ่งสัญญาณเบื้องต้น ได้แก่ ท่าทีต่อนโยบายแบนชาวมุสลิมที่หายไปจากเวปไซต์หาเสียง หรือท่าทีต่อการยกเลิกนโยบายประกันสุขภาพ (Obamacare) ที่อาจเพียงแก้ไขบางส่วน นอกจากนี้การดำเนินนโยบายต่างๆ ต้องได้รับเสียงสนับสนุจากทั้งสภาผู้แทนและวุฒิสภา ดังนั้นเราเชื่อว่าในระยะกลาง-ยาว โอกาสเกิดมาตรการแบบสุดโต่งที่ไม่เป็นมิตรกับตลาด น่าจะมีไม่มากนัก ทั้งนี้ตลาดอยู่ระหว่างประเมินผลกระทบจากนโยบายของประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐฯ

สำหรับปัจจัยอื่นๆ: ทีวีดิจิตอลกลับมาออกอากาศเกือบปกติ / จับตาการประมูลพันธบัตรไทย 10 ปี มูลค่า 1.6 หมื่นล้านบาท พุธนี้ / การหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นกับว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ วันพฤหัส

แนวรับ/แนวต้าน : 1485/1500-1505 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 40% : พอร์ตหุ้น 60%

คำแนะนำทางกลยุทธ์ : ยังไม่เป็นลบต่อบรรยากาศการเทรด เพียงแต่การที่ตลาดอ่อนแอกว่าคาดและปรับลดลงต่ำกว่า 1505 จุด ทำให้กรอบการเคลื่อนไหวขยับมาอยู่ที่ 1485-1500 การเก็งกำไรเน้นหุ้นที่มีประเด็นเฉพาะตัว รวมทั้งหุ้นที่ได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยขาขึ้น และมีฐานการผลิตหรือเติบโตอิงสหรัฐฯ ยังขอเลี่ยงหุ้นกลุ่มบันเทิงเนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะถูกปรับลดประมาณการ

// หุ้น top pick เชิงกลยุทธ์ BLA*, TU, ACAP* / เก็งกำไร TTA*, BJCHI*

ประเด็นเก็งกำไรเชิงกลยุทธ์ 

- หุ้นลงทุนในธุรกิจพลังงานเหมืองแร่: BJCHI*, STPI*, SQ*

- หุ้นที่มีธุรกิจ หรือฐานการผลิตในสหรัฐฯ: IVL, EPG, TU

- หุ้นกลุ่มเช่าซื้อและบริโภคเป็นบวก: S11*, TK*, TCAP*, TISCO*, DRT, ROBINS, CPALL

- หุ้นลุ้น SET ทะลุ 1520: ธนาคาร - KBANK SCB/ พลังงาน - PTTGC PTT PTTEP/ Valuation ถูก – HANA* BCP

- หุ้นโภคภัณฑ์: TTA* PSL* STA* TRUBB* KBS*

- หุ้นได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยขาขึ้น (เงินเฟ้อ): BLA*, TIP*, EASTW*

- หุ้นที่ได้รับแรงหนุนจากฤดูกาลปลายปี: TU, ROBINS, BCP, AP, BDMS, BH, BCH, DCC

หุ้นแนะนำ

BLA* (60) : คาดหุ้นผ่านจุดต่ำสุดที่เกิดจากการตั้งสำรองผลตอบแทนแล้ว ขณะที่ผลตอบแทนการลงทุนในอนาคตมีแนวโน้มดีขึ้นจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ปรับตัวเป็นขาขึ้นชัดเจน

TU (24.50) : กำไรปี 2560 เติบโต 16.6% สูงสุดในกลุ่มอาหาร ได้ปรับประโยชน์จากค่าเงินบาทอ่อน และการเติบโตมีโอกาสดีกว่าคาดจากการเข้าซื้อกิจการเพิ่มเติมในอนาคต สำหรับดีลล่าสุด Red Lobster ซึ่งเป็นเครือข่ายร้านอาหารทะเลที่ใหญ่ที่สุดในโลก คาดบริษัทสามารถพลิกให้ธุรกิจกลับมากำไรได้ในปี 2560

ACAP* (14) : มีรายได้หลักจากการปล่อยกู้ (ขายฝาก) ทั้งนี้พอร์ตสินเชื่อเติบโตเกินเป้าหมาย 2 พันล้านบาท สู่ 3 พันล้านบาท และคาด 3.5 พันล้านบาท ณ สิ้นปี ทำให้คาดกำไรยังเดินหน้าเป็นขาขึ้นทุกไตรมาส

TTA (11) : เก็งกำไร BDI และราคาที่ต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชีที่ 11.76 บาท / ตัดขาดทุนที่ 9.10 บาท

BJCHI* (7) : เก็งกำไรประเด็นสหรัฐฯ หนุนลงทุนเพิ่มในธุรกิจพลังงาน / ตัดขาดทุนที่ 5.85 บาท
    (* หุ้นที่ไม่อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH/หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ ผู้ลงทุนควรพิจารณาจุดตัดขาดทุน ราว 3-5%)

ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน

ปัจจัยภายในประเทศ

+ 2 กลุ่มผู้รับเหมาโครงการรถไฟฟ้าสีชมพู-เหลือง มูลค่ากว่าแสนล้าน คึกคัก หลัง “สมคิด” สั่ง รฟม.เร่งคัดเลือกผู้รับเหมาให้เสร็จภายในกลาง ธ.ค.นี้ ด้าน”ซิโน-ไทยฯ” พันธมิตร “บีทีเอส” ระบุ 17 พ.ย. เปิดซองเทคนิค เผยหากชนะประมูลภายใน 3-4 เดือน ตอกเสาเข็มได้ทันที เชื่อใครได้งานก่อสร้างเสร็จแน่นอนพร้อมช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ (กรุงเทพธุรกิจ)

+ จับตากลุ่มทุนค้าปลีก-อสังหาฯ “เซ็นทรัล-ทีซีซีฯ-แสนสิริ” ชิงดำที่ดิน 25 ไร่สถานทูตอังกฤษทำเลทองใจกลางเมือง “เซ็นทรัล” ชี้ราคาสูงต้องพิจารณา “รอบคอบ” ย้ำธุรกิจยุคใหม่เน้นผนึกพันธมิตรไม่จำเป็นต้องลงทุนเองทั้งหมด “แสนสิริ” รับยื่นประมูล ด้าน “ทีซีซี กรุ๊ป” ปัดให้ข้อมูล “คิงเพาเวอร์” หลุดคู่ชิง หลังเสนอราคาไปที่ตารางวาละ 1.2 ล้านบาท (กรุงเทพธุรกิจ)

+ อคส.ลงพื้นที่สำรวจแหล่งปลูกข้าวโพด เตรียมสนองนโยบายรัฐ รับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 1 แสนตัน ช่วยเกษตรกร ด้านพาณิชย์นัดถกวันจันทร์ 14 พ.ย.นี้ เข้มงวดบริหารจัดการนำเข้าข้าวสาลี ตามมติ ครม. (คมชัดลึก)

+ ออมสิน เผย กลุ่มชาวนา-ผู้มีรายได้น้อยแห่ลงทะเบียนลดภาระหนี้กว่าแสนราย เร่งอนุมัติภายในสิ้นปีนี้ ด้านมาตรการแก้หนี้นอกระบบอยู่ระหว่างรอคลังและรัฐบาลไฟเขียวจัดสรรงบ 1 ล้านบาท ซื้อข้าวหอมมะลิพื้นที่ จ.อุดรธานี แจกประชาชนร่วมบุญถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน (คมชัดลึก)

ปัจจัยต่างประเทศ

+ ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นสหรัฐปิดวันศุกร์ที่ระดับสูงเป็นประวัติการณ์ และปรับตัวขึ้นรายสัปดาห์มากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2011 หลังนายโดนัลด์ ทรัมป์ ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอย่างไม่คาดคิด นักลงทุนคาดว่านโยบายของนายทรัมป์ที่เคยหาเสียงไว้จะช่วยหนุนหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์และกลุ่มการเงิน รวมทั้งหนุนการใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภคด้วย ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 39.78 จุดหรือ 0.21% สู่ 18,847.66, ดัชนี S&P 500 ปิดลบ 3.03 จุดหรือ 0.14% สู่ 2,164.45 และดัชนี Nasdaq ปิดบวก 28.32 จุดหรือ 0.54% สู่ 5,237.11 (รอยเตอร์)

+ ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ปิดตลาดดิ่งลง 2.8 % ในวันศุกร์ หลังจากกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ระบุว่า ปริมาณการผลิตน้ำมันในเดือนต.ค.พุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ และข่าวดังกล่าวทำให้นักลงทุนไม่แน่ใจว่า แผนการจำกัดปริมาณการผลิตน้ำมันของกลุ่มโอเปกจะประสบผลสำรวจหรือไม่ หรือว่าจะสามารถปรับลดปริมาณอุปทานน้ำมันในตลาดลงได้มากพอหรือไม่ ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือนธ.ค.ดิ่งลง 1.25 ดอลลาร์ หรือ 2.8 % มาปิดตลาดที่ 43.41 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (รอยเตอร์)

- ดัชนี FTSE 100 ที่ตลาดหุ้นอังกฤษปิดดิ่งลงในวันศุกร์ ในขณะที่แรงเทขายหุ้นในประเทศตลาดเกิดใหม่ส่งผลลบต่อหุ้นบริษัทอังกฤษที่มีธุรกิจขนาดใหญ่ในประเทศตลาดเกิดใหม่ด้วย เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์อาจจะนำนโยบายกีดกันทางการค้ามาใช้ หลังจากเขาชนะการเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดดิ่งลง 97.55 จุด หรือ 1.43 % สู่ 6,730.43 โดยดัชนีปิดตลาดในแดนลบเป็นวันที่สองติดต่อกัน และรูดลงอย่างรุนแรงกว่าตลาดหุ้นยุโรป เนื่องจากตลาดหุ้นอังกฤษได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของปอนด์ (รอยเตอร์)

+ ดัชนีนิกเกอิที่ตลาดหุ้นโตเกียวปิดตลาดเพิ่มขึ้นในวันศุกร์ใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 9 เดือน ขณะที่นักลงทุนขายทำกำไรหลังจากที่ตลาดพุ่งขึ้นจากความหวังที่ว่า นโยบายต่างๆของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐอาจจะทำให้เศรษฐกิจขยายตัวมากขึ้น ทั้งนี้ ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดเพิ่มขึ้น 30.37 จุดหรือ 0.18% ที่ 17,374.79 หลังจากพุ่งสูงสุดที่ 17,621.73 ในช่วงแรกซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 2 ก.พ. (รอยเตอร์)