วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ศรีวราห์'เตรียมออกหมายจับคดีบึ้มภูเก็ตเพิ่ม

"พล.ต.อ.ศรีวราห์" เตรียมอออกหมายจับคดีไปบ์บอมบ์ภูเก็ตเพิ่มอีก 1 ราย ย้ำต้องขยายผลให้ถึงที่สุด

พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) กล่าวว่า จากการสอบสวนนายมูฮัมหมัด หรือมะ ในวันนี้รับว่าก่อเหตุนำระเบิดวางที่ตลาดพาราไดซ์ หาดป่าตอง เมื่อ 14สิงหาคม ร่วมกับพวกอีก 1คน โดยพนักงานสอบสวนได้ยื่นคำร้องต่อศาลทหาร มทบ.41 จ.นครศรีธรรมราช เพื่อขอนำตัวผู้ต้องหานำชี้ที่เกิดเหตุประกอบคำรับสารภาพ โดยศาลนัดไต่สวน ในวันที่ 8 พฤศจิกายน ทั้งนี้แม้คำรับสารภาพถือว่ามีน้ำหนักน้อยมากในชั้นศาล แต่เพื่อให้ครบกระบวนการที่ถือปฏิบัติในสอบสวนก็จะต้องทำแผนประกอบคำรับสารภาพชี้จุดก่อเหตุ แต่ขึ้นอยู่กับศาลว่าจะพิจารณาอย่างไร ทั้งนี้นายมูฮัมหมัด ให้การเป็นประโยชน์รับว่ารู้จักกับคนอื่นๆในกลุ่มที่ก่อเหตุในอีก6จังหวัด เป็นกลุ่มที่เคลื่อนไหวก่อเหตุใน 3จังหวัดชายแดนภาคใต้ อย่างไรก็ตามกรณีนายมูฮัมหมัดมีพยานหลักฐานอื่นทั้งกล้องวงจรปิด และพยานยืนยันขณะก่อเหตุ ที่มั่นใจว่านายมูฮัมหมัดก่อเหตุในพื้นที่ จ.ภูเก็ต ทั้ง3จุด

รองผบ.ตร.กล่าวด้วยว่า จากคำให้การของผู้ต้องหา และพยานหลักฐานอื่นๆที่ชัดเจนในวันที่ 8 พฤศจิกายน จะขอศาลมทบ.41 ออกหมายจับผู้ต้องหา ก่อเหตุวางไปบ์บอมบ์ในพื้นที่ จ.ภูเก็ต อีก1รายซึ่งจะเป็นผู้ต้องหารายที่ 11 หลังขออนุมัติหมายจับไปแล้ว 10ราย จับกุมได้ 2ราย โดยอีก8รายที่มีหมายจับและหลบหนีชุดสืบสวนยังคงติดตามจับกุมต่อเนื่องซึ่งทุกรายยังคงหลบหนีในประเทศไทย ยังไม่พบว่ารายใดเดินทางออกนอกประเทศอย่างไรก็ตามเหตุระเบิดในพื้นที่7จังหวัดชายแดนภาคใต้ สร้างความเสียหาย มีผู้เสียชีวิตต้องสอบสวนขยายผลอย่างถึงที่สุดตามกระบวนการหากพบหลักฐานผู้ใดเกี่ยวข้องก็ต้องขออนุมัติหมายจับดำเนินคดีทั้งหมด การทำสำนวนคืบหน้าไปมาก ตนกังวลเพียงที่ จ.สุราษฎร์ธานี เนื่องจากการหาพยานหลักฐานไม่ง่าย

พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวถึงกรณี สำนักงานเขตสาทร แจ้งเตือนให้ระวังวินาศกรรมคาร์บอมบ์ในพื้นที่ ว่าตนไม่ทราบรายละเอียดและที่มาการแจ้งเตือนของเขต แต่ในส่วนของตำรวจและความมั่นคง นั้นมีการแจ้งให้เฝ้าระวังป้องกันเหตุอยู่แล้ว โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี สั่งกำชับให้ดูแลความสงบเรียบร้อย เป็นพิเศษในช่วงนี้ ที่ถือเป็นช่วงสำคัญของคนไทย ตนได้สั่งกำชับไปทั่วประเทศให้เฝ้าระวัง อย่าให้มีเหตุไม่สงบเกิดขึ้น ไม่เช่นนั้น หัวหน้าสถานีตำรวจต้องรับผิดชอบ สำหรับรถยนต์ต้องสงสัยให้เฝ้าระวังก็ยอมรับว่ามีการแจ้งให้ระวังรถเป้าหมาย 30คัน ที่คนร้ายอาจใช้ก่อเหตุในจังหวัดชายแดนภาคใต้

“สำหรับผู้กระทำความผิดหรือคนร้ายที่ยังหลบหนีเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้บูรณาการประสานความร่วมมือเพื่อเร่งรัดติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดี และได้เพิ่มความเข้มในมาตรการป้องกันเหตุ จึงขอให้พี่น้องประชาชนอย่าได้วิตกกังวลและใช้ชีวิตตามปกติ ทั้งนี้ หากมีข้อมูลหรือเบาะแสคนร้ายขอความร่วมมือแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบได้ทั้งที่สถานีตำรวจ, ตำรวจภูธรจังหวัด, ตำรวจภูธรภาคหรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ”รองผบ.ตร.กล่าว