"กอร.รส." เตรียมปิดสนามหลวง 3 ทุ่ม หวังจัดระเบียบ พร้อมสั่งห้ามคนเร่ร่อน นอนค้าง ด้านกทม. เริ่มปรับพื้นที่ เตรียมสร้างพระเมรุมาศ
ที่ท้องสนามหลวง พล.ต.พงษ์สวัสดิ์ พรรณจิตต์ รองแม่ทัพภาคที่ 1 รองผู้อำนวยการกองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง (กอร.รส.)พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายวัลลภ สุวรรณดี ประธานที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมแถลงผลการประชุมกอร.รส.
โดย พล.ต.พงษ์สวัสดิ์ กล่าวว่า ในส่วนของฝ่ายทหารเรื่องการรักษาความสงบเรียบร้อยและการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน ก็สามารถดำเนินการได้อย่างเป็นระเบียบ ได้รับความร่วมมือจากทุกส่วนราชการ โดยพยายามเปิดให้ประชาชนเข้ากราบสักการะได้มากที่สุดและนานที่สุดเท่าที่สำนักพระราชวังอำนวยความสะดวกได้ ทั้งนี้ ตั้งแต่เวลา 21.00 น.จะปิดท้องสนามหลวง เพื่อการจัดระเบียบพื้นที่และคนเร่ร่อนด้วย ขณะที่เรื่องการจัดคิวนักท่องเที่ยวและผู้เข้าถวายสักการะ ก็ดำเนินการด้วยความเรียบร้อย นักท่องเที่ยวให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี
ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี ได้ให้แนวทางว่า ให้มีการจัดนิทรรศการเฉลิมพระะเกียรติเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสิ่งที่รัฐบาลได้เดินหน้าตามแนวพระราชดำริให้ประชาชนได้ทราบ ดังนั้นประชาชนสามารถเดินทางไปเยี่ยมชมนิทรรศการที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติได้
ด้านพล.ต.ท.อำนวย กล่าวว่า สำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร ได้เข้ามาปรับพื้นที่ทางตอนเหนือของท้องสนามหลวง โดยลาดยางมะตอยเพื่อเตรียมพื้นที่สร้างพระเมรุมาศในวันนี้(2 พ.ย.) แล้ว คาดว่า จะแล้วเสร็จภายในวันอาทิตย์นี้ พร้อมเตรียมปรับการกางเต้นท์จิตอาสา คาดว่า จะดำเนินการแล้วเสร็จภายในสัปดาห์หน้า ซึ่งขณะนี้ เตรียมปรับเรื่องจุดบริการอาหารและเวลาที่ให้บริการอาหารด้วย เนื่องจากเตรียมความพร้อมในการคืนพื้นที่ท้องสนามหลวง 2 ใน 3 ทางตอนใต้เพื่อสร้างพระเมรุมาศ โดยจุดบริการอาหารจะอยู่ฝั่งซ้ายและขวาของท้องสนามหลวง คือบริเวณหน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และตรงข้ามฝั่งศาลฎีกาโดยให้บริการเป็นวงรอบคือ ช่วง 06.00 / 09.00 / 11.00 / 14.00 / 16.00 / 20.00 น. และปิดท้องสนามหลวงเพื่อเคลียร์พื้นที่ในช่วงเวลา 21.00 น.
ทั้งนี้ คนเร่ร่อนจะไม่สามารถเข้ามาค้างในพื้นที่ท้องสนามหลวงได้แล้ว ซึ่งขณะนี้มีคนเร่ร่อนกว่า 400 คน ที่เข้ามาพักพิงภายในท้องสนามหลวง จึงต้องการให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนเข้ามาดูแล เพราะไม่สามารถให้เข้ามาค้างในพื้นที่ดังกล่าวได้ เนื่องจากเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์และต้องใช้ในพระราชพิธีสำคัญของประเทศ
ขณะที่กระทรวงวัฒนธรรมจะมีสายตรวจของกระทรวงวัฒนธรรม เข้ามาตรวจสอบกลุ่มวัยรุ่นที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม เช่น การแต่งกายที่ไม่เหมาะสมแล้วเข้ามาถ่ายรูปเซลฟี่ในกิริยาที่ไม่เหมาะสมบริเวณหน้าพระบรมมหาราชวัง ซึ่งกรณีดังกล่าว จะมีเจ้าพนักงานเข้ามาดำเนินการตักเตือนหรือเชิญให้ออกจากพื้นที่ ส่วนเรื่องนักท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะเป็นผู้เข้ามาดูแล


