ปธ.ชมรมโรงสีข้าวศรีสะเกษ อ้างชาวโรงสีขาดทุน2ปีต่อเนื่อง ชี้สีข้าวราคาส่งแค่เพียงกก.ละ16บาท ซัดรัฐบาลมีสต๊อกข้าวกลางไว้มาก
นายธณิชพงษ์ สรรณ์ไตรภพ ประธานชมรมโรงสีข้าวจังหวัดศรีสะเกษ ให้สัมภาษณ์ กรณีราคาข้าวตกต่ำอยู่ในขณะนี้ว่า ในสถานการณ์ราคาข้าวตกต่ำอยู่ในขณะนี้ โรงสีข้าวเองก็ต้องประสบปัญหาราคาข้าวตกต่ำเช่นกัน เป็นลูกระนาดต่อๆ กันไปสู่เกษตรกร อย่างเช่นขณะนี้ ราคาข้าวที่โรงสีทำการสีส่งอยู่ ในราคากิโลกรัมละ 16 บาท ส่งไปแล้วปลายทาง ก็จะมีโมเดลเทรด มีพ่อค้าคนกลางขึ้นมา ซึ่งก็จะต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในส่วนนั้น
ปีนี้ในสถานการณ์ราคาข้าวตกต่ำเช่นนี้ โรงสีก็จะต้องประอาชีพของตนต่อไปเช่นเคย เพียงแต่ว่าจะต้องใช้ประสบการณ์มากเพิ่มขึ้น ในเมื่อราคาเป็นเช่นนี้ โรงสีข้าวจะต้องซื้อขายข้าวอย่างไรเพื่อให้อยู่ได้ โดยขณะนี้มีโรงสีในประเทศไทย 1,400 กว่าโรง เมื่อรวมพลังการผลิต การสีข้าวจะมีมากกว่าผลผลิตข้าวอยู่กว่า 3 เท่าตัว ดังนั้นในการแข่งขันเพื่อซื้อข้าวจะมีมากโดยธรรมชาติอยู่แล้ว
ขณะเดียวกันในช่วงนี้ ผู้ประกอบการโรงสี ก็ได้มีการประชุมพูดคุยกันอยู่ว่าได้มีการเปิดรับซื้อข้าวใหม่เป็นปกติ เพียงแต่ว่าราคาก็จะเป็นไปตามราคาของผู้ประกอบการส่งออกเป็นผู้แจ้งราคาปลายทางมา ซึ่งจะมีอยู่กว่า 10 เจ้า เมื่อโรงสีในศรีสะเกษ ได้ราคามาก็จะมาคิดคำนวณค่าต้นทุการสีเป็นข้าวสารก่อนส่ง แล้วจึงจะเป็นราคาที่ประกาศรับซื้อ ซึ่งราคาในปัจจุบันนี้ ของจังหวัดศรีสะเกษ รับซื้อข้าวสดความชื้นไม่เกิน 30% ในราคากิโลกรัมละ 6.50 บาท ส่วนข้าวแห้งที่มีความชื้อไม่เกิน 14 – 15% ก็จะซื้อกันอยู่ที่กิโลกรัมละ 9 บาท แต่ตลาดซื้อขายในระดับประเทศของผู้ส่งออกค่อนข้างจะเงียบ
ประการแรกคือ รัฐบาลมีสต๊อกข้าวกลางไว้เป็นจำนวนมาก ซึ่งพ่อค้า ผู้ส่งออก พ่อค้าต่างประเทศรับรู้เป็นอย่างดี ข้าวเป็นสินค้าที่เก็บไว้ไม่ได้นาน มีการปล่อยระบายข้าวรัฐบาลออกมาสู่ตลอดเป็นจำนวนมาก คือระบายช้ากว่าทุกปี ทำให้ข้าวมีปริมาณในตลาดเยอะมาก จึงมาชนกับข้าวใหม่ที่กำลังออก ประกอบกับโรงสีส่วนใหญ่มีการสต๊อกข้าวตั้งแต่ต้นปีที่ราคากิโลกรัมละ 12 บาท โดยคาดการณ์ผิดว่าข้าวจะมีราคาสูงขึ้น แต่ราคาตอนนี้ปลายฤดูกาลมีการซื้อขายกันเพียงกิโลกรัมละ 8 บาท ทำให้โรงสีระบายข้าวออกไม่ได้เพราะจะขาดทุน ทำให้สต๊อกข้าวส่วนหนึ่งมาอยู่ที่โรงสีมาก
ประธานชมรมโรงสีข้าวจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า สิ่งที่อยากจะฝากให้รัฐบาลได้เร่งรัดในตอนนี้ืคือ การประชาสัมพันธ์หาตลาดข้าวใหม่ๆ ในต่างประเทศให้แก่ผู้ประกอบการ เพราะตอนนี้ข้าวประเทศเพื่อนบ้านก็ปลูกได้และได้ผลดีเช่นกัน วิชาการตามกันทันทุกตัวแล้ว จึงเกิดการแข่งขันกันมาก พร้อมกับมีการเปิดการค้าแบบเสรี ยิ่งมีการแข่งขันกันมาก แถมบางประเทศใช้สิทธิ์ในการเป็นประเทศด้อยพัฒนา ส่งออกข้าวแบบปลอดภาษี ไปสู่แถบยุโรป ทำเขาได้ราคาสูงในอัตราที่ต่ำ ไทยเราจึงเสียเปรียบในการส่งออก ซึ่งข้าวของไทยผลิตได้ปีหนึ่งๆ ราว 20 ล้านตัน ใช้บริโภคในประเทศเพียง 10 ล้านตัน ก็จะต้องส่งออกให้ได้ ซึ่งตอนนี้สต๊อกข้าวของรัฐบาลที่มีเก็บไว้ยังไม่ระบายมีกว่า 18 ล้านตัน กระทบราคาซื้อขายแน่นอน
สภาพของโรงสีตอนนี้ขาดทุนมา 2 ปีต่อเนื่องแล้ว เพราะข้าวต้นฤดูที่โรงสีรับซื้อไว้ราคาสูง แต่พอปลายปีพอโรงสีจะขายออก ราคากลับตกลง ทำให้โรงสีไม่อยากจะสต๊อก กลายมาเป็นรับซื้อมาก็ขายออกไปทันที ป้องกันความเสี่ยงขาดทุน มีโรงสีหลายโรงที่มีการปรับเปลี่ยนตนเอง หันมาสีข้าวบรรจุถุง ขายเป็นข้าวถุงเสริมสภาพคล่องเอง อย่างเช่นที่โรงสีของตนเอง ที่มีกำลังการผลิต สีได้วันละ 300 ตัน ขณะนี้ก็ซื้อข้าวฮาลาลขายเอง และข้าวถุงที่จดทะเบียนการค้าเอง ขายเองด้วยเช่นกัน และเห็นด้วยกับที่เกษตรกรชาวนา เริ่มที่จะสีข้าวเอง ประกาศขายเอง เพราะได้เพิ่มมูลค่าข้าวของตนเอง รู้จักศึกษาเรียนรู้ในการทำตลาดช่วยกัน แต่หากมีการทำเป็นกิจการขนาดกลาง ขนาดหย่อมขึ้นมา น่าจะมีการจดทะเบียนการค้า เพื่อป้องกันการผิดกฎหมายการค้าต่อไป





