"ไกรสร" รองผู้ว่าฯเพชรบูรณ์ โพสต์ผ่านสื่อออนไลน์ เคารพเหตุผลชาวบ้าน ย้ำบริษัทเห็นแห่ตัวเอาแต่ไม่ใส่ใจสุขภาพและสิ่งแวดล้อม หรือไม่
ความคืบหน้าหลังจากตัวแทนเกษตรกรแสดงท่าทีไม่เลิกล้มการปลูกมันฝรั่งบนภูทับเบิก และยังยืนกรานพร้อมจะเดินหน้าต่อ แม้แนวทางจะไปขัดแย้งกับการเพาะปลูกผักปลอดภัยที่ทางจังหวัดเร่งส่งเสริมอยู่ก็ตาม
ล่าสุด เฟสบุ๊ค นายไกรสร กองฉลาด รองผู้ว่าราขการจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้โพสต์ข้อความและได้ให้สัมภาษณ์หลังเสร็จสิ้นการประชุมร่วมกับตัวแทนเกษตรกรผู้ปลูกมันฝรั่งเมื่อวานนี้ว่า ชาวบ้านมีสิทธิเสรีภาพในการประกอบอาชีพ ทางเรามีหน้าที่ให้ข้อมูลและพยายามชี้ให้เห็นข้อได้และเสียในสัญญา รวมทั้งผลกระทบในระยะยาวและโครงการดีๆ ที่ทางจังหวัดพยายามขับเคลื่อนกันอยู่ แต่เมื่อข้อสรุปในที่ประชุมเมื่อวานนี้ (28 ต.ค.) ออกมาโดยเขายืนกรานจะเดินหน้าต่อไป โดยไม่ยอมฟังกระแสก็ต้องเคารพในเหตุผลของเขา
“เราคงขอความร่วมมือในการกำหนดโซนแปลงปลูก ให้ห่างจากแปลงผักปลอดภัย ซึ่งจริงๆแล้วแปลงที่เราทำผักปลอดภัยจะอยู่บริเวณจุดชมวิวในเขตใกล้หมู่บ้าน และหากเป็นอย่างที่เขาว่าแปลงปลูกมันฝรั่งดังกล่าวไม่ใช่อยู่ใน เขตจ.เพชรบูรณ์ด้วยซ้ำ แต่เรื่องนำเข้าหัวพันธุ์มันฝรั่ง เพื่อความสะดวกจึงอ้างเป็นคนที่มีภูมิลำเนาอยู่ที่ภูทับเบิก แต่อย่างไรก็ตามผมได้พูดไปแล้วและนำเรียนกับผู้ว่าราชการจังหวัด ก็คงกลืนน้ำลายตัวเองไม่ได้”
นายไกรสร กล่าวอีกว่า ได้เสนอทางผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อจะขอรับการสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญทางวิชาการจากกระทรวงวิทยาศาสตร์ เพื่อจะมาตรวจสอบผลกระทบต่างๆ เราคงทำได้ขอความร่วมมือและภาวนาขอให้ได้ผลจริงๆ และขออย่าให้ชาวบ้านไปเสี่ยงและประสบความเสียหาย หากดูในสัญญาก็เห็นชัดเจนว่าเอกชนได้แน่ๆแล้ว ค่าพันธุ์กิโลกรัมละ 35 บาท 1 ไร่ใช้ 275 กิโลกรัม ยังไม่รวมค่าปุ๋ย ค่ายา ค่าไถ ค่าแรง ค่าน้ำมัน ค่าจิปาถะต่างๆรวมทั้งค่าเสียโอกาสแบกรับความเสี่ยงกับราคาประกันกิโลกรัมละ 14 บาท หากมองในแง่ของเราก็ไม่น่าจะคุ้มเผลอๆหากมาทำผักปลอดภัยอาจจะได้มากกว่านี้อีก
“เมื่อเป็นความเห็นชาวบ้านเราก็ต้องเคารพและทำได้ดีที่สุดก็คือ กระตุ้นเตือนและหาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามา เป้าจริงๆไม่ได้อยู่ที่ชาวบ้านแต่อยู่ที่ทางเอกชนมากกว่า เพราะทางเอกชนมีความพร้อมที่สุดไม่ว่าจะเป็นทุน วิชาการและคน แต่หากดูในสัญญาเป็นหลักคุณปลูกมันฝรั่งบนหลังคน ให้ชาวบ้านแบกรับความเสี่ยง และการร่างสัญญาเพียงฝ่ายเดียวคนร่างคงไม่ยอมเสียเปรียบ”นายไกรสรกล่าวและย้ำว่า
ในต้นเดือนพฤศจิกายนนี้ ทางห้างทอปจะมาเพิ่มกำลังรับซื้อขึ้นไปอีก การที่เขาจะสั่งผลผลิตจากเราก็ต้องเริ่มจากเล็กๆไปก่อน เพื่อให้รู้ระบบและก้าวต่อไปอย่างมั่นคง ขณะเดียวกันเขาก็จะต้องไปปรับซับพายเออร์ที่อื่น อีกประการเรากำลังจะไปเชื่อมกับทางภัตตาคารและวางแผนกัน โดยที่ผ่านมาเราพยายามสร้างภาพลักษณ์ผักภูทับเบิกว่าเป็นผักปลอดภัย และกำลังจะมีการเตรียมสั่งกะหล่ำปลีลงภูเก็ตอีก ประมาณสัปดาห์ละคันรถซึ่งเวลานี้อยู่ระหว่างคำนวณต้นทุนให้


