ประธานสภาประชาชน 4 ภาค ออกโรงปฏิเสธเป็นนอมินี จัดตั้งพรรคอธิปไตยปวงชนชาวไทย สืบทอดอำนาจ คสช.
ภายหลังจากที่เคยมีการนำเสนอข่าว กรณีนายสมาน ศรีงาม เลขาธิการพรรคอธิปไตยปวงชนชาวไทย ได้เปิดเผย เมื่อวันที่ 23ต.ค.59 ถึงการที่สภาประชาชน 4 ภาค ที่ได้มีแนวคิดตั้งพรรคการเมืองขึ้นมา ชื่อว่าพรรคอธิปไตยปวงชนชาวไทย หลังจากสถานการณ์ปัจจุบันเป็นระยะเปลี่ยนผ่านของบ้านเมือง ภายหลังจากที่ คสช. ได้เข้ามายึดอำนาจการปกครองและจัดระเบียบบ้านเมืองใหม่ เพื่อไม่ให้อำนาจไปอยู่ในกลุ่มการเมืองที่เป็นเผด็จการทางการเมือง ซึ่งจะต้องทำคู่กัน 2 ทาง ได้แก่ การให้อำนาจประชาชนผ่านการเขียนเป็นลายลักษณ์อักษรในกระดาษคือรัฐธรรมนูญ และการถ่ายอำนาจประชาธิปไตยให้กับประชาชนอย่างแท้จริง ซึ่งการขณะนี้รัฐธรรมนูญก็ได้ผ่านการลงประชามติแล้ว แต่การถ่ายอำนาจให้ประชาชนยังไม่มี จึงจำเป็นที่จะต้องมีการถ่ายอำนาจการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง มาให้กับประชาชน โดยผ่านสภาประชาชนที่มาจากหลากหลายสาขาอาชีพด้วย
ดังนั้นจึงทำให้เกิดพรรคการเมืองของประชาชนขึ้น คือพรรคอธิปไตยปวงชนชาวไทยนี้ เพื่อเข้ามารับการถ่ายอำนาจเข้าไปปกครองประเทศต่อจาก คสช. เพื่อให้สภาประชาชนได้ทำการบริหารจัดการประเทศชาติให้อยู่ตัวก่อน แล้วสภาประชาชนจะได้เปิดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปในภายหลังเอง และพรรคอธิปไตยพวงชนชาวไทยนั้น ปัจจุบันมีนายสมาน ศรีงาม เป็นเลขาธิการพรรค มีนายประพาส โงกสูงเนิน เป็นรองเลขาธิการพรรค ตามที่ได้มีการนำเสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุดวันนี้ (29ต.ค.59) ที่ศาลาประชาคม ภายในหมู่บ้าน 4 ภาค เศรษฐกิจพอเพียง ตำบลเสมา อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา นายประพาส โงกสูงเนิน ประธานเครือข่ายประชาชนอีสาน (สอส.)สภาประชาชน 4 ภาค ได้มีการเรียกประชุมคณะกรรมการเครือข่ายและบรรดาตัวแทนเครือข่ายจาก 54 จังหวัด ในการชี้แจงและทำความเข้าใจถึงกรณีที่มีการนำเสนอข่าว เรื่องสภาประชาชน 4 ภาค จะมีการจัดตั้งพรรคการเมือง และต้องการที่จะให้ทาง คสช.ถ่ายโอนอำนาจให้กับสภาประชาชน 4 ภาค เพื่อทำการบริหารจัดการประเทศชาติให้อยู่ตัวก่อน แล้วสภาประชาชนจะได้เปิดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปในภายหลังเองนั้น ไม่เป็นความจริง
นายประพาส โงกสูงเนิน ประธานเครือข่ายประชาชนอีสาน (สอส.) สภาประชาชน 4 ภาค เปิดเผยว่า นายสมาน ศรีงาม เลขาธิการพรรคอธิปไตยปวงชนชาวไทย ได้มีการกล่าวถึงเรื่องการจัดตั้งภาคการเมืองของเครือข่ายประชาชน 4 ภาค ขึ้นมานั้น ตนเองในฐานะประธานเครือข่ายประชาชน 4 ภาค นั้น ยืนยันว่าไม่รู้เรื่องดังกล่าวมาก่อน และไม่เคยมีความคิดว่าจะมีการจัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นมา โดยเฉพาะยิ่งช่วงนี้เป็นช่วงที่ประชาชนทั่วประเทศกำลังโศกเศร้ากับการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอลุยเดชนั้น ก็ไม่ควรที่จะมีการพูดเรื่องนี้ขึ้นมา
อีกทั้งไม่เป็นความจริงก็ยิ่งไม่น่าที่จะมีการพูดเพราะอาจจะทำให้เครือข่ายประชาชน 4 ภาค นั้นถูกมองในมุมที่ไม่ดี โดยตนเองยืนยันว่าเครือข่ายประชาชน 4 ภาค นั้นยึดหลักในการทำมาหากินตามเศรษฐกิจพอเพียงของพ่อหลวง และการเรียกร้องจากทางรัฐบาลในการจัดสรรหาที่ดินทำกิน ซึ่งทุกครั้งที่ผ่านมาเครือข่ายฯก็ไม่เคยที่จะเรียกร้องอะไร
นอกจากเรื่องที่ดินทำกิน และเรื่องหนี้สิน ที่จะหาวิธีทางไหนที่จะนำหนี้สินต่างๆนั้นนำไปรวมไว้ที่กองทุนไหนซักแห่ง ส่วนโครงการที่3 ก็คือการคืนเงินให้กับรัฐบาลในการนำเงินมาซื้อที่ดิน ซึ่งในเรื่องนี้ตนเองก็เคยมีการนำเสนอในการปลูกต้นไม้ใช้หนี้สิน ซึ่งก็เป็นโครงการของเครือข่ายประชาชน 4 ภาค มาโดยตลอด โดยไม่มีการแอบแฝงใดๆ ส่วนเรื่องที่มีคนโน้นคนนี้อ้างว่าเครือข่ายประชาชน 4 โดยไม่มีการแอบแฝงใดๆ
ส่วนเรื่องที่มีคนโน้นคนนี้อ้างว่าเครือข่ายประชาชน 4 ภาค จะมีการจัดตั้งพรรคการเมืองนั้นไม่เป็นความจริง เราไม่มีนโยบายในการที่จะมีการประกาศตั้งพรรคการเมือง และสิ่งที่น่าคิดว่าหาก เครือข่ายประชาชน 4 ภาค จะมีการประกาศตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาจริงๆนั้นก็ไม่ควรที่จะให้คนอื่นมาประกาศแทน เพราะถ้าตั้งจริงๆทำไมทางเครือข่ายประชาชน 4 ภาค ถึงไม่มีการตั้งโต๊ะประกาศให้มีความชัดเชนโดยที่มีตนเองเป็นประธานเครือข่ายฯ
ดังนั้นจึงแสดงให้เห็นว่าผู้ที่มีการให้ข่าวนั้นเป็นการนำชื่อของเครือข่ายประชาชน 4 ภาค นั้นไปแอบอ้างและฉวยโอกาส ซึ่งตนเองก็คิดว่าบุคคลนั้นต้องการที่จะกระจายข่าวสร้างกระแส เพื่อต้องการให้มีคนที่เข้าร่วมกับการแอบอ้างในครั้งนี้เป็นจำนวนมาก เพื่อที่จะใช้เป็นช่องทางในการหากินโดยทุจริต ดังนั้นตนเองในฐานประธานเครือข่ายและเป็นตัวแทนคณะกรรมการและสมาชิกทุกคน จึงขอปฏิเสธโดยเด็ดขาดที่จะมีการจัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นมา
และตนเองขอย้ำว่าไม่ใช่นอมินีของ คสช. หรือกลุ่มใดๆทั้งสิ้น ดังนั้นต้องการให้ทางรัฐบาลได้มีการสืบหาข้อเท็จจริงดังกล่าวว่าบุคคลที่มาแอบอ้างชื่อเครือข่ายประชาชน 4 ภาค นั้นที่แท้จริงต้นตอเป็นใครและเป็นนอมินีของใครหรือไม่ เพราะทุกวันนี้รัฐบาลก็กำลังบริหารประเทศไปได้ด้วยดี และก็เป็นไปตามที่รัฐบาลได้กำหนดไว้ แต่ตนเองขอปฏิเสธไม่ได้เป็นนอมินีของใครอย่างแน่นอน เพราะเครือข่ายประชาชน 4 ภาค ก็ยังคงยึดถือระบอบประชาธิปไตยเป็นหลัก ก็ให้ทุกอย่างนั้นเป็นไปตามโรดแมปของทางรัฐบาลที่กำหนดไว้ ซึ่งเครือข่ายประชาชน 4 ภาค ก็พร้อมที่จะมีการเปลี่ยนแปลงตามระบอบที่มีการกำหนดมา นายประพาสฯกล่าว





