สมเด็จพระบรมฯทรงรับสั่งให้หมอทหารดูแลปชช.

สมเด็จพระบรมฯทรงรับสั่งให้หมอทหารดูแลปชช.

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ทรงห่วงประชาชนร่วมแสดงความอาลัย "พ่อหลวง" รับสั่งให้แพทย์บริการประชาชน ด้านประวิตรยันระบบดูแลความปลอดภัยพร้อมเต็มที่

ท่ามกลางประชาชนที่เดินทางเข้าถวายบังคมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่พระบรมมหาราชวังเป็นจำนวนมาก และมีแนวโน้มเพิ่มจำนวนมากขึ้นนับตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค.ที่เริ่มให้เข้าถวายสักการะหน้าพระบรมโกศ ล่าสุดวานนี้ (27 ต.ค.) พล.อ.ต.สันติ ศรีเสริมโภค ผู้อำนวยการโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช เปิดเผยว่า สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงมีพระราชบัณฑูร ให้แพทย์ทหารอากาศ ถวายงานร่วมกับแพทย์พระราชฐาน 904 ให้บริการประชาชนที่ไปร่วมแสดงความอาลัย ที่หน่วยแพทย์พระราชทานในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงมาตรการดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน ในวันที่29 ต.ค.ว่าเจ้าหน้าที่ทั้ง กทม. ตำรวจ ทหาร ได้มีการประชุมเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้ได้เตรียมการทุกอย่างพร้อมหมดแล้ว เท่าที่ประเมินทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ส่วนการป้องกันมิจฉาชีพหรือกลุ่มไม่หวังดี เจ้าหน้าที่ได้ตั้งจุดคัดกรองทั้งหมด 6 จุด ในบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง

ส่วนบางคนที่เป็นห่วงว่าวันที่29-31 ต.ค. จะมีประชาชนหลั่งไหลมาเป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ได้มีการเตรียมพร้อมรับมือทั้งทุกเรื่อง ทั้งเรื่องจราจร การอำนวยความสะดวกด้านการแพทย์ และการบริหารจัดการประชาชนในการเดินทางมาด้วย โดยเฉพาะจากต่างจังหวัดทั้ง76 จังหวัดจะเฉลี่ยและทยอยกันเข้ามา โดยปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ประสานไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดเรียบร้อยแล้ว

ประชุมนครบาล1-9พร้อมดูแลปชช.

ด้านพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้เรียกประชุมรองผบ.ตร. พร้อมด้วยพล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. รองผบช.น.และผบก.น.1-9 เพื่อเตรียมความพร้อมและซักซ้อมการปฏิบัติงานในการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ในการเข้าถวายสักการะพระบรมศพ

พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า ว่า ตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค.เป็นต้นไปจะใช้กำลังตำรวจนครบาลจำนวน 3,000 นายต่อวัน และจุดคัดกรอง 8 จุดที่มีเครื่องสแกนโลหะ เพื่ออำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัย และการจราจรรอบบริเวณพระบรมมหาราชวัง

ทั้งนี้การข่าวยังไม่พบจุดเสี่ยงและความผิดปกติแต่อย่างใด เพราะได้สนธิกำลัง ระหว่างทหาร เจ้าหน้าที่ตำรวจเฝ้าระวังอยู่ตลอดเวลา โดยได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่เฝ้าระวังตลอดเวลา

นอกจากนี้ยังมีกล้อง CCTV รอบพื้นที่สนามหลวงกว่า 1,300 ตัวใช้งานได้ทั้งหมด เพื่อช่วยในการรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชน และในเช้าวันที่ 29 ต.ค. จะลงพื้นที่เพื่อตรวจความเรียบร้อยบริเวณรอบพระบรมมหาราชวัง จึงขอให้ประชาชนมั่นใจในการรักษาความปลอดภัย

ขณะเดียวกัน พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รรท.รอง.ผบช.น. พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รรท.ผบก.จร. ได้ประชุมเตรียมความพร้อมอำนวยความสะดวกและรับมือสถานการณ์ด้านการจราจรในวันที่ 29-30 ต.ค. ซึ่งเป็นวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ซึ่งคาดว่าจะมีประชาชนเดินทางมาเป็นจำนวนมากอาจจะส่งกระทบต่อการจราจร

ดังนั้นทาง บช.น.จะจึงปรับแผนการจัดการจราจรใหม่ โดยจะเริ่มปิดการจราจรตั้งแต่เวลา 07.00น.เป็นต้นไป และจะขยายพื้นที่การปิดการจราจรวงรอบใหญ่ขึ้น แต่จะยกเว้นให้สำหรับรถขนส่งมวลชนสาธารณะ รถทัวร์ รถชัตเทิลบัส (shuttle bus) ที่จะเข้ามารับ-ส่งประชาชนเท่านั้น ซึ่งการปิดการจราจรในรูปแบบดังกล่าวทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรจะปิดการจราจรต่อเนื่องจนถึงเวลาที่ประชาชนเดินทางกลับบ้านเบาบางลงก่อนจึงจะเปิดการจราจรตามปกติในช่วงเวลากลางคืน

ปรับแผนจราจร-แนะใช้รถสาธารณะ

นอกจากนี้ พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ยังได้เรียก รอง ผกก.จร. และ สว.จร. สน.บุปผาราม สน.บางกอกใหญ่ สน.พระราชวัง และสน. สำราญราษฎร์ ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่โดยรอบพระบรมมหาราชวัง ประชุมเพื่อหารือและกำหนดแนวทางการจัดการจราจรบริเวณพื้นที่โดยรอบ

พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. กล่าวว่าไม่อยากให้นำรถยนต์ส่วนตัวเข้ามาเพราะจะเกิดปัญหาที่จอดรถและทำให้การจราจรติดขัด ขอให้ใช้การเดินทางโดยขนส่งมวลชนแทน ส่วนผู้ที่ต้องการเข้ามาส่งของในพื้นที่บริเวณท้องสนามหลวง ให้เดินทางมาในช่วงเวลา 00.00 น. ถึง 07.00 น. รวมถึงผู้ที่มีความประสงค์เดินทางมาแจกของ ขอให้ดำเนินการลงทะเบียนให้เรียบร้อย เพื่อเจ้าหน้าที่จะได้ดำเนินการกำหนดจุดให้เกิดความเป็นระเบียบ

ทบ.เปิดพื้นที่รับประชาชนตจว.

ด้าน พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวว่าพล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะเลขาธิการคสช. ได้มอบหมายให้กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย( กกล.รส.) ในทุกจังหวัด ประสานการปฏิบัติร่วมกับฝ่ายปกครองในพื้นที่ เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกประชาชนที่จะเดินทางเป็นส่วนรวม

โดยเฉพาะกรณีที่กระทรวงมหาดไทยจัดลำดับการเดินทางของแต่ละจังหวัดไว้แล้ว ในช่วง 29 ต.ค.2559 – 20 ม.ค.2560 โดยกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย ในแต่ละพื้นที่จะเข้าช่วยดูแลประชาชนตั้งแต่จุดเริ่มต้นของการเดินทาง และได้เปิดค่ายทหารตามเส้นทางผ่านเป็นจุดพักรถ พักคน ระหว่างทางด้วย

นอกจากนี้กองทัพบก จะนำนักศึกษาวิชาทหาร นักเรียนนายร้อยและนักเรียนพยาบาล จาก 4 เหล่าทัพ และนักเรียนแพทย์ทหารของกองทัพบก จำนวน 200 คนต่อวัน เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในพื้นที่โดยรอบพระบรมมหาราชวัง เน้นการจัดระเบียบบุคคลที่จะเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ รวมทั้งการร่วมเป็นจิตอาสา เพื่อดูแลสิ่งของที่นำมาบริการประชาชนในพื้นที่สนามหลวงด้วย

ถกปรับแผนจราจรอีกครั้งวันนี้

ด้านกองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณรอบพระบรมมหาราชวัง(กอ.รส.) พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้ว่าฯกทม. กล่าวภายหลังการประชุมประจำวันของกอ.รส.ว่า ที่ประชุมได้ถกแผนรับมือประชาชนที่จะเดินทางมาสักการะพระบรมศพในวันที่ 29 ต.ค.นี้ โดยในส่วนการจัดการจราจรตำรวจมีแผนปิดแยกหลานหลวงและแยกอรุณอมรินทร์แล้วผันรถออกไปทางสะพานพระราม 8 เพื่อเข้าฝั่งธนบุรี

รับเปิดรับอาสาสมัครสนามหลวง

พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวว่า ขอความร่วมมือให้ประชาชนให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ และสำรวมพฤติกรรมให้เหมาะสมไม่ทำลายบรรยากาศการถวายความอาลัย ทั้งนี้จุดรับบัตรคิวจะมารับได้ที่วัดมหาธาตุ รวมถึงจุดอื่นซึ่งจะมีจุดพักคอยประชาชน จะมีเต็นท์รับรองจำนวน 20 เต็นท์ เก้าอี้จำนวน 2 หมื่นที่นั่ง

ขณะที่นายวิกร เพิ่มพวก ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์ประสานงาน Volunteers For Dad กล่าวว่า ยังเปิดรับอาสาสมัครที่จะมาช่วยงานในพื้นที่สนามหลวง ส่วนเรื่องสิ่งของบริจาค ยังขาดถ้วยชานอ้อย ที่เอาไว้ใส่อาหารแจกประชาชน เพราะเป็นวัสดุที่ย่อยสลายได้ง่าย สำหรับดอกไม้ของประชาชนที่นำมาสักการะ ทางจิตอาสาจะนำไปจัดไว้ที่สวนสราญรมย์ เมื่อดอกไม้เหี่ยวเฉาแล้วก็จะนำไปทำเป็นน้ำหมักชีวภาพต่อไป

นอกจากนี้ได้เพิ่มจุดประชาสัมพันธ์ จุดบริการรถรับส่ง รวมถึงการจัดทำแผ่นพับคู่มือประชาชน ที่ระบุถึงแผนที่และข้อปฏิบัติการเข้าร่วมงานติดไว้ที่จุดคัดกรองประชาชนอีกด้วย

‘ฉัตรชัย’สั่งพาเกษตรกรถวายสักการะ

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่าได้สั่งการให้สำนักงานเกษตรในทุกจังหวัด รับจัดบริการให้เกษตรกรที่ต้องการจะเข้ามากราบสักการะ ได้เดินทางเข้ามายังพระบรมมหาราชวังได้อย่างสะดวก ขอให้ทุกกรม 16 หน่วยงาน ไปเร่งวางแผนในพื้นที่รับผิดชอบรับรองเกษตรกรที่ต้องการจะเดินทางมาอย่างดีที่สุด เพื่อให้เกษตรกรทุกคนได้กราบในหลวง ซึ่งพระองค์ทรงเป็นที่รักยิ่งของเกษตรกรไทยได้มีโอกาสมาร่วมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ ที่ทรงงานหนักด้วยความห่วงใยเกษตรกรมาตลอดการครองราชย์