“นายกฯ” ขอ “ทุกฝ่าย” ร่วมกุมมือผ่านช่วงเวลาโศกเศร้ากลับสู่สติที่มั่นคง ก้าวเดินไปข้างหน้าพร้อมกัน เตือนอย่าตั้งศาลเตี้ยตัดสินปัญหาด้วยกำลัง
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการ “ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน" ว่า ในช่วงเวลาแห่งความยากลำบากนี้ ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ประชาชนทุกคน อีกทั้ง “จิตอาสา” ที่ร่วมกับรัฐบาล หน่วยงานของข้าราชการและสถาบันการศึกษาต่างๆ รวมทั้งมูลนิธิ องค์กรเอกชน ห้างร้าน พี่น้องประชาชนและดารานักแสดง ที่มาช่วยกัน คนละไม้ คนละมือ ทั้งช่วยแจกจ่ายอาหาร-เครื่องดื่ม, เก็บขยะ, รักษาความสะอาด ดูแลการจราจร จัดระเบียบแถว จัดดอกไม้ พยุงดูแลผู้สูงอายุ เข็นรถคนพิการ และช่วยอำนวยความสะดวกตามกำลังความสามารถในการอำนวยความสะดวกและให้บริการแก่พี่น้องประชาชน ที่ต่างมีประสงค์จะเดินทางมายังมหาราชวัง
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สิ่งดีๆ เหล่านี้ตนเห็นว่าเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดี แด่ “พ่อหลวง” ของปวงชนชาวไทย เป็นการเสียสละ เป็นการทำดีเพื่อส่วนร่วม เพื่อผู้อื่น เพื่อสังคม ที่เรียกว่าเป็นเพื่อแผ่แบ่งปั่นนะครับ ที่สำคัญการเป็น “ผู้ให้” เหมือนอย่างที่พ่อหลวงของเรา ทรงเป็น “ผู้ให้” แก่พสกนิกรของพระองค์ ตลอดพระชนม์ชีพ ตลอด 70 ปีแห่งการทรงงาน ตนอยากให้พี่น้องประชาชนคนไทย มีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ช่วยเหลือแบ่งปัน ทั้งในวันนี้ และในวันข้างหน้า
“ การทำดีสามารถทำได้ทุกวันและกับทุกคน แต่ระมัดระวังเรื่องความขัดแย้ง อย่ากระทบกระทั่งกันอีกเลยไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตามขอให้พูดจากันดีๆ ในส่วนของการมี “จิตสาธารณะ” นั้น เป็นสิ่งที่พึงประสงค์ในเวลานี้กับประเทศไทย เพราะเป็นการแสดงออกโดยความสมัครใจ ด้วยศักยภาพของตนเอง เป็นการสะท้อนถึงความเป็นผู้เจริญ ผู้มีอารยะและมีคุณค่า หน่วยงานภาครัฐ ไม่สามารถประสบความสำเร็จอย่างสมบูรณ์ได้เลยถ้าหากปราศจาก “พลังประชารัฐ” ด้วยการสนับสนุนความร่วมมือ จากภาคเอกชนภาคประชาสังคมในสังคมที่หลากหลาย ทั้งนี้เรายอมรับว่า ย่อมมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันอยู่ แต่การตัดสินความเห็นต่างว่าผิดที่เดียวนั้นคงไม่ใช่สิ่งที่ “ถูกต้อง” แต่ต้องมีเหตุผล หลักการและมีการตรวจสอบ ข้อสำคัญคือสังคมมีกระบวนการยุติธรรมอยู่แล้ว หากทุกคนเคารพสิทธิ ซึ่งกันและกัน รวมทั้งเคารพกระบวนการของศาลตัดสินยุติธรรม สังคมก็จะมีแต่ความสงบสุข ไม่มีการขัดแย้ง ไม่ว่าจะเจ้าหน้าที่กับประชาชนหรือว่าใครก็แล้วแต่ ” นายกรัฐมนตรี กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เราจะต้องไม่ตั้ง “ศาลเตี้ย” ไม่ตัดสินปัญหา “ด้วยกำลัง” แต่ควรใช้สติ และใช้กฎหมายบ้านเมือง เจ้าหน้าที่ดูแลก็อย่าให้มีการกระทบกระทั่งกันโดยเด็ดขาด ต้องระงับโดยทันที แล้วสอบสวนว่าเรื่องอะไร ให้ได้ข้อมูลที่แท้จริงแล้วก็กรุณาแพร่สัมพันธ์ให้ประชาชนทราบด้วย เพราะบางทีแพร่ในโซเซียลมีเดียบางเรื่องก็จริง บางเรื่องก็ไม่จริง บางเรื่องก็ตัดสินคนโน้นถูกคนนี้ผิดไป ซึ่งมันทำให้อันตรายมันเกิดขึ้นในสังคมบ้านในเวลานี้นะครับ ในช่วงเวลาที่เปลี่ยนผ่าน
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อยากให้ทุกคน รวมพลังใจที่จะร่วมกันพัฒนาประเทศให้ก้าวต่อไป สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อสืบสานแนวทางพระราชดำริ และสานต่อพระราชปณิธาน ด้วยความรู้ รัก สามัคคีของคนในชาติ มุ่งมั่นตั้งใจขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนในช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านนี้ มีข้อมูลข่าวสาร ที่ทุกคนติดตามกันอยู่ในหลายๆแง่มุมนะครับ ผมขอให้ยึดถือช่องทางสื่อสารของรัฐบาล ตามจอภาพข้างล่างนี้ เป็นสำคัญ อย่าหลงเชื่อ หลงแชร์ ข้อมูลข่าวสารที่ไม่มั่นใจ ไม่สามารถอ้างอิงแหล่งที่มาได้ เนื่องจากหลายเรื่องมีความอ่อนไหว หลายเรื่องสร้างความสับสน เพราะการแชร์ในสิ่งที่ไม่รู้และไม่จริง นอกจากอาจผิดกฎหมายแล้ว อาจสร้างความเสียหายให้กับสถาบันอันเป็นที่รักยิ่งของพวกเราทุกคน รวมทั้งประเทศชาติด้วย
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ในนามของรัฐบาลตนขอขอบคุณพี่น้องประชาชนคนไทย ที่ร่วมมือร่วมใจให้กำลังใจซึ่งกันและกัน กุมมือกันผ่านช่วงเวลาที่โศกเศร้าแสนสาหัสในครั้งนี้ กลับสู่สติที่มั่นคงและก้าวเดินไปข้างหน้าพร้อมกัน ด้วยปัญญาด้วยพลังและด้วยจิตใจที่เข้มแข็งและแนวแน่ ที่จะสืบสานพระราชปณิธานแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช พระองค์ผู้เป็นที่รักเทิดทูนของพวกเราทุกคน พระองค์ทรงทอดพระเนตรพวกเราอยู่จากเบื้องบนลงมา แล้วก็พระองค์ทรงอยู่ในทุกอณูของแผ่นดิน ผืนน้ำและอากาศ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับรายการ “ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” จะออกอากาศ ทุกวันศุกร์ เวลา 20.15 เหมือนเดิม และ rerun ในวันเสาร์เช้า ทาง สถานีโทรทัศน์ ททบ. โมเดิร์น 9 ทีวี และ NBT เช่นเดียวกับรายการ “คืนความสุขให้ประชาชน” แต่ในสัปดาห์นี้ จะออกอากาศ หลังการถ่ายทอดสดพระราชพิธีฯ ซึ่งเบื้องต้น คาดว่าประมาณ 22.00 น. ความยาวของรายการในสัปดาห์นี้ ประมาณ 20 นาที





