รัฐบาลเชิญชวนประชาชนรวมพลัง ร่วมบันทึกภาพประวัติศาสตร์แห่งความจงรักภักดี "ร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี" ที่ท้องสนามหลวง เสาร์นี้ เวลา 13.00 น.
ก่อนหน้านี้ มีความสับสนเกิดขึ้นในการร่วมร้องเพลงครั้งนี้เกี่ยวกับเวลาและสถานที่ แต่หลังจากผู้ประสานงานขอให้รัฐบาลเตรียมการให้เนื่องจากประชาชนจะเดินทางเข้าร่วมถวายความอาลัยจำนวนมาก ทำให้เป็นที่แน่ชัดว่าการรวมพลังร้องเพลงจะมีขึ้นเวลา 13.00 น. วันเสาร์ที่ 22 ต.ค.นี้
พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าสำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้รับการประสานจาก หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล เพื่อเชิญชวนประชาชน ร่วมน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ และร่วมแสดงความอาลัย แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยการรวมพลังร้องเพลง “สรรเสริญพระบารมี” ในวันเสาร์ที่ 22 ตุลาคมนี้ เวลา 13.00 น. ณ บริเวณถนนหน้าพระลาน กำแพงพระบรมมหาราชวัง และท้องสนามหลวง
"การรวมพลังครั้งสำคัญนี้หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิมและทีมงาน จัดขึ้นเพื่อบันทึกภาพประวัติศาสตร์ที่แสดงถึงความรักอันยิ่งใหญ่ ความผูกพัน และความอาลัย ของประชาชนผู้จงรักภักดีทุกหมู่เหล่า จัดทำเป็นภาพยนตร์และวีดิทัศน์สำหรับฉายในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ และสถานีโทรทัศน์ช่องต่าง ๆ ซึ่งการถ่ายทำภาพยนตร์นี้ จะเป็นการบันทึกเสียงเพลงที่ประชาชนขับร้องสด ร่วมกับวงดนตรี Siam Phiharmonic Orchestra และคอรัส 100 คน โดยมีนายสมเถา สุจริต เป็นผู้ควบคุมการบรรเลง และทีมงาน ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล เป็นผู้ถ่ายทำภาพยนตร์”
โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องจะดูแลอำนวยความสะดวกในการจัดกิจกรรม เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สำหรับประชาชนที่มีความประสงค์จะไปร่วมกิจกรรมครั้งนี้ จะต้องแต่งกายด้วยชุดสุภาพสีดำและนำเทียนสีขาวไปด้วย โดยนัดหมายให้ไปอย่างพร้อมเพรียงกัน เพื่อซักซ้อมความเข้าใจ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ในเวลา 10.00 น.
ทั้งนี้ หากต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 08 9949 5629
ตั้งกองอำนวยการรักษาความสงบดูแล
พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่เดินทางมาแสดงความอาลัยต่อพระบรมศพว่า ด้วยความห่วงใยของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. อยากให้พี่น้องประชาชนมีความสะดวกที่สุดต่อการเดินทางมาแสดงความอาลัยต่อพระบรมศพ จึงมอบหมายให้พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะเลขาธิการคสช. จัดตั้งกองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อย (กอร.รส.) โดยรอบพระบรมมหาราชวัง เพื่อร่วมปฏิบัติและประสานงานกับหน่วยราชการและภาคส่วนต่างๆ
ทั้งนี้ ได้กำหนดให้มีการประชุมร่วมกันในเวลา 11.00 น.ของทุกวัน เพื่อหารือประสานงานกันให้งานสมบูรณ์มากที่สุด รวมทั้งการปรับเสริมให้งานการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนมีประสิทธิภาพมากขึ้น
มั่นใจพร้อมรองรับประชาชน
พ.อ.วินธัย กล่าวต่อว่า สำหรับการอำนวยความสะดวกมีตั้งแต่การขนส่งเพื่อเดินทางเข้ามา การจัดลำดับในการเข้าแสดงความอาลัยต่อพระบรมศพ การแจกจ่ายสิ่งของ อาหารและน้ำของทั้งภาครัฐและเอกชนผู้มีจิตอาสา การรักษาพยาบาล ระบบสาธารณูปโภคที่จำเป็นเช่น ห้องสุขา หรือที่ทิ้งขยะ รวมทั้งที่พักแรมค้างคืนกรณีจำเป็นสำหรับประชาชนบางคนที่ยังไม่สามารถเดินทางกลับได้ ซึ่งเป็นข้อห่วงใยพิเศษของพล.อ.ประยุทธ์ด้วย
“ในช่วงแรกการอำนวยความสะดวกบางงานอาจยังไม่สมบูรณ์ แต่ปัจจุบันได้มีการปรับพัฒนาขึ้นตามลำดับ”
พ.อ.วินชัย กล่าวว่าในวันที่ 28 ต.ค.นี้ ประเมินว่าจะมีพี่น้องประชาชนเดินทางเข้ามาเป็นจำนวนมากนั้น ทางกอร.รส. โดยรอบพระบรมมหาราชวัง และหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง ได้มีการเตรียมการที่จะอำนวยความสะดวกไว้แล้วในระดับหนึ่ง ซึ่งก่อนถึงวันที่ 28 ต.ค. 59 ทุกส่วนงานก็คงจะพยายามปรับให้มีความสมบูรณ์มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายและข้อห่วงใยของพล.อ.ประยุทธ์
“กษัตริย์-ผู้นำต่างประเทศ”เตรียมมาไทย
นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขานุการศูนย์บัญชาการติดตามสถานการณ์(ศตส.) ทำเนียบรัฐบาล แถลงภายหลังการประชุมศตส.วานนี้(20 ต.ค.) ว่า ที่ประชุมได้ติดตามสถานการณ์สำคัญในด้านต่างๆ ทั้งความมั่นคงการรักษาความสงบเรียบร้อย การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ซึ่งภาพรวมทุกอย่างเป็นไปด้วยดี สถานการณ์เป็นไปอย่างปกติ หน่วยงานด้านความมั่นคงและการข่าว ยังคงทำหน้าที่ในระดับสูงสุด
ขณะที่การอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ศตส.ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดูแลทั้งเรื่องที่พัก อาหาร การแพทย์ สาธารณสุข
ขณะที่พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมให้ความสำคัญและเน้นย้ำว่าต้องให้ข้อมูลเกี่ยวกับการบริการขนส่งสาธารณะ โดยได้เพิ่มจุดจอดรถ เป็น 8 จุด และจะเพิ่มการสัญจรทั้งทางบก และน้ำ พร้อมดูแลความปลอดภัยประชาชนอย่างดีที่สุด
ส่วนด้านการแพทย์ ได้มีการจัดจุดบริการประชาชนไว้ 11 จุด มีโรงพยาบาลสนาม 2 จุด ซึ่งจะสามารถดูแลประชาชนได้อย่างทั่วถึง ทั้งนี้ศตส.ยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกฝ่ายเพื่อสะท้อนถึงปัญหาและหาทางแก้ไข
นายสุวพันธุ์ กล่าวว่าขณะนี้มีกษัตริย์ และผู้นำต่างประเทศติดต่อจะเดินทางมาแสดงความอาลัย ประกอบด้วย สมเด็จพระราชาธิบดี และสมเด็จพระราชินีแห่งมาเลเซีย สมเด็จสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งบรูไน ผู้นำประเทศประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์และภริยา กัมพูชา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย ฟิลิปปินส์ สาธารณะรัฐแซมเบีย สหรัฐอเมริกา เกาหลี สาธารณะรัฐหมู่เกาะมาร์แชลล์ มัลดีฟส์ แกมเบีย และญี่ปุ่น





