วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ความรู้สึก 'ด.ช.' ผู้เคยถวายฎีกาขอบ้าน 'ในหลวง'

ความรู้สึก "ด.ช." ผู้เคยถวายฎีกาขอบ้าน "ในหลวง" ตั้งใจอุปสมบทและรับใช้ชาติด้วยการสมัครเป็นทหารเพื่อทดแทนพระคุณ

นายชาตรี นัดดา ในวัย 21 ปี บรรจงทำความสะอาดพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ และพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระบรมราชินีนาถ บริเวณด้านหน้าของบ้านเลขที่ 9809/1 หมู่ที่ 5 ต.ท่าหลวง อ.เมือง จ.พิจิตร ซึ่งเป็นบ้านที่ได้รับพระราชทานความช่วยเหลือเมื่อปี 2550 หลังจากที่ชาตรี ในวัย 12 ปี ได้ถวายฎีกาเพื่อขอพระราชทานความช่วยเหลือเนื่องด้วยความลำบากของครอบครัว แม้ในวันนี้ผ่านไป 9 ปี พระบรมฉายาลักษณ์สองพระองค์จะเก่าไปตามกาลเวลาแต่พระเมตตายังคงชัดเจนในความรู้สึกของนายชาตรีในวันนี้

นายชาตรี นัดดา เล่าว่า ในวัยเด็กชีวิตลำบากมาก ใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก บ้านที่อยู่อาศัยไม่ต่างกับเล้าไก่ แต่ทั้งครอบครัวจำนวน 5 คน ประกอบด้วย พ่อ แม่ ตนเองและ พี่น้องอีก2 คน จำเป็นต้องอาศัยเนื่องจากไม่มีที่อยู่ที่ดีกว่านี้ แม้ว่าวัยเพียง 12 ปี แต่ตนเองก็ช่วยเหลือครอบครัวด้วยการ รับจ้างแบกข้าวสาร เฝ้าเล้าเป็ด หาเงินจุนเจือครอบครัว ด้วยวัย 12 ปี นึกอะไรไม่ออกนอกจากในหลวง จึงเขียนจดหมายซึ่งตนทราบทีหลังว่าคือการถวายฎีกาเพื่อขอพึ่งพระบารมี ให้ทรงช่วยเหลือครอบครัวที่มีความเป็นอยู่สุดแร้นแค้น ในวันที่ได้รับความช่วยเหลือรู้สึกตื้นตันเป็นที่สุดจนไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้ รู้สึกเพียงว่าดีใจมากๆที่สุดในชีวิตของเด็กวัย12ปี ซึ่งหลังจากได้รับพระราชทานการช่วยเหลือ ชีวิตครอบครัวก็ดีขึ้นครอบครัวมีบ้านที่มั่นคงและสามารถอาศัยหลบร้อนหลบฝนได้อย่างสบาย ทำให้ชีวิตครอบครัวดีขึ้นตามลำดับ

นายชาตรี ในวัย 21 ปี กล่าวด้วยความรู้สึกซื่อๆของชายที่ผ่านอุปสรรคในชีวิตมากมายว่า ในวันที่ทราบข่าวการสวรรคตของในหลวง รู้สึกเสียใจมาก เสียใจจนพูดไม่ออก ณ เวลานั้นรู้สึกเสียใจมากที่พระองค์สวรรคต สิ่งที่ตั้งใจที่จะทดแทนพระคุณคือการอุปสมบทเพื่อทดแทนพระเมตตาของพระองค์และพ่อแม่ รวมไปถึงอีกอย่างคือการตั้งใจสมัครรับราชการทหารโดยไม่จับใบดำ ใบแดง เนื่องจากในเดือนเมษายนจะครบกำหนดการเกณฑ์ทหาร ตนเชื่อว่าการเป็นทหารจะทดแทนพระเมตตาของพระองค์ได้ ส่วนสิ่งที่อยากขอคือขอให้พระองค์เสด็จสู่สรวงสวรรค์ อย่าได้มีทุกข์ร้อนอันใดมาแผ้วพานพระองค์

ชีวิตวันนี้ของนายชาตรี นัดดา ดำรงชีวิตอย่างพอเพียงกับครอบครัวที่อบอุ่นซึ่งมี พ่อ แม่ ภรรยา และบุตรชายวัย 3 ขวบ ในบ้านหลังที่ได้รับพระราชทานความช่วยเหลือ ดำรงอาชีพด้วยการรับจ้างทั่วไป ทั้งการดูแลนาข้าว ทำประมงพื้นบ้าน เลี้ยงสัตว์ ซึ่งมีรายได้พอจุนเจือครอบครัวในฐานะเสาหลักของครอบครัว โดยนายชาตรียังคงยึดมั่นดำเนินชีวิตด้วยความสุจริต เป้าหมายคือการทดแทนพระคุณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศด้วยการอุปสมบทและรับราชการทหารซึ่งเป็นสิ่งที่เขาคิดว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่เขาจะสามารถทำได้เพื่อทดแทนพระเมตตาที่หาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ พระมหากษัตริย์ผู้อยู่ในใจของเขาและปวงชนชาวไทยทั้งปวงตลอดไป

สำหรับข้อความฎีกา ระบุว่า  เขียนที่โรงเรียนบึงสีไฟ หมู่4ต.ท่าหลวง อ.เมือง จ.พิจิตร  

เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2550

 เรื่อง ขอพระราชทานความเมตตา

"กราบแทบเท้าพระพ่อหลวงของแผ่นดิน กระผม ด.ช.ชาตรี นัดดา อาศัยอยู่บ้านไม่มีเลขที่ หมู่5ต.ท่าหลวง อ.เมือง จ.พิจิตร ขณะนี้เรียนอยู่ชั้น ป.4โรงเรียนบึงสีไฟ หมู่4ต.ท่าหลวง กระผมมีพี่น้อง3คน พี่สาวเรียนอยู่ชั้น ป.6น้องชายคนเล็กเรียนอยู่ชั้น ป.3ครอบครัวของกระผมมีความเป็นอยู่ที่ยากจนมาก ประกอบกับคุณแม่สติไม่สมประกอบ คุณพ่อมีอาชีพรับจ้างทั่วไป

ทั้งนี้ วันใดโรงเรียนหยุด กระผมจะไปรับจ้างชาวบ้านเฝ้าเล้าเป็ดได้คืนละ40บาท ถ้าวันใดเขาไม่จ้าง กระผมก็จะไปรับจ้างแบกข้าวเปลือกขึ้นรถที่ชาวบ้านเก็บเกี่ยวข้าวเปลือกตั้งแต่เวลา08.00-17.00น. ได้ค่าแรงงาน50บาท เพื่อนำไปจุนเจือครอบครัว ถ้าวันใดไม่มีคนจ้างไปทำงาน เวลากลางคืนก็จะออกไปจับกบ จับเขียดและงู มาเป็นอาหาร บางวันที่ไม่สามารถหาอาหารได้ก็จะไปขออาหารจากหลวงพ่อบุญเลิศ วัดบึงสีไฟ เพื่อนำไปให้พ่อแม่และพี่น้องรับประทาน กระผมทำอย่างนี้ทุกวัน ครอบครัวกระผมยากจนมาก หมดที่พึ่ง

กระผมขอพึ่งบารมีพระพ่อหลวงของแผ่นดิน เป็นที่พึ่งสุดท้ายของชีวิต และครอบครัว ทางด้านการศึกษาและที่อยู่อาศัย กระผมและน้องๆ อยากเรียนสูงๆ เมื่อจบแล้วก็จะได้มีงานทำเลี้ยงดูทดแทนพระคุณพ่อพระคุณแม่ ตั้งแต่ผมเกิดมาเห็นพ่อแม่สุดแสนลำบาก กระผมจะขอพึ่งอาศัยพระพ่อหลวงของแผ่นดินเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรตลอดชีวิตของกระผม กราบเท้าพระพ่อหลวงของแผ่นดิน

ลงชื่อ ด.ช.ชาตรี นัดดา (ด.ช.ชาตรี นัดดา) ผู้ร้องขอความเมตตา"

ภายหลังจาก ด.ช.ชาตรี ถวายฎีกาต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สำนักราชเลขาธิการได้ตอบหนังสือดังกล่าว พร้อมมีหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร

ที่ รล0009.5/18916

สำนักราชเลขาธิการ พระบรมมหาราชวัง กทม.10200

วันที่3ตุลาคม2550

เรื่อง ขอพระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์ระบุว่า

เรียนผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร

สิ่งที่ส่งมาด้วย สำเนาฎีกาของ ด.ช.ชาตรี นัดดา ลงวันที่10สิงหาคม2550

ด้วย ด.ช.ชาตรี นัดดา ทูลเกล้าฯ ถวายฎีกา ความว่า ด.ช.ชาตรี เรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่4โรงเรียนบึงสีไฟ อาศัยอยู่บ้านไม่มีเลขที่ หมู่5ต.ท่าหลวง กับบิดา ซึ่งมีอาชีพรับจ้างทั่วไป มารดาสติไม่สมประกอบ และพี่สาวกับน้องชายซึ่งเรียนอยู่ที่โรงเรียนบึงสีไฟ ชั้นประถมศึกษาปีที่6และปีที่3ตามลำดับ ครอบครัวมีฐานะยากจน ได้รับความลำบากด้วยเหตุผลดังกล่าว จึงขอพระราชทานทุนการศึกษา และที่อยู่อาศัย ความละเอียดตามสำเนาฎีกา ที่แนบมาพร้อมนี้

ทั้งนี้ จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา หากมีหนทางคลี่คลายปัญหาหรือมีข้อคิดเห็นประการใด กรุณาแจ้งให้ทราบด้วยจะขอบพระคุณยิ่ง เพราะจะนำความกราบบังคมทูลพระกรุณาต่อไป

 

ขอแสดงความนับถือ

นายอินทร์จันทร์ บุราพันธ์

เลขาธิการคณะองคมนตรี ปฏิบัติราชการแทนราชเลขาธิการ