สิ้น 'บุญเอื้อ ประเสริฐสุวรรณ'

สิ้น 'บุญเอื้อ ประเสริฐสุวรรณ'

"บุญเอื้อ ประเสริฐสุวรรณ" อดีตประธานรัฐสภาถึงแก่อนิจกรรมอย่างสงบด้วยโรคชรา

นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ อดีตส.ส. สุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 08.00 น.ของวันนี้ (13 ต.ค. 2559) พล.ต.บุญเอื้อ ประเสริฐสุวรรณ อดีตประธานรัฐสภาสภา ได้ถึงแก่อนิจกรรมแล้วอย่างสงบด้วยโรคชรา อายุ 97 ปี ทั้งนี้จะมีพิธีรดน้ำศพในเวลา 16.00 น. จากนั้น มีพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพในเวลา 17.00 น. และเวลา 19.00 น.สวดพระอภิธรรม วันศุกร์ที่ 14 ตุลาคม 2559 ที่ศาลาสุวรรณวาณิชกิจ (ศาลา 14) วัดเทพศิรินทราวาส

สำหรับประวัติของ พล.ต.บุญเอื้อ ประเสริฐสุวรรณนั้น เขามีชื่อเดิมว่า “กิมกุ่ย” เกิดเมื่อวันที่ 13 เม.ย. 2462 เป็นบุตรของนายเอี้ยง และ นางช่วง สุวรรณหงษ์ (ต่อมาเปลี่ยนเป็น “ประเสริฐสุวรรณ”) “บุญเอื้อ” เกิดที่อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี และศึกษาระดับประถมและมัธยมที่โรงเรียนในจังหวัดสุพรรณบุรีมาโดยตลอด ได้แก่ โรงเรียนประชาบาลวัดประตูสาร โรงเรียนประชาบาลวัดสาลี และโรงเรียนประจำจังหวัดสุพรรณบุรี (กรรณสูตศึกษาลัย) ขณะเรียนชั้นมัธยมศึกษานั้นเองก็สอบไล่ได้ธรรมศึกษาตรี โท และ ประกาศนียบัตรวิชาครู (พม.) ไปด้วย จากนั้นได้รับการบรรจุเป็นครูโรงเรียนกรรณสูตศึกษาลัย ก่อนจะขอลาออกเพื่อเข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนทหารเสนารักษ์ หลักสูตร 3 ปี ซึ่งสอบไล่ได้ที่ 1 ทุกปีจนได้รับการจารึกไว้ที่โล่ห์ของโรงเรียน นอกจากนี้ในเวลาต่อมายังได้รับประกาศนียบัตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร(กิตติมศักดิ์) อีกด้วย ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก ชั้นสายสะพาย สายที่ 4 ซึ่งเป็นชั้นสายสะพายสูงสุด

พล.ต.บุญเอื้อ นั้น เริ่มต้นชีวิตการทำงานด้วย การเป็นครูที่ โรงเรียนกรรณสูตศึกษาลัย จากนั้นก็ได้ไปเรียนต่อโรงเรียนเสนารักษ์ และได้เป็นหมอภายหลังเรียนจบ และสอนด้านการแพทย์ให้โรงเรียนทหารเสนารักษ์ โรงพยาบาลอานันทมหิดล จังหวัดลพบุรีอีกด้วย นอกจากนี้ยังได้รับตำแหน่งหัวหน้าตึกอายุรกรรมและหัวหน้าตึกศัลยกรรมโรงพยาบาลอานันทมหิดล

ต่อมา 2488 เขาได้ลาออกจากราชการ เพื่อจะสามารถดูแลมารดาและยายได้ใกล้ชิด โดยกลับไปตั้งคลินิกรักษาพยาบาลแผนปัจจุบันโดยมีใบประกอบโรคศิลป์ ของกระทรวงสาธารณสุข ชื่อ “วิริยะการแพทย์” ที่อำเภอบางปลาม้า คนส่วนใหญ่จึงมักเรียกว่า “หมอเอื้อ” ขณะเดียวกันก็ได้ริเริ่มโครงการเพิ่มพูนความรู้ด้านสาธารณสุขแผนปัจจุบันแก่ชาวบ้านบางครั้งออกค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลให้ด้วยจนได้รับรางวัลแพทย์ประจำตำบลดีเด่น 3 ปีซ้อน

ระหว่างที่รับราชการในโรงเรียนทหารเสนารักษ์ เขามียศสิบเอก ยังไม่ทันได้เรียนต่ออีก 2 ปีเพื่อเป็นทหารชั้นสัญญาบัตรก็ต้องไปราชการสงคราม ซึ่งต่อมาภายหลังได้รับเหรียญชัยสมรภูมิมหาเอเชียบูรพา (สงครามอินโดจีน – ฝรั่งเศส) และ เหรียญชัยสมรภูมิสงครามโลกครั้งที่ 2 รวมทั้งได้รับคัดเลือกให้รับรางวัล “คนดีศรีส.ร.” เป็นเกียรติประวัติ ยิ่งไปกว่านั้นยังนับเป็นปูชนียบุคคลของเหล่าทหารแพทย์ที่ประกอบคุณงามความดีจนได้รับพระราชทานยศ พลตรีเป็นกรณีพิเศษในปี 2540

สำหรับอาชีพนักการเมืองนั้น “บุญเอื้อ” ได้เริ่มต้นชีวิตนักการเมืองท้องถิ่นครั้งแรกเมื่อปี 2498 โดยเป็นสมาชิกสภาจังหวัด เขตอำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี 4 สมัย โดยเป็นประธานสภาจังหวัดถึง 3 สมัย โดยมีผลงานพัฒนาอำเภอโดยเฉพาะเรื่องการแพทย์และสาธารณสุข เช่น การทำหน่วยแพทย์เคลื่อนที่จนกระทั่งปี 2514 จึงได้ลาออกเพราะกฎหมายให้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้เพียงตำแหน่งเดียวและในระหว่างนี้ได้รับการเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรด้วย

ระหว่างนั้นเขาได้รับเลือกเป็น ส.ส. ครั้งแรกในปี 2500 โดยช่วงแรกได้ร่วมงานกับพรรคประชาธิปัตย์ ต่อมาในปี พ.ศ. 2518 จึงย้ายมาร่วมกับพรรคธรรมสังคม และ มาร่วมกับพรรคชาติไทยในปี 2519 ซึ่งเป็นยุคตั้งต้นของพรรคชาติไทย และได้เป็นถึงรองหัวหน้าพรรค

“บุญเอื้อ” ยังเป็นผู้ชักชวน นายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรี ให้เข้ามาเล่นการเมืองอีกด้วย

ในการทำงานการเมือง เขาเคยเป็นรัฐมนตรีสามครั้งคื รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในปี 2524-2526 สมัย พล.อ. เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในปี 2531-2533 สมัยพลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นนายกรัฐมนตรี และเป็นรองนายกรัฐมนตรี ในปี 2534 สมัย พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นนายกรัฐมนตรี

ต่อมาในปี 2538 เขาได้เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 19 และ ประธานรัฐสภาคนที่ 23 ของประเทศไทย ระหว่างวันที่ วันที่ 11 กรกฏาคม 2538 จนถึงวันที่ 27 กันยายน 2539 (รวมระเวลา 1 ปี 2 เดือน 25 วัน)