เลขาธิการ สมช. เร่งหาข้อมูลข่าวเพิ่มแจ้งเตือนบึ้มกทม.-ปริมณฑล เชื่อมโยงเหตุ 7 จว.ใต้หรือไม่ ยันติดตามความเคลื่อนไหวทุกกลุ่ม
พล.อ.ทวีป เนตรนิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. กล่าวถึงกรณีที่พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพรามณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ออกมาเปิดเผยข้อมูลทางการข่าว อาจมีการก่อความไม่สงบในพื้นที่ กทม. และปริมณฑล ว่า เป็นการแจ้งเตือน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตื่นตัวในการทำงาน พร้อมทั้งให้ประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตาให้กับเจ้าหน้าที่ หากพบอะไรที่ผิดปกติ เช่น ยานพาหนะต้องสงสัยที่ตำรวจได้แจ้งไว้ว่าจะมีการใช้เป็นยานพาหนะที่ใช้ก่อเหตุ
ส่วนการแจ้งเตือนของสถานทูตออสเตรเลีย ถือเป็นเรื่องปกติ เพราะเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางการข่าวที่ร่วมกันติดตามคอยดูความเคลื่อนไหวของกลุ่มต่างๆ อย่างใกล้ชิด ซึ่งสิ่งที่ประชาคมข่าวกรองร่วมกันทำ มักจะไม่มีใครรับทราบ เพราะเป็นการติดตามกลุ่มต่างๆ ที่อาจจะสร้างความวุ่นวายและก่อเหตุร้าย
พล.อ.ทวีป กล่าวว่า โดยพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ให้ประชาคมข่าวกรองทั้งหมดเร่งติดตามและแจ้งเตือนกัน หากมมีอะไรผิดปกติ จะต้องเร่งดำเนินการระงับยับยั้งไม่ให้เกิดเหตุ และนอกจากพื้นที่ 3 จุดใน กทม.และปริมณฑลแล้ว พลเอกประวิตร ได้สั่งการให้ดูในภาพรวมเพิ่มเติม แต่การที่จะดูทุกพื้นที่ในเวลาเดียวกัน ไม่สามารถทำได้เท่ากันทั้งหมด จึงต้องเพ่งเล็งเป็นจุดๆ ตามที่ได้รับข่าวมา คาดว่า เขาคงทำในจุดที่มีผลกระทบมากที่สุด
ผู้สื่อข่าวถามว่า การแจ้งเตือนครั้งนี้ จะมีความเชื่อมโยงกับการก่อเหตุใน 7 จังหวัดภาคใต้ เมื่อวันที่ 11-12 สิงหาคมหรือไม่ พล.อ.ทวีป กล่าวว่า ก็เป็นเรื่องที่มีความต่อเนื่องกัน เป็นผู้ที่มีความเห็นต่าง ที่มีความคิดเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่าง ก็จะพยายามก่อความไม่สงบขึ้นมา ทำให้เกิดเป็นประเด็น และต้องการแสดงออก ซึ่งสิ่งเหล่านี้ต้องทำไม่ให้เกิดขึ้น แต่จะบอกว่าต่อเนื่องหรือไม่นั้น ยังไม่มีประเด็น และยังไม่สามารถเชื่อมโยงถึงได้ว่าเป็นกลุ่มใด มีเพียงรายงานข่าวที่แจ้งเข้ามา
“สิ่งที่เราทำคือ เมื่อได้รับข่าวสารต้องนำมาวิเคราะห์ในหลายจุด ทำให้เป็นข่าวที่มีข้อมูลมากขึ้น ก่อนที่จะวิเคราะห์ว่าเป็นการก่อเหตุของกลุ่มไหน แต่ยืนยันว่าได้มีการติดตามความเคลื่อนไหวของทุกกลุ่ม ไม่เว้นแม้กระทั่งกลุ่มความเคลื่อนไหวทางการเมือง ทุกกลุ่มที่จะก่อเหตุในทุกเรื่อง เราไม่สามารถติดตามแค่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งได้ ถ้ากลุ่มใดมีพฤติกรรม หรือเตรียมการจะทำอะไรที่เป็นผลกระทบต่อประเทศไทย หรือชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ก็ต้องดำเนินการกับกลุ่ม” พล.อ.ทวีป กล่าว
เมื่อถามว่า ปกติงานการข่าวจะไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ แต่ครั้งนี้มีการเปิดเผยมีความจำเป็นอย่างไร พล.อ.ทวีป กล่าวว่า เป็นการแจ้งเตือนเพื่อให้ประชาชนช่วยกัน หากพบความผิดปกติใกล้ๆบ้าน ก็ช่วยบอกให้เจ้าหน้าที่รับทราบ จะได้สืบสวนขยายผลต่อ ส่วนจะมีแนวโน้มการก่อเหตุสูงหรือไม่นั้น เราถือว่าต้องแจ้งเตือนไม่ให้เกิดเหตุ ซึ่งการแจ้งเตือนล่วงหน้า ก็เหมือนบอกให้เขารู้ว่า เรารู้ว่าเขากำลังจะก่อเหตุเพื่อที่จะยุติไม่ให้ก่อเหตุ ก็เป็นวิธีการหนึ่งในการป้องปราม ว่าเราติดตามความเคลื่อนไหวตลอดเวลา ให้เกิดความสงบเรียบร้อย ส่วนการเฝ้าระวังขณะนี้ ขอใช้คำว่าเตรียมการเต็มที่ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุ เรียกว่าเต็มขีดความสามารถ และยังไม่ใช่สถานการณ์ที่ตึงเครียด





