วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'อภิสิทธิ์' โวสมัยเป็นนายกฯบินประหยัด ชี้'ประวิตร'ไม่ติดหรู

อดีตนายกฯ "อภิสิทธิ์" แนะ "ประวิตร" แจงให้ชัดบินประชุมฮาวาย20ล้าน เผยเคยร่วมงานกัน รองนายกฯไม่ติดหรูและอาจไม่รู้ตัวเลขค่าใช้จ่าย

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เดินทางไปประชุมกลาโหม ASEAN US ที่ ฮอนโนลูลู ฮาวาย โดยเช่าเหมาลำเครื่องบินสายการบินไทย เสียค่าใช้จ่ายประมาณ 20 ล้านบาทว่า ตอนที่ตนเป็นนายกฯนั้นจะใช้นโยบายหลีกเลี่ยงเช่าเหมาลำ เพราะคิดว่าถ้าใช้สายการบินพาณิชย์ได้ก็ให้ใช้

โดยสาเหตุที่ทำเช่นนั้นก็เป็นเรื่องค่าใช้จ่าย และนโยบายของตนคือ คณะที่เดินทางไปต้องกระชับให้มากที่สุดเพื่อความประหยัด อะไรที่ไม่จำเป็นก็พยายามลด พยายามตัด การเช่าเหมาลำที่ทำจะมีในกรณีที่เดินทางโดยสายการบินพาณิชย์แล้ว ไม่สะดวกหรือกระทบต่อการไปทำงาน ซึ่งเท่าที่จำได้มีครั้งหนึ่งที่เหมาลำไป เพราะมีคณะของเอกชนใหญ่มาก เราก็จะเรียกเก็บค่าใช้จ่ายจากภาคเอกชนด้วย ซึ่งต้องมองว่าคุ้มหรือไม่ ถ้าคุ้มก็ทำ

ส่วนที่เรื่องนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์กัน คงเห็นว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง ค่าใช้จ่ายต่อคนประมาณ 5 แสนบาท ถ้าไล่ตามรายการ บางรายการคนก็ต้องมีสิทธิ์ตั้งคำถาม เช่นค่าอาหาร ประมาณ 6 แสนบาท ก็เท่ากับหัวละ 15,000 บาท ส่วนนี้เองที่ต้องออกมาชี้แจงว่า ทำไมถึงเป็นเช่นนี้ เหตุผลความจำเป็นคืออะไร เท่าที่สังเกต เช่น กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ส่วนใหญ่ก็ใช้เครื่องบินพาณิชย์ ไม่เห็นมีประเด็นอย่างนี้ออกมา

"เรื่องนี้ต้องให้ความเป็นธรรมกับพล.อ.ประวิตร ผมเคยทำงานกับท่านมา เพราะท่านก็เป็นรัฐมนตรีในคณะรัฐบาลของผม ซึ่งผมก็รู้สึกว่าท่านปกติไม่ใช่คนที่จะมาหรูหรา ฟุ่มเฟือย ฟุ้งเฟ้อ ค่อนข้างจะเป็นคนเรียบง่าย แต่กรณีนี้ผมก็ไม่แน่ใจว่าท่านทราบถึงรายละเอียดตัวเลขมากน้อยแค่ไหนว่าค่าใช้จ่ายคืออะไร ท่านคงไม่ได้เป็นคนอนุมัติเอง ผมไม่แน่ใจ ของแบบนี้” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

เมื่อถามว่าถ้าเทียบกับเครื่องบินโดยสาร ดูแล้วแพงกว่ากันมาก เครื่องบินโดยสารนั่งชั้น 1 ที่สะดวกสบายพอสมควร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขณะนี้ขึ้นเครื่องไปแล้วไม่ต้องตั้งคำถาม มันสะดวกสบาย อาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ ประเด็นจึงอยู่ที่ว่า เหตุผลที่เขาอ้างคือว่า การใช้เครื่องบินพาณิชย์ไม่มีบินตรง ก็ต้องไปเปลี่ยนหรืออะไร กำหนดการเวลา แต่มันถึงขั้นที่จะต้องเสียเงินเพิ่มขนาดนี้หรือไม่ อันนี้คือสิ่งที่คงจะต้องฟังคำชี้แจง และอย่างที่บอกสมัยตนให้นโยบายชัดเจน ว่าทุกอย่างต้องประหยัดให้มากที่สุด ความจริงของอย่างนี้มันก็อยู่ที่แต่ละคน