นับจากนี้อีกไม่เกิน 6 เดือนวาระการทำงานในเก้าอี้ผู้ว่าฯกทม. คนที่ 15 ของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร จะสิ้นสุดลง หลังคุมอำนาจมาเกือบ 8 ปีเต็ม
นับจากนี้อีกไม่เกิน 6 เดือนวาระการทำงานในเก้าอี้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) คนที่ 15 ของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร จะสิ้นสุดลง ภายหลังคุมอำนาจภายในศาลาว่าการเสาชิงช้ามาเกือบ 8 ปีเต็ม
ถือได้ว่าเขาเป็นเป็นผู้ว่าฯกทม.ที่ถูกสังคมพูดถึงอย่างร้อนแรง ผ่านร้อยเรื่องราวตั้งแต่วิกฤตการชุมนุม สถานการณ์น้ำท่วม ไปจนถึงการตั้งคำถามจากสังคมในโครงการใหญ่หลายเรื่อง ไม่พ้นถูกตรวจสอบจาก “สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน” ขีดเส้นใต้ใหญ่ 3 เส้นในโปรเจ็คไฟประดับ 39 ล้าน ส่งแรงบีบให้ผู้กุมบังเหียนฝ่ายทหาร ออกมาตรา 44 สั่งพักงาน “ชายหมู” ในที่สุด
เป็นภาวะการณ์ตำแหน่งผู้ว่าฯกทม. ในยุคบ้านเมืองเปลี่ยนผ่านก่อนการเลือกตั้งใหญ่ การเลือกตั้งผู้นำท้องถิ่น อบจ. อบต. สก. หรือผู้ว่าฯกทม.ที่ยังไม่เกิดขึ้น เพราะยังไม่มีใครรู้แน่ชัดว่า การเลือกตั้งทั้งหมดนี้โรดแมปประเทศ จะ “ปักหมุด” การเลือกตั้งไปที่เวทีใดก่อนหน้าหลัง แต่มีแนวโน้มว่าระหว่างการรอปฏิทินเลือกตั้ง คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) จะออกมาอุดสูญญากาศในศาลาว่าการเสาชิงช้า เพื่อเลือกใครมาทำหน้าที่แทน “สุขุมพันธุ์”
จากเดิมในอดีตตำแหน่งผู้ว่าฯกทม. จะเป็นข้าราชการการเมืองที่มาจากแต่งตั้งโดยคณะรัฐมนตรีตั้งแต่ปี 2516 ซึ่งการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.มีขึ้นครั้งแรกในปี 2518 จากประกาศใช้พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานครพ.ศ.2518 ในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2518 กำหนดให้กทม.เป็นทบวงการเมือง มีผู้ว่าฯกทม.ที่มาจากการเลือกตั้ง และอยู่ในตำแหน่งตามวาระ 4 ปี จากวันนั้นถึงวันนี้ผ่านมา 41 ปี กทม.มีแนวโน้มจะเป็นครั้งแรกที่ตำแหน่งพ่อเมืองหลวงจะได้รับการ“แต่งตั้ง” อีกครั้ง
การแต่งตั้งครั้งนี้จะไม่ใช่แค่ตำแหน่งผู้ว่าฯกทม.อย่างเดียว ในศาลาว่าการกทม.ยังมีทีมงานฝ่ายการเมืองตำแหน่งเป็นทางการทั้งหมดนับรวมแล้ว 18-19 ตำแหน่ง ถ้าใช้“โมเดล”จากทีมงานสุขุมพันธุ์ในยุคนี้ ไล่ตั้งแต่ตำแหน่งรองผู้ว่าฯกทม. 4 คน คณะที่ปรึกษาผู้ว่าฯกทม. 9 คน เลขานุการและผู้ช่วยเลขาผู้ว่าฯกทม. 4 คน และทีมโฆษกกทม. 2 คน ซึ่งตำแหน่งทั้งหมดอยู่ที่อำนาจคสช.จะเป็น“ผู้เลือก” หรือให้สิทธิผู้ว่าฯกทม.คนใหม่ ได้คัดสรรผู้ได้รับความไว้วางใจ มาร่วมงานเป็นทีมเดียวกันด้วยตัวเอง
ท่ามกลางการคาดการณ์ว่าตำแหน่งบิ๊กกทม.ระลอกใหม่ จะ“รองรับ”นายทหารและข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่ได้เกษียณอายุราชการไปแล้ว เช่นเดียวกับการแต่งตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติที่เพิ่มเก้าอี้ทำงานอีก 30 ที่นั่ง แต่การมาของทีมงานชุดใหม่ จะไม่มีเวลาดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ เพราะภารกิจในกรุงเทพฯใหญ่โตเป็นกองภูเขา กาดอกจันไปที่แผนแก้ปัญหาน้ำท่วม นโยบายจัดระเบียบทางเท้า ความอยู่รอดปลอดภัยของคนเมือง ซึ่งภารกิจเหล่านี้ยังเป็น“งานหิน” ของของผู้ว่าฯกทม. ตามที่คนกรุงเทพฯตั้งความหวังไว้สูง ซึ่งจะเป็นแรงบีบต่อการทำหน้าที่ผู้ว่าฯกทม.อย่างปฏิเสธไม่ได้
สำหรับผู้ว่าฯกทม.คนที่ 16 หากได้รับการแต่งตั้งจริง จะเป็นผู้ว่าฯกทม.ที่ในบริบท“ไร้รอยต่อ” ระหว่างรัฐบาลทหาร และ 29 ชีวิตสมาชิกสภากทม. ที่คสช.เลือกมาก่อนหน้านี้ ทีมงานหน้าใหม่จะทำงานเป็น“เนื้อเดียวกัน”อย่างไร เพราะตัวเลขงบประมาณปี 2560 กว่า 75,635,821,500 บาท เป็นงบประมาณก้อนโตที่ฝ่ายคสช.ชุดนี้ถืออำนาจเข้ามาดูแล ซึ่งเป็นคู่ขนานไปกับการถูกเฝ้ามองจากสังคม โดยเฉพาะการปฏิบัติราชการต่างประเทศ การจัดซื้อจัดจ้างภายในกทม. จะแสวงหาผลประโยชน์ให้ตัวเอง พวงพ้อง ถึงพี่น้องร่วมตระกูลหรือไม่
“พรชัย เทพปัญญา” สมาชิกสภากทม. มองคุณสมบัติผู้ว่าฯกทม.คนที่ 16 เชื่อว่าคสช.จะแต่งตั้งผู้ที่มาทำหน้าที่แทน ภายหลังม.ร.ว.สุขุมพันธุ์หมดวาระไป หรือประกาศออกมาก่อนหากม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ลาออกจากตำแหน่งก่อนหมดวาระ ซึ่งผู้ว่าฯกทม.คนใหม่ต้องรู้เรื่องการบริหารอย่างดี ไม่จำเป็นต้องเป็นในก็ได้ เพราะคนนอกเก่งๆ มีมากมาย แต่ผู้ว่าฯกทม.คนใหม่ มีระยะเวลาการทำงานไม่มาก พูดง่ายๆว่าเดินเข้ามานั่งโต๊ะสามารถทำงานได้เลย ไม่ต้องเสียเวลามาศึกษางานกทม.อีกหลายเดือน เพราะผู้ว่าฯกทม.คนนี้จะอยู่ในตำแหน่งไม่นานมาก ประมาณ 1 ปีหรือ 1 ปีครึ่งก่อนจะมีการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.
ทั้งหมดจึงเป็นอนาคตหน่วยงานอย่างกทม.ในยุคเปลี่ยนผ่าน ไม่ว่า“ใคร”จะทำหน้าที่ผู้นำสูงสุด จากนี้ยังคงถูก“สปอตไลท์”คนในสังคม จับจ้องความเป็นไปในขุมอำนาจใหม่ทุกนาที





