วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ผบ.ทบ.คนใหม่ ลั่นไม่มีความเป็นไปได้ 'ปฏิวัติซ้อน'

"พล.อ.เฉลิมชัย" ผบ.ทบ.คนใหม่ ประชุมวาระพิเศษหน่วยขึ้นตรงทบ. ลั่นไม่มีความเป็นไปได้ "ปฏิวัติซ้อน" เตรียมติดตามอาวุธที่หายปี 53 กลับคืน

พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) แถลงภายหลังการประชุมชี้เเจงและสั่งการของผู้บัญชาการทหารบก ต่อผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก (วาระพิเศษ) เป็นครั้งแรก ว่า วันนี้เป็นการมอบนโยบายด้านต่างๆ โดยเฉพาะด้านกำลังพล เพื่อให้เป็นทหารอาชีพ มีคุณธรรม อุดมการณ์ ซึ่งภาพรวมนโยบายไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม

ส่วนการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ อยู่ในช่วงปรับเปลี่ยนกำลังและลดกำลังในพื้นที่ให้มีความต่อเนื่อง ซึ่งถือว่ามีความสำคัญตามแผนการแก้ปัญหาที่เข้าสู่ระยะที่ 3 โดยต้องพัฒนาขีดความสามารถของกำลังประจำถิ่น และงานด้านการข่าวให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น สัปดาห์หน้าจะเดินทางลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อติดตามการทำงานของทุกส่วน

สำหรับสถานการณ์การเมืองนั้น ขณะนี้ขับเคลื่อนไปตามโรดปแมพ และภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ที่ดี โดยหลังจากนี้จะใช้กำลังทหารลดลง แต่เน้นการบังคับใช้กฎหมาย โดยตำรวจเป็นผู้รับผิดชอบหลัก ทั้งนี้ขอให้ทุกคนช่วยประคับประคองสถานการณ์ แต่ขณะเดียวยอมรับว่า เป็นห่วงการเคลื่อนไหวของกลุ่มใช้ความรุนแรง เนื่องจากตั้งแต่ปี 2553 มีอาวุธของกองทัพที่ยังไม่ได้คืน และไม่ทราบว่าอยู่ไหนบ้าง โดยทางการข่าวต้องมีความระมัดระวัง และเตรียมการอย่างดีที่สุด ซึ่งจะพยายามติดตามอาวุธที่หายไปกลับมาให้ได้

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่า คนไทยส่วนใหญ่มีวุฒิภาวะ และคนไทยทุกคนมีความรักชาติ จึงขอให้ช่วยกันขับเคลื่อนประเทศตามโรดแมป โดย 2 ปีที่ผ่านมา ประชาชนที่เห็นต่างมีจำนวนลดน้อยลงแล้ว แต่อาจยังมีบางส่วนที่เห็นต่างอยู่บ้าง และรัฐบาลได้เน้นการวางรากฐานทุกด้าน นอกจากนี้ยังเชื่อมั่นการทำงานของผู้บังคับหน่วยระดับต่างๆ ที่จะดูแลพื้นที่รับผิดชอบและเข้าใจบทบาทของตนเอง ซึ่งกองทัพบกทำงานเป็นทีม

ผู้บัญชาการทหารบก ยังย้ำด้วยว่า การปฏิวัติรัฐประหาร ไม่อยู่ในความคิด และเชื่อว่า ไม่มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการปฏิวัติซ้อน และอยากให้เลิกใช้คำนี้ เพราะสถานการณ์ทุกอย่างประชาชนเป็นผู้ตัดสิน และที่สำคัญขอยืนยันว่า ทหารพร้อมช่วยเหลือประชาชนในทุกความเดือดร้อนทุกตามการร้องขอ โดยม็อตโต้หรือคำขวัญในการทำงานคือ "งานได้ผล คนเป็นสุข"

ด้านพันเอก วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า จากความเสียหายในส่วนของอาวุธและยุทโธปกรณ์ของเจ้าหน้าที่ทหารตั้งแต่ปี 2553 ยอดรวมขณะนี้ ปืนหายไปจำนวน 86 กระบอก ได้คืนมา 29 กระบอก พร้อมยืนยัน เจ้าหน้าที่ทหารไม่ได้เลือกปฏิบัติต่อประชาชนไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ปี 2553 หรือปี 2557