"พล.อ.ประยุทธ์" โวย! อย่าโยงเรื่องญาติ-พร้อมให้ตรวจสอบ บ่นอุบแบกปัญหาอยู่คนเดียว ย้ำสำนึกความเป็นพลเมือง
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ระบุ ที่ผ่านมาทุกอย่างมีกฎหมายเพียงแต่ไม่ทำอย่างจริงจัง มีผู้รับมีผู้ให้ อำนวยประโยชน์ซึ่งกันและกัน นำไปสู่การคอรัปชั่น และเรื่องนี้อย่าเอาแต่ละคดีมาปนกัน เพราะมันคนละเรื่องกันคดีใครก็คดีนั้น ศาลเป็นผู้นำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตัดสิน ผลเป็นอย่างไรก็ต้องตามนั้น ไม่ใช่ไม่รับการตัดสินแล้วบอกว่าถูกรังแก ตรงนี้อยากให้ช่วยกันสร้างกระบวนการยุติธรรมชัดเจนขึ้น
“ไม่ว่าจะตัวผม ญาติพี่น้อง ก็ไปสอบกันมา ไม่ใช่มาโยงกัน ผมยังไม่เคยโยงไปถึงคนที่อยู่ต่างประเทศสักที คดีใครก็คดีมันว่ากันไป อย่าไปสร้างการรับรู้แบบนี้ มันจะทำให้คนสับสนวุ่นวายไปหมด ถ้าเขาไม่ผิดขึ้นมาจะว่าอย่างไร ก็มีศาลยุติธรรม แต่ถ้าผิดขึ้นมาก็อ้างว่ารังแก ทำไมถึงคิดแบบนี้ ผมเข้ามาแบบนี้ คิดแบบนี้ ไม่ได้เข้าข้างใครทั้งสิ้น ผมต้องอยู่ให้ได้เพื่อทำงาน”
นายกฯ กล่าว่า สิ่งสำคัญถ้าเรายังมองว่าการแก้ปัญหาบ้านเมือง หรือการเมืองเป็นเรื่องของรัฐบาล และนักการเมืองเท่านั้น ประเทศก็จะจมปรักอยู่อย่างนั้น และจะจมลึกลงเรื่อยๆ วันนี้ไม่ใช่แล้ว ต้องใช้คำว่าความสัมฤทธิ์ของความเป็นพลเมือง ของประชาชน ต้องสร้างจิตสำนึกให้ถูกต้อง จะแก้ไขตัวเองตรงไหนอย่างไร โดยอยู่ภายใต้กฎหมาย บ้านเมืองถึงจะไปได้ ถ้าเราขาดสำนึกความเป็นพลเมืองไทย ขาดสำนึกในหน้าที่พลเมือง ขาดการมีส่วนร่วม หรือบทบาททางการเมืองต้องการประชาธิปไตย เลือกตั้งมันเพียงพอหรือไม่ กับการเลือกตั้งแล้วบอกว่าเรามีประชาธิปไตย วันนี้พอจะปรับกฎหมายก็ไม่ยอม ไม่เป็นประชาธิปไตย ขอถามว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นมา มันคงไม่เกิดหรอก ยุบมันเลิกวันนี้ทั้งหมดกลับไปที่เก่า ตนก็พร้อม
“ผมคิดจนสับสนอลหม่านไปหมด ทำให้สมองผมเสียหาย โมโหบ้าง หงุดหงิดบ้าง แต่ผมก็รู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่ ทุกอย่างก็โครมๆทุกวัน ผมก็มนุษย์จะให้ยิ้มรับก็ไม่ใช่ หลายคนคาดหวังว่าต้องอย่างนั้นอย่างนี้ แล้วเวลาที่ท่านคาดหวังคนอื่น เขาทำให้อย่างนั้นหรือไม่ แต่วันนี้ผมทำหลายอย่างที่ท่านต้องการ ไปคิดเอาอะไรผิด-ถูกไปว่ามา อะไรที่จะทำให้เป็นประโยชน์ผมรับทั้งสิ้น”
นายกฯ กล่าวว่า อย่าคิดเพียงว่าบทบาทของพลเมืองมีแค่การเลือกตั้ง ต้องมีวิธีคิดของตัวเอง มีวิถีประชาสังคม ที่กำลังทำกันอยู่นี้ โดยกำหนดอนาคตตัวเองผ่านกลไกรัฐบาลนั่นคือประชาธิปไตยที่ถูกต้อง มีรัฐบาลที่มีธรรมาภิบาล มีข้าราชการที่โปร่งใส อยากให้รัฐบาล ข้าราชการ ประชาชน สมดุลทางความคิดไม่เกิดความขัดแย้ง ที่ตนเข้ามาเพราะอยากให้ประเทศดีขึ้น เราต้องลดความขัดแย้งให้ได้ ประชาธิปไตยต้องเป็นแบบนี้ไม่ใช่สังคมนิยมประชาธิปไตย หรือสาธารณรัฐ และอยากให้ดูว่าสามอย่างนี้ต่างกันตรงไหน แล้วจะรู้ว่าประเทศไทยเกิดจากปัญหาอะไร แล้วจะอยู่ได้หรือไม่ จำคำตนไว้ว่าสามระบอบประชาธิปไตยนี้ ท่านต้องรู้ให้ลึกซึ้งกว่าเดิม ตามฐานะที่ท่านทำงานอยู่ตรงไหนวันนี้สิ่งที่ต้องเร่งทำอีกคือการปลูกจิตสำนึก ซึ่งไม่ใช่การปลูกผักชีที่จะปลูกเร็วขนาดนั้น
นายกฯ กล่าวว่า บางคนอยากย้อนกลับที่เดิม อยากพัฒนาตัวเองก็มี แค่นี้ยังตกลงกันไม่ได้ ทำอะไรก็ทำไม่ได้อีก นั่นเป็นกระบวนการมีส่วนร่วม ต่อไปวันหน้าก็จะบอกว่าทุกอย่างจะต้องบริหารจัดการกันเอง ถามว่าวันนี้เราพร้อมหรือยัง ถ้าพร้อมกระทรวงมหาดไทยก็ไม่ต้องมี ไม่ต้องมีท้องถิ่นอะไรทั้งสิ้น ทำได้หรือไม่
วันนี้คงได้เห็นรูปผู้หญิงตักน้ำอาบกลางถนน ในมุมหนึ่งก็เป็นการประท้วงสร้างการรับรู้ แต่ภาพออกไปทั่วโลก คนไทยอายไหม ซึ่งจริงๆ แล้วมีช่องทางการร้องเรียน ไปไล่ดูว่าถนนนั้นอยู่ในความรับผิดชอบใคร ทำไมถึงไม่ซ่อม หรืองบประมาณไม่มี ถ้าไม่ ต้องรายงานกระทรวงมหาดไทยขึ้นมา เขามีงบกลาง สามารถทยอยทำได้ ไม่ใช่นิ่งกันหมด ถึงเวลาแก้ไม่ได้ก็เกิดภาพนี้ขึ้นมา แล้วใครที่โดน
“ผมโดนอีก ถามว่าจะตั้งกันทำไมหน่วยงานข้างล่างเป็นแถบ ไม่ต้องตั้งหรอก ผมสั่งคนเดียวมันเป็นไปไม่ได้ ที่ผมพูดกลายเป็นว่ารับทุกเรื่อง ไม่ใช่นั่งบริหารอยู่บนหอคอยงาช้าง ถ้าเรามีเหตุผลมีข้อมูลเพียงพอ ยึดโยงหน่วยงานอื่น จะทำให้แก้ปัญหาด้วยการไตร่ตรองรอบด้าน” นายกฯ กล่าว


