วันพฤหัสบดี ที่ 7 พฤษภาคม 2569

Login
Login

'มาม่า'ผนึก'เนชั่น' จัดติวเข้มเข้าสู่มหาวิทยาลัยครั้งที่19

'มาม่า'ผนึก'เนชั่น' จัดติวเข้มเข้าสู่มหาวิทยาลัยครั้งที่19

มาม่า จับมือ เนชั่นฯ จัดโครงการทบทวนความรู้สู่มหาวิทยาลัยกับสหพัฒน์ ครั้งที่ 19 ติวสดพร้อมกันทั่วประเทศ 4 ภาค มีนร.เข้าร่วม 8 แสนคน

เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 59 ที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย (มกค.)กรุงเทพฯ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด โดยผลิตภัณฑ์มาม่า และบริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด(มหาชน) จัดโครงการทบทวนความรู้สู่มหาวิทยาลัยกับสหพัฒน์ ครั้งที่ 19 ระหว่างวันที่ 3-9 ตุลาคม 2559 โดยครั้งนี้มีนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายเข้าร่วมโครงการกว่า 800,000 คนใน 4 จุดทั่วประเทศ คือ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย (มกค.) มหาวิทยาลัยนเรศวร (มน.) มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) วิทยาเขตหาดใหญ่ ซึ่งมีพิธีเปิดโครงการอย่างเป็นทางการที่มกค. โดยมีดร.สุภัทร จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา(กกอ.) เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย นายเวทิต โชควัฒนา รองผู้อำนวยการ และกรรมการบริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) ,นายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ กรรมการผู้อำนวยการบมจ.เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น ,นายหะริน อุปรา กรรมการผู้จัดการ บริษัทดาต้า โปร คอมพิวเตอร์ ซิสเต็มส์ จำกัด และผศ.มานา ปัจฉิมนันท์ รองอธิการบดีฝ่ายสื่อสารการตลาดและวิเทศสัมพันธ์ มกค. เข้าร่วม

นายเวทิต กล่าวว่า โครงการทบทวนความรู้สู่มหาวิทยาลัยกับสหพัฒน์ จัดต่อเนื่องเข้าสู่ปีที่ 19 ซึ่งสหพัฒน์เล็งเห็นคุณค่าของการศึกษาและการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีของเยาวชน รวมถึงเพื่อสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาที่เท่าเทียมให้กับเยาวชนทั่วทุกภาคของประเทศ ซึ่งยังคงยึดมั่นแนวทางจัดติวสดและติวผ่านสัญญาณอินเตอร์เน็ตบรอดแบนด์ ที่ได้รับการสนับสนุนจากบริษัท ดาต้าโปร คอมพิวเตอร์ ซิสเต็มส์ จำกัด พร้อมกัน 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ ได้แก่ มกค.รองรับเด็กจากกรุงเทพฯและปริมณฑล ,มน.รองรับเด็กพื้นที่ภาคเหนือ ,มข.รองรับเด็กพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และม.อ. วิทยาเขตหาดใหญ่ รองรับเด็กจากพื้นที่ภาคใต้

“การจัดโครงการครั้งที่ 19 นี้ มีนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายสมัครเข้าร่วมโครงทบทวนความรู้ ในห้องติวสดของมหาวิทยาลัยทั้ง 4 แห่ง 800,000 คน และมีโรงเรียนทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด กว่า 800 แห่ง ใน 77 จังหวัด ติดต่อขอรับสัญญาณถ่ายทอดสดผ่านอินเตอร์เน็ตบรอดแบนด์ โดยการจัดโครงการครั้งนี้ จัดขึ้นในวันที่ 3-8 ตุลาคมนี้ เป็นการจัดพร้อมกัน 4 ภาค ส่วนในวันที่ 9 ตุลาคม2559 เป็นการติวพิเศษเฉพาะที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย โดยจะมีการถ่ายทอดสดการสอนตลอดทั้ง 7 วัน ผ่านสัญญาณอินเตอร์เน็ตบรอดแบรนด์ไปยังโรงเรียนและมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมโครงการ” นายเวทิต กล่าว

ทั้งนี้ สำหรับ โครงการครั้งนี้ ยังคงเน้นการสอนที่เข้มข้น ทันสมัย ครอบคลุมทุกกลุ่มวิชา ตั้งแต่การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือ โอเน็ต ,การทดสอบวิชาความถนัดทั่วไป (แกต) และการทดสอบข้อสอบวิชาความถนัดทางวิชาชีพและวิชาการ (แพต) ทั้ง 9 วิชาสามัญ 

ได้แก่ คณิตศาสตร์ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ สังคมศึกษา วิทยาศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา และวิชาความถนัดทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ จากอาจารย์และติวเตอร์ดังของไทย 39 คน อาทิ ครูพี่แนน-อริสรา ครูพี่กิฟต์ จากเอ็นคอนเซ็ปต์ พี่โหน่ง พี่เต๋อ พี่วิเวียน จากออนดีมานด์ พี่เอ๋ พี่กอล์ฟ พี่ฟาร์ม จากวี บายเดอะเบรน อ.อนุวัฒน์ อ.ชัย จากพินนาเคิล ผศ.ดร.สาธิตา จากสถาบันภาษาจุฬาฯ อ.พยุงศักดิ์และอ.ศุภชัย จากม.มหิดล เป็นต้น นอกจากนั้นปีนี้ยังเน้น เสริมหลักสูวิชาภาษาอังกฤษและสังคมศึกษา โดยเชิญ ครูพี่โอม จากฟอร์เวิร์ดอิงลิชครูพี่หนู จากโฮมเลิร์นนิ่ง เซ็นเตอร์ครูพี่หมุย จากโซไซไทย และครูพี่เบียร์ จากดิแอ็ค ขอนแก่น และอาจารย์คุณภาพที่มีชื่อเสียงมาคอยให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเตรียมตัวให้พร้อมก่อนสอบและตอบข้อสงสัยต่างๆ มาร่วมถ่ายทอดความรู้ครบถ้วนแบบเจาะลึกทุกวิชา

"อยากให้นักเรียนสนุก และตั้งใจในการติวเพื่อรับความรู้จากติวเตอร์ชื่อดัง ดังนั้นตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สหพัฒน์ไม่เคยหยุดนิ่งในการพัฒนารูปแบบของโคร

การให้เท่าทันกับความต้องการของนักเรียนและสอดคล้องกับระบบการสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่เปลี่ยนแปลงไปจึงได้ต่อยอดโอกาสการติวย้อนหลังเพื่อให้นักเรียนสามารถทบทวนความรู้ก่อนสอบอย่างเต็มที่ โดยเข้าไปดูเนื้อหาการติวและดาวน์โหลดเอกสารที่เว็บไซต์www.247friend.netซึ่งสามารถรับชมย้อนหลังได้เมื่อเสร็จสิ้นการติววันสุดท้าย หวังว่านักเรียนทุกคนจะได้รับความรู้ ความสนุกและการเตรียมพร้อมที่จะนำไปใช้ใรการสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้สำเร็จ"นายเวทิตกล่าว

ด้าน ดร.สุภัทร กล่าวระหว่างเป็นประธานในพิธีเปิดว่า ต้องขอขอบคุณหน่วยงานภาคเอกชนที่ได้ร่วมกันดำเนินโครงการดังกล่าว ซึ่งถือเป็นประโยชน์ต่อนักเรียนทุกคน โดยเฉพาะการได้รับเทคนิค ไอเดีย องค์ความรู้เพิ่มเติมจากติวเตอร์ชื่อดัง 39 คน เพื่อนำไปสู่การสอบเข้าคณะ ศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษาที่ตนเองต้องการ รวมถึงการเพิ่มเติมสมรรถนะทางด้านวิชาการแก่นักเรียนอีกด้วย ดังนั้น ตลอดระยะเวลา 7 วัน อยากให้นักเรียนทุกคน เด็กๆ เก็บเกี่ยวความรู้ ความสนุก และเทคนิคในการทำข้อสอบ เตรียมตัวสำหรับการสอบอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ที่นั่งในสถาบันอุดมศึกษานั้นเพียงพอสำหรับรับนักเรียนทุกคน แต่อาจจะมีบางคณะยอดฮิตที่อาจจะมีการแข่งขันค่อนข้างสูง เช่น แพทย์ วิศวะ เป็นต้น แต่ทุกคนมีโอกาสเข้าเรียนในสถาบันอุดมศึกษา นอกจากนั้น ในส่วนของภาคเอกชน ตนก็อยากให้มีการจัดโครงการแบบนี้ไปเรื่อยๆ หรือจัดโครงการ กิจกรรมอื่นๆ ที่เป็นการช่วยพัฒนาการเรียนการสอน และนักเรียนร่วมกับภาครัฐ

น.ส.สุธาสินี โต๊ะจี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนสวนศรีวิทยา จ.ชุมพร กล่าวว่า ตนได้รับทราบโครงการดังกล่าวทางเว็บไซต์ซึ่งเห็นว่าเป็นโครงการที่ดี ที่จะได้ช่วยเพิ่มเติมความรู้ในวิชาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น โอเน็ต หรือแกตแพต เพราะทุกวิชาล้วนมีความจำเป็นต่อการสอบเข้ามหาวิทยาลัย และคณะที่ตนเองต้องการ อย่าง คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อีกทั้งด้วยความที่เป็นเด็กต่างจังหวัด การที่จะได้เรียนกวดวิชากับติวเตอร์ชื่อดังในกรุงเทพฯ นั้นยิ่งเป็นไปได้ยาก ดังนั้น โครงการนี้ จึงเป็นการเปิดโอกาสให้แก่นักเรียนได้เข้ามาเรียนรู้ เทคนิค ฝึกทำข้อสอบ และได้เปิดประสบการณ์ใหม่ๆ รวมถึงได้เห็นถึงความพร้อมและศักยภาพของเพื่อนๆ เป็นการกระตุ้นให้เราต้องเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการสอบเข้าคณะ มหาวิทยาลัยที่เราต้องการ

ขณะที่ นางชมพูนุท เสถียรมาศ ผู้ปกครองที่พาลูกมาเข้าร่วมโครงการฯ ว่า โครงการดังกล่าว เป็นโครงการที่ดีมากที่จะช่วยเพิ่มเติมความรู้ เทคนิค และฝึกทำโจทย์ ข้อสอบให้แก่นักเรียนระดับม.ปลายที่ต้องเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งตอนแรกที่รู้จากลูกว่าจะเข้าร่วมโครงการนี้ ตนก็สนับสนุนอย่างเต็มที่ เพราะบางครั้งการที่ได้เรียนกับติวเตอร์ชื่อดังก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายค่อนข้างมาก แต่การเรียนติวในโครงการนี้ฟรี

 อย่างไรก็ตาม การเรียนกวดวิชานั้นโดยส่วนตัวมองว่า มีความจำเป็นสำหรับเด็กในยุคนี้ ซึ่งไม่ใช่เพราะโรงเรียน ครูสอนไม่ดี แต่การเรียนกวดวิชาเป็นการเรียนรู้เทคนิคใหม่ๆ ฝึกทำโจทย์ ทบทวนบทเรียนอีกครั้ง ดังนั้น การเรียนกวดวิชา ไม่ได้มองว่าเป็นเรื่องเสียหายถ้าเป็นการช่วยให้ลูกได้เรียนรู้เข้าใจบทเรียนต่างๆ มากขึ้น และช่วยให้เขาสอบติดคณะที่ตนเองต้องการ แต่ทั้งนี้ ก็ต้องช่วยจัดแบ่งเวลาให้ลูกได้ทำกิจกรรม หรือได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ รอบตัวนอกเหนือจากตำรา หรือการเรียนกวดวิชาด้วย