ที่ประชุม ครม.เห็นชอบแจกเงิน 3,000 บาทให้เกษตรกรรายย่อยที่มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาท/ปี ที่ลงทะเบียนคนจน สั่ง "ธกส." ช่วยลดภาระหนี้
นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. ในวันนี้ว่า ที่ประชุมครม.เห็นชอบตามที่กระทรวงการคลังเสนอมาตรการส่งเสริมคุณภาพชีวิตเกษตรกรรายย่อย ซึ่งประกอบด้วย 2 มาตรการ คือ มาตรการเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรผู้มีรายได้น้อยที่ได้ร่วมลงทะเบียนเพื่อรับสวัสดิการของรัฐ เพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรที่มีรายได้น้อยให้มีเงินเพีบงพอสำหรับการดำรงชีวิต
สำหรับมาตรการดังกล่าวนั้น ได้ให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. โอนเงินเข้าบัญชีให้แก่เกษตรกรที่ลงทะเบียนในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ที่ได้รับการตรวจสอบและรับรองเบื้องต้นจากหน่วยงานราชการแล้ว โดยผู้ที่ไม่มีรายได้หรือมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี จะได้รับเงินโอน 3,000 บาทต่อคน และผู้ที่มีรายได้สูงกว่า 30,000 บาทต่อปี แต่ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี จะได้รับเงินโอน 1,500 บาทต่อคน
ส่วนอีกมาตรการคือ มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรรายย่อย ผ่านระบบธ.ก.ส. แบ่งเป็น 3 โครงการ ประกอบด้วย โครงการปลดเปลื้องหนี้สินให้เกษตรกรรายย่อยที่มีเหตุผิดปกติ เช่น เสียชีวิต พิการ ทุพพลภาพ เจ็บป่วยเรื้อรัง มีปัญหาสุขภาพจนไม่สามารถประกอบอาชีพได้ เป็นต้น และมีหนี้ค้างชำระหรือเป็นหนี้ปรับปรุงโครงสร้าง จะดำเนินการโครงการ 2 กรณีคือ กรณีแรกหากไม่มีหนักประกันจำนองและไม่มีทายาทรับช่วงการผลิต ธ.ก.ส.จะสอบทานสถานะของเกษตรกรและพิจารณาจำหน่ายหนี้เงินกู้ออกจากบัญชีเป็นหนี้สูญ
ส่วนอีกกรณี คือ หากมีหลักประกันจำนองและมีทายาทรับช่วงการผลิต จะปรับปรุงโครงสร้างหนี้จากต้นเงิน 50% ภายในระยะเวลา 5 ปี โดยพักชำระเงินต้นเป็นเวลา 2 ปี คิดดอกเบี้ยที่ MRR และต้นเงินที่เหลือพร้อมทั้งดอกเบี้ยค้างชำระก่อนเข้าโครงการให้พักไว้ เมื่อทายาทชำระหนี้เงินต้นตามแผนและปรับปรุงโครงสร้างแล้วจะลดดอกเบี้ยที่พักไว้ทั้งหมด ส่วนเงินต้นที่พักไว้จะพิจารณาปรับปรุงโครงสร้างภายหลัง
โครงการที่ 2 คือ การปรับปรุงโครงสร้างหนี้และลดภาระหนี้สินให้เกษตรกร ที่มีหนี้ค้างชำระหรือเป็นหนี้ปรับปรุงโครงสร้าง จะดำเนินการ 2 กรณีเช่นเดียวกัน คือ กรณีแรก หากเป็นเกษตรกรที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป และเป็นลูกค้าของธนาคารมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี และมีทายาทเข้าเป็นลูกค้าแทน ธ.ก.ส.จะรับทายาทเข้าเป็นลูกค้าแทนรายเดิม และพักต้นเงิน 50% ภายในเวลา 5 ปี โดยพักชำระต้นเงินเป็นเวลา 2 ปีแรกคิดดอกเบี้ย MRR ส่วนต้นเงินที่เหลือพร้อมดอกเบี้ยคงค้างชำระเงินก่อนเข้าโครงการให้พักไว้ เมื่อทายาทชำระต้นเงินตามแผนปรับปรุงแล้ว ธ.ก.ส.จะลดดอกเบี้ยที่พักไว้ 80% ส่วนต้นเงินที่พักไว้อีก 50% จะพิจารณาการปรับโครงสร้างต่อไป
กรณีที่ 2 เป็นเกษตรกรที่เป็นลูกค้า ธ.ก.ส.มาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี ธ.ก.ส.จะปรับปรุงโครงสร้างหนี้จากต้นเงิน 50% ภายในระยะเวลา 5 ปี และพักชำระต้นเงินเป็นเวลา 2 ปี คิดดอกเบี้ย MRR ส่วนต้นเงินที่เหลือพร้อมทั้งดอกเบี้ยค้างชำระก่อนเข้าโรงการ เมื่อชำระหนี้ต้นเงินตามแผนปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ธ.ก.ส.จะลดดอกเบี้ยที่พักไว้ 50% ส่วนต้นเงินที่เหลืออีก 50% จะพิจารณาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ต่อไป
โครงการที่ 3 ชำระหนี้ดีมีคืนแก่เกษตรกรที่ไม่มีปัญหาการชำระหนี้สำหรับเกษตรกรที่ไม่มีปัญหาการชำระหนี้ธ.ก.ส.จะคืนดอกเบี้ยในส่วนที่ลูกค้าส่งชำระระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้-31 ตุลาคม 2560 ในอัตรา 30% ของจำนวนดอกเบี้ยที่ชำระ โดยตัดเงินต้นหรือคืนให้ลูกค้าเป็นเงินสดแล้วแต่กรณี พร้อมทั้งสนับสนุนสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในครัวเรือนกรณีฉุกเฉินจำเป็นรายละไม่เกิน 100,000 บาท โดยคาดว่ามาตรการดังกล่าวรวมทุกโครงการแล้ววงเงินทั้งสิ้นไม่เกิน 30,000 ล้านบาท





