ตำรวจรอผลชันสูตรศพในตู้แช่แข็ง - ส่งดีเอ็นเอเปรียบเทียบกับทางอเมริกา เพื่อยืนยันบุคคล-ด้านผู้ต้องหาเครียดขู่ฆ่าตัวตาย
ความคืบหน้าเหตุการณ์ตำรวจบุกจับแก๊งต่างชาติปลอมพาสปอร์ตและค้ายา เจอยิงสวนบาดเจ็บ 1 ค้นห้องพักเจอศพชายถูกหั่นเป็นชิ้น ใส่ถุงดำแช่งแข็งในตู้เย็นนั้น ต่อมาวันที่ 24 กันยายน พล.ต.ต.สมประสงค์ เย็นท้วม ผบก.น.5 เปิดเผยความคืบหน้าคดีดังกล่าวว่า เมื่อช่วงเย็นวานนี้หลังจากเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่ได้คุมตัวนายปีเตอร์ วิลเลี่ยม จอห์นสัน อายุ 66 ปี ผู้ต้องหาชาวอเมริกาและเป็นผู้ใช้อาวุธปืนยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวได้รับบาดเจ็บ ไปทำการตรวจร่างกายและรักษาตัวต่อที่ รพ.ตำรวจ จากการสอบปากคำเบื้องต้นนายปีเตอร์ให้การว่า ก่อนหน้านี้ตนเป็นนักเคมีอยู่ที่ประเทศอเมริกาแต่เดินทางมาทำธุรกิจที่ประเทศมาเลเซียและได้เมียเป็นคนมาเลเซียแต่มีปัญหาฟ้องร้องเรื่องจึงเดินทางมาประเทศไทยก่อนที่จะรู้จักผู้ต้องหาอีก 2 รายที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งจึงชักชวนมาร่วมทำธุรกิจขายแบตเตอรี่เพราะเห็นว่าตนเป็นนักเคมี
“ส่วนประเด็นขณะเกิดเหตุที่ยิงเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บนั้นนายปีเตอร์อ้างว่าไม่ได้ตั้งใจ เนื่องจากจะใช้อาวุธปืนยิงตัวตายแต่ทางตำรวจเข้ามาแย่งปืนจนทำให้ปืนลั่นใส่ทางเจ้าหน้าที่จนได้รับบาดเจ็บดังกล่าว แต่ทางตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บยืนยันว่าใช้อาวุธปืนเล็งมาที่ตัว อย่างไรก็ตามการตรวจสอบกรณีดังกล่าวน่าจะใช้เวลาตรวจสอบสักระยะโดยส่งไปให้ทางประเทศสหรัฐอเมริกาตรวจสอบรายละเอียดหลักฐานส่วนต่างๆคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์จึงจะทราบผลตรวจสอบ” พล.ต.ต.สมประสงค์ระบุ
พล.ต.ต.สมประสงค์ กล่าวอีกว่า จากการสอบปากคำประเด็นตู้แช่ขนาดใหญ่ที่พบชิ้นส่วนมนุษย์ที่ถูกชำแหละเป็นชายชาวต่างชาตินั้นบริเวณชั้นที่ 1 ของอาคารพานิชย์ที่เกิดเหตุนั้น ทางนายปีเตอร์ให้การว่า ตู้แช่ดังกล่าวนั้นเป็นของเพื่อนตนที่เสียชีวิตไปแล้วที่พักอาศัยอยู่ที่บ้านพักย่านเอกมัย 12 แต่ไม่สามารถบอกรายละเอียดได้ว่าเพื่อนอยู่ไหนและไม่ตอบคำถามดังกล่าว ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจพิสูจน์ตัวตนอยู่ว่าผู้เสียชีวิตเป็นใครและสัญชาติใดอยู่
ขณะที่รายงานข่าวแจ้งว่า จากการสอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย คือ นายปีเตอร์วิลเลี่ยม จอห์นสัน อายุ 63 ปี สัญชาติสหรัฐอเมริกา ผู้ต้องหาใช้อาวุธปืนยิงตำรวจท่องเที่ยว นายกาเบล อารอน โทมัส อายุ 33 ปี และนายอีเกอร์เจมส์ ดักกลาส อายุ 66 ปี สัญชาติอเมริกา ทราบข้อมูลเพิ่มเติมว่านายเจมส์ เคยทำบริษัทน้ำมันที่อเมริกา แต่มาได้ภรรยาเป็นคนไทย ลูกสาว อายุ 17 ปี เรียนนานาชาติ ส่วนภรรยาคนไทยดังกล่าวได้เลิกกันแล้วไปมีสามีใหม่เป็นชาวอังกฤษ จึงปักหลักที่กรุงเทพมหานคร ส่วนนายกาเบล อารอน เคยทำงานบริษัทที่เมืองนอก มีภรรยาเป็นนักศึกษาแห่งหนึ่งย่านหัวหมาก เชื่อได้ว่าน่าจะมาทำพาสปอร์ตปลอม โดยให้นายปีเตอร์ วิลเลี่ยม จอห์นสัน ซึ่งเป็นนักเคมีช่วยทำการลบข้อมูลจากพาสปอร์ตดังกล่าว
รายงานข่าวเปิดเผยว่า จากการสอบปากคำนายปีเตอร์ ยังให้การวกวน และคำให้การไม่สอดคล้องกับข้อมูลที่ทางตำรวจมี ซึ่งตลอดระยะเวลาสอบปากคำตลอดทั้งคืนนายปีเตอร์มีอาการเครียดอย่างเห็นได้ชัด และพยายามขู่ว่าจะฆ่าตัวตาย ทั้งนี้ในประเด็นของตู้แช่ขนาดใหญ่นั้น นายปีเตอร์อ้างว่าเป็นของเพื่อน ที่นำมาฝากไว้ และไม่ทราบว่ามีอะไรอยู่ภายใน ซึ่งเพื่อนคนดังกล่าวได้เสียชีวิตไปแล้วด้วยโรคมะเร็ง และนายปีเตอร์ให้เหตุผลที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยเป็นระยะเวลานานว่าเป็นเพราะตนมีภรรยาเป็นคนไทย ซึ่งสาเหตุที่ตำรวจชุดตรวจค้นไม่พบภรรยาเป็นเพราะเดินทางกลับบ้านที่ต่างจังหวัดพอดี
รายงานข่าวแจ้งอีกว่าขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลชันสูตรพลิกศพที่พบในตู้แช่ดังกล่าว ว่าเสียชีวิตเพราะเหตุใด รวมถึงระยะเวลาที่เสียชีวิตว่านานเพียงใดแล้ว เพื่อนำมาประกอบกับหลักฐานที่ตำรวจมี นอกจากนี้ทางนิติเวชจะส่งดีเอ็นเอของผู้ตายไปยังประเทศอเมริกา เพื่อรอยืนยันตัวบุคคล หากทราบชื่อ และรายละเอียด จะได้นำส่งให้ตม.ตรวจสอบหาห้วงเวลาการเดินทางเข้าและออกประเทศไทยต่อไป





