"กลาโหม" แถลง 2 ปีรัฐประหาร ชี้กองทัพเป็นแกนหลักขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล-คสช. วอนเชื่อมั่น "ทหาร" สร้างหลักประกันความมั่นคง
พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงภายหลังการประชุมสภากลาโหมว่า ในโอกาสครบรอบ 2 ปีของรัฐบาล หลังการเข้ามาของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อคลี่คลายความขัดแย้งทางการเมือง และแก้ปัญหาการบริหารราชการแผ่นดินที่ติดล็อค เพื่อให้ประชาชนเกิดความสงบสุขเพื่อให้ประเทศขับเคลื่อนเดินหน้าไปได้นั้น กระทรวงกลาโหมยัง ได้ทุ่มเททรัพยากรที่มีอยู่ทำหน้าที่เป็นแกนทำหน้าที่ในการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐบาลและ คสช. โดยใช้ศักยภาพกองทัพที่มีอยู่เข้าคลี่คลายแก้ปัญหาของชาติที่เป็นวาระเร่งด่วน เช่น การค้ามนุษย์ การแก้ไขปัญหาประมงผิดกฎหมาย ปัญหาการบินพลเรือน แก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ การสร้างความปรองดองสมานฉันท์ในชาติ ตลอดจนการสนับสนุนการปฏิรูปประเทศด้วยการเป็นการแกนหลักขับเคลื่อนลดความเหลื่อมล้ำในสังคม โดยเฉพาะการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดบางประการ ที่เป็นภยันตรายต่อความสงบเรียบร้อย หรือ บ่อนลายเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ
พล.ต.คงชีพ กล่าวอีกว่า ผลการสำรวจความพึงพอใจของประชาชนในงานความมั่นคงในรอบสองปีที่ผ่านแสดงถึงความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกองทัพและหน่วยงานความมั่นคงในการทำหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยของประเทศ การดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนมาโดยตลอด ขณะที่ประเทศชาติกำลังเข้าสู่โหมดการปฏิรูป กระทรวงกลาโหมก็ไม่ได้ละเลยการปฏิรูปกองทัพเพื่อรองรับสภาพแวดล้อมและภัยคุกคามของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป โดยกระทรวงกลาโหม ได้ทบทวนและจัดทำแผนยุทธศาสตร์กระทรวงกลาโหม20 ปีรองรับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปืที่กำลังจะเกิดขึ้น โดยจัดทำเป็นแผนควบคู่กับการปฏิรูปโครงสร้างและระบบบริหารจัดการ กห. โดยจัดทำเป็นแผนแม่บทการปฏิรูปการบริหารจัดการและการปรับปรุงโครงสร้าง กห. 10 ปี (พ.ศ.2558 – 2567) ซึ่ง 5 ปีแรกจะปฏิรูประบบบริหารจัดการและเตรียมความพร้อมกำลังพลและยุทโธปกรณ์ จากนั้นจะปรับปรุงโครงสร้างให้สอดคล้องกันใน 5 ปีต่อไป เพื่อให้กองทัพมีขนาดที่เหมาะสม ทันสมัย และมีประสิทธิภาพ สามารถเผชิญกับความท้าทายระดับภูมิภาค
พล.ต.คงชีพ กล่าวอีกว่า การขับเคลื่อนแก้ปัญหาสังคม ควบคู่กับการวางรากฐานปฏิรูปประเทศในระยะเปลี่ยนผ่าน มีความเปราะบางยิ่ง ต่อความมั่นคงและผลประโยชน์ของชาติ หากขาดความเข้าใจร่วมกันก็จะมีปัญหา ดังเช่น ตัวอย่างจากหลายประเทศที่ขยายตัวจากความขัดแย้งภายในและถูกแทรกแซงจากนอกประเทศ จนถึงขั้นบ้านแตกสาแหรกขาด และ ล่มสลาย ทั้งนี้งานความมั่นคงในปัจจุบัน มีความซับซ้อนเชื่อมโยงทุกมิติของสังคม ทั้งในและต่างประเทศ ความเข้าใจและตระหนักรู้เท่าทันร่วมกัน ต่อผลกระทบส่วนรวมและผลประโยชน์ชาติที่จะเกิดขึ้น เป็นเรื่องสำคัญที่ประชาชนทุกภาคส่วนมิอาจเพิกเฉย โดยจำเป็นต้องเรียนรู้ร่วมกันและต้องการ การมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในทุกมิติงานความมั่นคงที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะเป็นพลังที่สำคัญยิ่งของการนำมาซึ่งความมั่นคงของประเทศที่ยั่งยืน
“ความเข้าใจ ไว้ใจและเชื่อมั่น ในการทำหน้าที่ของกระทรวงกลาโหม ที่เป็นสถาบันหลักเคียงข้างประชาชนและผลประโยชน์ของชาติแห่งนี้ จึงสำคัญยิ่ง จึงขอให้คำมั่นว่า ทหารทุกคน จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เพื่อร่วมกันทำหน้าที่ เป็นหลักประกันความมั่นคงของชาติ เคียงข้างกับประชาชน” โฆษกกระทรวงกลาโหม ระบุ





