วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ศาลอุทธรณ์ยกฟ้อง 'เทพไท' ไม่หมิ่น 'ทักษิณ'

ศาลอุทธรณ์ยืนยกฟ้อง "เทพไท เสนพงศ์" ไม่ผิดแถลงข่าวหมิ่น "อดีตนายกฯ ทักษิณ" ศาลชี้เป็น ตำแหน่งนายกฯ เป็นบุคคลสาธารณะ ตรวจสอบวิจารณ์ได้

ที่ห้องพิจารณา 812 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 20 ก.ย.59 เวลา 10.30 น. ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีหมายเลขดำ อ.1923/2549 ที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มอบอำนาจให้นายนพดล มีวรรณะ ทนายความ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องพรรคประชาธิปัตย์ และนายเทพไท เสนพงศ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตโฆษกส่วนตัวนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328, 332

โจทก์ฟ้องระบุพฤติการณ์ว่า เมื่อวันที่ 17-19 พ.ค. 2549 นายเทพไท จำเลยที่ 2 ได้แถลงข่าว ณ ที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ เรียกร้องให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ยุครัฐบาลทักษิณลาออก โดยกล่าวทำนองว่าบริหารประเทศแบบซีอีโอ ที่มีรัฐมนตรีเป็นเพียงผู้ช่วยทำงานไม่ได้ และยังได้กล่าวเปรียบเทียบ พ.ต.ท.ทักษิณ เหมือนผีปอบที่ออกจากร่างแล้วกลับเข้าร่างไม่ได้ ซึ่งพยายามทุกวิถีทางเพื่อกลับเข้าสู่ร่างเดิมกรณี

ซึ่งศาลชั้นต้น มีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 4 ส.ค.58 ให้ยกฟ้อง เนื่องจากตามทางนำสืบฟังข้อเท็จจริงได้ว่า โจทก์ได้ประกาศยุบสภาต้นปี 2549 และมีการกำหนดวันเลือกตั้ง 2 เม.ย.49 แต่ต่อมาตุลาการรัฐธรรมนูญ ก็ได้วินิจฉัยว่า การเลือกตั้งดังกล่าวไม่สุจริต ดังนั้นการกระทำเป็นการนำข้อมูลข่าวสารมาเผยแพร่อันเป็นวิสัยที่กระทำได้ การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดหมิ่นประมาท

ต่อมาโจทก์ ยื่นอุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลย โดยวันนี้ นายเทพไท อดีต ส.ส. จำเลย เดินทางมาพร้อมตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์ โดยมีนายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรค มาร่วมให้กำลังใจ

ขณะที่ ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนปรึกษาหารือกันแล้ว เห็นว่า โจทก์ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และรักษาการนายกรัฐมนตรี จึงถือเป็นบุคคลสาธารณะที่สามารถจะถูกตรวจสอบการทำงานได้ ซึ่งการกล่าวของนายเทพไท จำเลยที่ 2 เป็นการพูดจาตอบโต้กันในทางการเมือง ถือเป็นการวิพากษ์วิจารณ์ แสดงความคิดเห็นและติชมด้วยความเป็นธรรมอันเป็นวิสัยที่สามารถกระทำได้ การกระทำของจำเลยที่ 2 จึงไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ดังนั้นการที่จำเลยที่ 2 แถลงข่าวที่พรรคประชาธิปัตย์ จึงไม่เป็นความผิดเช่นกัน ที่ศาลชั้นต้นพิพากษามานั้น ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วยพิพากษายืน

ภายหลังนายชวนนท์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวถึงคดีที่นายชวนนท์ , นายเทพไท และนายศิริโชค โสภา ถูกอัยการ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยื่นฟ้องคดีหมิ่นประมาทฯ ว.5 โฟร์ซีซั่นที่วันนี้ศาลอุทธรณ์ มีคำพิพากษายืนให้รอลงอาญา 2 ปี ด้วยว่า ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ให้จำคุกคนละ 1 ปี แต่ก็ให้รอลงอาญาไว้มีกำหนด 2 ปีโดยศาลเห็นว่า แม้จะเป็นการวิพากษ์วิจารณ์และตรวจสอบการทำงานในฐานะนักการเมือง แต่ก็เกินเลยไปจนทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย เราก็ยอมรับผลคำพิพากษา ส่วนจะฎีกาคำพิพากษาหรือไม่จะปรึกษาฝ่ายกฎหมายอีกครั้ง