ประธาน ศอตช. แย้มบัญชี "ขรก.พันทุจริต" ล็อต8 พุ่งเท่าตัว จาก 20-30 คน กลายเป็น 70-80 คนแล้ว ชี้ "มหาดไทย" ชงมารอ "ม.44" ลงดาบ
พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะประธานศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) เป็นประธานการเสวนา “ธรรมาภิบาลกับรัฐวิสาหกิจไทย” โดยมี นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานองค์การต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และนายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ร่วมรับฟัง
พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า ตนได้เชิญสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) มาพูดคุยหารือกันเพื่อร่วมงานกับ ศอตช. เนื่องจากรัฐวิสาหกิจเป็นองค์กรที่สำคัญในเรื่องงบประมาณ ปัญหาการทุจริตต้องอาศัยทุกภาคส่วนเข้ามาดูแล และต้องสร้างระบบองค์กร แต่อย่าเอาเรื่องทุจริตไปผูกกับเรื่องการเมือง วันนี้ตนมาเพื่อทำความเข้าใจ มาพูดถึงทิศทางวิธีการทำงานของ ศอตช. ว่ามีระเบียบอะไรบ้างและมาขอความร่วมมือจากรัฐวิสาหกิจ ทั้งนี้ อาจจะเชิญผู้แทนของ สรส. เข้าเป็น 1 ในอนุกรรมการของ ศอตช. เนื่องจากตนไม่มีความชำนาญในด้านนี้แต่ต้องดูรายละเอียดอีกครั้ง เพราะคณะกรรมการใหญ่เป็นระเบียบของสำนักนายกฯ อย่างไรก็ตาม เชื่อว่า สรส. จะสามารถช่วยตรวจสอบรัฐวิสาหกิจทุกภาคส่วนได้
พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของบัญชีรายชื่อข้าราชการล็อต 8 ที่พัวพันการทุจริตนั้น ส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่องค์กรท้องถิ่นเกือบทั้งหมด โดยตนได้รับการประสานจากกระทรวงมหาดไทยและเคยใช้มาตรา 44 เกี่ยวกับข้าราชการท้องถิ่น โดยกระทรวงมหาดไทยต้องไปสอบสวนและรายงานมาว่ามีรายชื่อใครบ้างในล็อต 8 ตอนแรกประมาณ 20-30 คน แต่ตอนนี้มีถึง 70-80 คน เป็นการสอบสวนจากกระทรวงมหาดไทย




