สกสค.-ธ.ออมสิน ลงนามความร่วมมือลดภาระหนี้ครู ระยะแรกประเดิมบรรเทาหนี้กว่า 2.4 แสนคน ช่วยลดหนี้ได้ราว 2.5 แสนบาทต่อราย
ที่ห้องเทพหัสดิน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ได้จัดให้มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงโครงการลดภาระหนี้ข้าราชการครูและ บุคลากรทางการศึกษาระหว่าง นายพินิจศักดิ์ สุวรรณรังค์ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางศึกษา (ก.ค.ศ.) ปฏิบัติหน้าที่ เลขาธิการ สกสค. และ นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน โดยมี พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการและ นายอภิศักดิ์ ตันติวงวงศ์ รมว.คลัง ร่วมเป็นสักขีพยาน
โดย พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ให้กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) และกระทรวงการคลัง ร่วมกันดูแลแก้ปัญหาหนี้สินครู ซึ่งทั้ง 2 กระทรวงก็ได้ประสานงานกันมาตลอดจนเกิดโครงการนี้ขึ้นมา โดยโครงการนี้เป็นการบรรเทาปัญหาหนี้สินของครูและบุคลากรทางการศึกษา ไม่ใช่การพักชำระหนี้ ซึ่งจะมีครูฯที่มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการได้ประมาณ 289,000 ราย ซึ่งจะสามารถลดภาระหนี้ลงได้ทันทีเฉลี่ย 250,000 บาทต่อราย แต่ในระยะแรกจะเปิดให้ลูกหนี้ชั้นดีก่อนซึ่งมีประมาณ 240,000 ราย ส่วนลูกหนี้ที่มีปัญหาค้างชำระและเป็นหนี้วิกฤติกว่า 49,000 รายนั้น จะเปิดให้เข้าโครงการในระยะต่อไป “อย่างไรก็ตามจากข้อมูลปัญหาหนี้สินครูฯที่สำรวจมาได้ พบว่า ครูฯไม่ได้เป็นหนี้เฉพาะกับธนาคารออมสินเท่านั้น ยังมีหนี้กับแหล่งการเงินอื่น ๆ รวมถึงหนี้นอกระบบด้วย โดยแหล่งการเงินอื่นที่เป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ก็คือสหกรณ์ต่าง ๆ ที่มักจะมีข้อเสนอที่จูงใจและกติกาให้กู้ได้ง่าย ผมจึงมอบให้ นายธเนศพล ธนบุณยวัฒน์ ประธานที่ปรึกษา รมว.ศธ.ไปหาข้อมูลเกี่ยวกับสถานะและกติกาการปล่อยกู้ของสหกรณ์ทั่วประเทศ แล้ว เพื่อหาทางแก้ปัญหาในภาพรวมต่อไป ”รมว.ศธ.กล่าว ด้าน นายอภิศักดิ์ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีมีความตั้งใจอย่างสูงที่จะดูแลความเป็นอยู่ของประชาชนทุกกลุ่มอาชีพ โดยอาชีพครูเป็นอาชีพหนึ่งที่มีความสำคัญ เพราะครูเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาคน โดยเฉพาะขณะนี้ประเทศไทยกำลังจะก้าวไปสู่การเป็นประเทศไทย 4.0 ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีพื้นฐานอยู่ที่คน จึงเป็นหน้าที่ของ ศธ.และครูที่จะผลิตและพัฒนาคน ดังนั้น ครูจึงมีความสำคัญอย่างมาก แต่ครูจำนวนมากก็กำลังประสบปัญหาภาระหนี้สิน โดยในบรรดาข้าราชการกลุ่มต่าง ๆ นั้น กลุ่มครูจะมีภาระหนี้สินสูงสุดซึ่งเป็นปัญหาที่น่าเป็นห่วงอย่างมาก ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่ต้องเข้าไปดูแลเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน อย่างไรก็ตามในเร็ว ๆ นี้ กระทรวงการคลังจะมีโครงการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบทั้งหมด ซึ่งเชื่อว่าน่าจะมีครูเข้าร่วมโครงการเป็นกลุ่มแรกๆ ด้วย
อนึ่ง โครงการดังกล่าวนี้ จะใช้เงินฌาปนกิจสงเคราะห์ครอบครัว (ช.พ.ค.) ที่ทายาทจะได้รับในอนาคตจำนวนประมาณ 7 แสนบาทเป็นหลักประกันวงเงินกู้สินเชื่อใหม่ โดยผู้ที่จะเข้าร่วมโครงการเป็นผู้กู้เงินสินเชื่อโครงการช.พ.ค. อยู่ก่อนแล้ว ในระยะแรกต้องเป็นผู้ที่ไม่มีหนี้ค้างชำระเงินสนับสนุนของสำนักงาน สกสค.ไม่ค้างชำระเงินสงเคราะห์รายศพ และต้องระบุชื่อผู้มีสิทธิรับเงินช.พ.ค.ให้เรียบร้อยก่อนยื่นกู้ โดยกำหนดอัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก 4%ต่อปี และผู้กู้ต้องเป็นสมาชิก ช.พ.ค.อายุ 50 ปีขึ้นไป ระยะเวลากู้ 20 ปี ยกเว้นกรณีอายุผู้กู้เมื่อรวมกับระยะเวลาการกู้แล้ว อายุผู้กู้เกิน 75 ปี ธนาคารออมสินจะลดระยะเวลาการกู้ลงให้รวมแล้วอายุผู้กู้ไม่เกิน 75 ปี





