"พล.ต.ท.ฐิติราช" ยืนยันทำคดี "เสี่ยชูวงษ์" อย่างรัดกุม ลั่นไม่ได้เข้าข้างฝ่ายใด หรือทำไปเพราะกระแสทางสังคม
พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. พล.ต.ต.ชาญ วิมลศรี รรท.ผบก.ป. พ.ต.อ.ศิร์ธัชเขต ครูวัฒนเศรษฐ์ รองผบก.ป. พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช ผกก.1บก.ป. ร่วมกันแถลงข่าวคดีที่น่าสนใจ
โดยคดีแรก คดีข่าวความคืบหน้าคดีการเสียชีวิตของนายชูวงษ์ แซ่ตั๋ง นักธุรกิจหมื่นล้าน โดยทางผบช.ก. กล่าวว่า ทางพนักงานสอบสวน กก.1บก.ป.ได้นำสำนวนการเสียชีวิตของนายชูวงษ์ ไปทำการส่งให้พนักงานอัยการศาลอาญากรุงเทพใต้ เพื่อทำการสั่งฟ้องตามกระบวนการขั้นตอน ซึ่งเรียนชี้แจงว่า กระบวนการขั้นตอนการทำงานของเจ้าหน้าที่ในการคลี่คลายข้อเท็จจริงทั้งสองคดีที่เกี่ยวกับนายชูวงษ์นั้น ตำรวจได้ทำงานอย่างตรงไปตรงมา หาพยานหลักฐาน สอบปากคำพยานแวดล้อมด้วยความรัดกุม จากนั้นก็เสนอไปที่ศาลให้พิเคราะห์ว่า เห็นควรที่จะออกหมายค้น หรือหมายจับหรือไม่ ซึ่งทั้งหมดก็นำไปสู่การออกหมายค้นและหมายจับ สิ่งสำคัญทางเจ้าหน้าที่ได้กระทำตามกระบวนการเบื้องต้นอย่างสมบูรณ์ ไม่ได้เข้าข้างฝ่ายใด หรือทำไปเพราะกระแสทางสังคม
ในคดีการโอนหุ้นนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง นักธุรกิจที่เสียชีวิต ชุดสืบสวนพบพยานหลักฐานชัดเจน มีความผิดปกติในเรื่องเอกสารการทำธุรกรรม รวมทั้งมีการปลอมแปลงเอกสารชัดเจน ซึ่งตำรวจใช้พยานหลักฐานเป็นตัวตั้ง ภายหลังจากอัยการสั่งไม่ฟ้อง โดยยืนยัน ว่า การทำพยานหลักฐานในคดีนี้ มีความสมบูรณ์ครบถ้วน ไม่ได้ทำโดยความรู้สึก หรือทำเพราะได้รับความกดดันจากกระแสสังคม หรือญาติผู้เสียชีวิตแต่อย่างใด และในคดีโอนหุ้นนั้นมีผู้ต้องหา 4 คน ทั้งหมดให้การปฎิเสธให้ปากคำชั้นสอบสวน แต่ตำรวจก็รวบรวมพยานหลักฐานที่เพียงพอต่อการส่งฟ้อง ซึ่งภายหลังจากอัยการส่งความเห็นสั่งไม่ฟ้องกลับไปให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แล้วอยู่ระหว่างรอขั้นตอนทางธุรการ หาก ผบ.ตร. จะเรียกคณะทำงานคดีนี้ไปชี้แจง ก็พร้อมเข้าให้ข้อมูล ซึ่งตามกระบวนการยุติธรรม มีตำรวจ อัยการ ศาล 3 ส่วนเป็นอิสระ ไม่มีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกัน หากพนักงานอัยการไม่สั่งฟ้องนั้น ก็เป็นอำนาจของพนักงานอัยการ ส่วนคดีฆาตกรรมนั้นพนักงานสอบสวนกองปราบปราม ได้ส่งสำนวนให้พนักงานอัยการแล้ว ซึ่งคาดว่ายังอยู่ระหว่างการตรวจสำนวน





