"ดาว์พงษ์"ฝากผอ.เขตฯ-ผอ.ร.ร.ช่วยกันดูแลหลังเกิดเหตุครูปาแก้วใส่เด็ก อย่าปล่อยปละละเลย ย้ำคนเป็นครูต้องอดทน ด้านคุรุสภา ตั้งกก.สอบข้อเท็จจริง
จากกรณีน.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 17 ปีชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนโชคชัยสามัคคี (ชส.) อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กชื่อ “Zaii Naruedee” ขอความเป็นธรรมเนื่องจากถูกครูประจำวิชาพลศึกษา ปาแก้วกาแฟใส่โดนบริเวณกกหูซ้าย ทำให้กล้ามเนื้อบวมทับเส้นประสาทคู่ที่ 7 ส่งผลให้ปากเบี้ยวและใบหน้าผิดรูป โดยเหตุเกิดตั้งแต่วันที่ 8 ส.ค.โดยตลอด 1 เดือนทางครอบครัวได้นำตัวเข้ารับการรักษาแต่ยังไม่ดีขึ้นและจะต้องเข้ารับการผ่าตัดซึ่งมีค่าใช้จ่ายประมาณ 3-4 แสนบาท เบื้องต้นครอบครัวได้ประสานกับทางโรงเรียนซึ่งได้ช่วยค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้น และได้พูดคุยกับครูพละคนดังกล่าวเสนอจะให้เงินเพียง 8 หมื่นบาท ซึ่งไม่พอกับค่าใช้จ่ายในการผ่าตัด
พร้อมทั้งระบุว่าหากต้องการมากกว่านี้ให้ไปฟ้องร้องเองนั้น อย่างไรก็ตาม นายนิพนธ์ ภักดี ผอ.โรงเรียนโชคชัยสามัคคี ได้ออกมายอมรับว่ามีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง แต่เรื่องที่ปรากฏมีทั้งจริงและไม่จริง พร้อมระบุว่าแก้วกาแฟเป็นแก้วพลาสติก และครูเจตนาจะปาใส่ผนังห้องแต่กระเด็นมาโดนใบหน้าเด็ก พร้อมยืนยันโรงเรียนไม่ได้นิ่งเฉยและติดตามสอบถามอาการเด็กโดยตลอด
ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 14 ก.ย.59 พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า นายการุณ สุกลประดิษฐ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ได้รายงานให้ทราบเบื้องต้นด้วยวาจา ซึ่งครูคนดังกล่าวก็ยอมรับว่าทำจริง ถือว่าเป็นการกระทำที่ลุด้วยโทสะ ซึ่งคนเป็นครูควรควบคุมอารมณ์ได้มากกว่าปกติ ซึ่งก็เห็นใจครูเพราะต้องพบเจอและรับมือกับเด็กที่มีลักษณะที่หลากหลาย แต่ก็ช่วยไม่ได้ในเมื่อเรามีอาชีพนี้ก็ต้องรู้จักอดทน เพราะไม่ว่าเด็กจะทำอะไรก็ตามก็เป็นไปตามวัยของเขา ต้องหาวิธีการดูแลหรือลงโทษที่เหมาะสม ซึ่งก็ไม่ควรใช้วิธีนี้ แม้ครูจะไม่ตั้งใจแต่ก็เกิดอุบัติเหตุแบบนี้ เด็กได้บาดเจ็บ อย่างไรก็ตาม ส่วนการรักษาพยาบาลทราบว่าทางโรงเรียนและครูกำลังต่อรองกับครอบครัวเด็กอยู่ จากนี้ผู้ที่มีหน้าที่ก็ต้องลงไปสอบสวนและรายงานผลมาเป็นลำดับชั้น
“สิ่งที่ครูทำถือว่าผิด แต่ผมก็เข้าใจทั้ง 2 ทาง เข้าใจครูว่าต้องอดทนรับแรงกดดันหลายเรื่อง แต่เมื่อเป็นครูจะทำสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ ผมไม่อยากให้ไปอ้างอดีตว่าสอนยังไง ลงโทษยังไง มันไม่ใช่เพราะตอนนี้เป็นคนละสมัยแล้ว ตัวเด็กเองมีเหตุมีผลมากขึ้น ถ้าเราไม่ฝึกให้ลูกศิษย์มีเหตุมีผลต่อไปสมองเขาก็ไม่รู้จักคิดวิเคราะห์ ทั้งที่เป็นเรื่องที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) พยายามส่งเสริม ฝากไปถึงผอ.เขตพื้นที่การศึกษา ผอ.โรงเรียนซึ่งผมก็ฝากความหวังไว้กับทุกท่านว่า ต้องหันไปดูครูที่อยู่ในการดูแลด้วย ต้องรู้จักนิสัยใจคอของเขา ดูว่าเขามีปัญหาอึดอัดอะไร อย่าปล่อยปละจนเกิดเหตุแบบนี้ ซึ่งผมเสียใจในเรื่องที่เกิดขึ้น ครูก็ต้องยอมรับสภาพและครูคนอื่น ๆ ก็ควรดูเป็นตัวอย่างและต้องรู้จักอดทนกับเด็กๆ”พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าว
ด้าน ดร.ชัยยศ อิ่มสุวรรณ์ รองปลัด ศธ. ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า ขณะนี้คุรุสภา ได้มอบให้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของคุรุสภา ลงไปตรวจสอบกรณีดังกล่าวซึ่งในแง่ของจรรยาบรรณก็ถือว่าผิด ก็ต้องดูว่ากระทำด้วยบันดาลโทสะหรือไม่ ซึ่งต้องรอผลสรุปข้อเท็จจริงก่อน อย่างไรก็ตาม กรณีนี้ตนไม่สามารถใช้อำนาจของเลขาธิการคุรุสภา พักใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูได้ชั่วคราวได้ เพราะไม่อยู่ในขอบข่าย 4 กรณี ได้แก่ ยาเสพติด หรือค้าประเวณี มีพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการล่วงละเมิดทางเพศต่อนักเรียน หรือนักศึกษา ถูกฟ้องคดีอาญาในความผิดที่เกี่ยวกับทรัพย์ หรือทุจริตต่อหน้าที่





