วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สภากทม.ไม่หวั่นฝ่ายบริหาร 'เสาชิงช้า' ยื้องบ941ลบ.

"สภากทม." ไม่หวั่นฝ่ายบริหาร "เสาชิงช้า" ยื้องบประมาณ 941 ล้านบาท พร้อมชงกฤษฎีกาตีความ ลั่นทำตามหน้าที่-พร้อมยินดีแจง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีกระแสข่าวฝ่ายบริหารกรุงเทพมหานคร(กทม.) นำโดยนางผุสดี ตามไท รองผู้ว่าฯกทม. ปฏิบัติหน้าที่แทนผู้ว่าฯกทม.เตรียมลงนามในหนังสือ เพื่อส่งให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความภายหลังที่สภากทม. ได้ตัดงบประมาณตามข้อบัญญัติกทม. เรื่องงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ.2560 จำนวน 941 ล้านบาท โดยฝ่ายบริหารกทม.เห็นว่า สภากทม.ไม่มีอำนาจในการตัดงบประมาณจึงยังไม่มีการลงนามเพื่อประกาศใช้นั้น

นายนิรันดร์ ประดิษฐกุล สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร(กทม.) ในฐานะอดีตประธานคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่องงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2560 กล่าวว่า ขณะนี้ผลการพิจารณางบประมาณได้เสร็จสิ้นไปแล้ว ตั้งแต่วันที่ 1ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งก่อนหน้านี้การพิจารณางบประมาณในวาระแรกจำนวน 7.6 หมื่นล้าน เมื่อมีการตั้งคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่องงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2560 ขึ้นมาแบ่งเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ 27 คน และฝ่ายบริหาร 22 คน โดยคณะกรรมการวิสามัญได้พิจารณาตัดงบประมาณครั้งแรกประมาณ 2,513 ล้านบาท แต่ขณะนั้น ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ซึ่งยังปฏิบัติหน้าที่ผู้ว่าฯกทม. ระบุว่า จะขอแปรญัตติงบประมาณเพิ่มเติม แต่ปรากฏว่า ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ก็มีคำสั่งหยุดการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งนางผุสดี ในฐานะรักษาการผู้ว่าฯกทม. ก็ไม่มีการขอแปรญัติงบประมาณกลับมาทำให้คณะกรรมการวิสามัญฯ ได้บอกฝ่ายบริหารกลับไปว่า ถ้าจะแปรญัตติขอให้เสนอเข้ามาวันที่ 29 ส.ค. ไม่เกินเวลา 12.00 น. เพราะจะเกินช่วงเวลาการพิจารณาตามที่กฎหมายกำหนด

นายนิรันดร์ กล่าวว่า ต่อมาวันที่ 29ส.ค. ฝ่ายบริการก็มีการแปรญัตติงบประมาณเข้ามาประมาณ 2,513 ล้านบาท แต่ทางคณะกรรมการวิสามัญฯ ได้พิจารณาให้งบประมาณ 1,500 กว่าล้านบาทเพราะพบว่า ยังพบว่า มีบางโครงการที่ไม่มีความจำเป็นทำให้มีงบประมาณที่ถูกตัดไปในชั้นนี้ประมาณ 941 ล้านบาท ซึ่งคณะกรรมการวิสามัญฯ ได้ย้ำกับฝ่ายบริหารไปอีกว่าจะไม่มีเวลาพิจารณาแล้ว แต่สุดท้ายนางผุสดีก็มีหนังสือถึงคณะกรรมการวิสามัญฯ เพื่อขอแปรญัตติงบประมาณที่ถูกตัดไปจำนวน 941 ล้านบาท แต่สุดท้ายคณะกรรมการวิสามัญฯ ก็ไม่ได้พิจารณาเพิ่มเพราะมีการขอแปรญัตติงบประมาณ 941 ล้านบาท เพื่อเข้างบกลางซึ่งคณะกรรมการวิสามัญฯ เห็นว่า งบกลางได้ให้ไปก่อนหน้านี้แล้วและการขอแปรญัตติงบ 941 ล้านบาทกลับเสนอมาแค่กระดาษเพียงแผ่นเดียวการประชุมคณะกรรมการวิสามัญฯ ในครั้งนั้น ซึ่งเป็นรอบสุดท้ายก็ไม่มีฝ่ายบริหารมาชี้แจงการแปรญัตติงบตรงนี้ทำให้คณะกรรมการวิสามัญฯ จำเป็นไม่รับพิจารณา

ทั้งนี้ ยืนยันว่า สภากทม.มีอำนาจในการพิจารณาตัดลดงบประมาณสภากทม. ต้องพิจารณาการใช้งบประมาณที่มีประโยชน์ที่เหมาะที่ควรถ้าฝ่ายบริหารถูกตัดงบประมาณไป ก็ยังสามารถขอเพิ่มเข้ามาในงบกลางปีได้หากประเมินแล้วว่าการจัดเก็บงบประมาณในปีหน้าเป็นไปตามเป้าหมาย แต่สภากทม.ก็มีหน้าที่กำกับควบคุมดูแลการใช้งบประมาณของกทม. ต้องพิจารณาทั้งงบประมาณที่จำเป็น และไม่จำเป็นที่สำคัญสภากทม. มีการลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบโครงการต่างๆ ที่เสนองบประมาณเข้ามาอย่างละเอียดทุกสำนักงานเขตและทุกสำนักของกทม. ทั้งนี้ที่ฝ่ายบริหารอ้างธรรมเนียมประเพณีการพิจารณางบประมาณของสภากทม.ว่า งบประมาณต้องผ่านเหมือนวาระที่1 นั้น แต่ยืนยันว่า คณะกรรมการวิสามัญฯ ได้ทำตามหน้าที่หากฝ่ายบริหารเสนอเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความ ตนก็พร้อมจะไปชี้แจงอย่างยินดี

“จากนี้ จะเป็นอย่างไรก็สุดแล้วแต่ฝ่ายรองผู้ว่าฯ กทม. 4 คน ก็ไม่มีใครเป็นเบอร์1 แต่ละคนเข้าขากันด้วยหรือไม่ จึงคิดว่าการยกเหตุด้านใดจากการถูกตัดงบประมาณออกไปมีความเหมาะสมหรือไม่หากในปีงบประมาณหน้าถ้ากทม.ประเมินว่าสามารถเก็บงบประมาณได้ตามเป้าหมายก็สามารถตั้งงบกลางปีขึ้นมาได้ซึ่งสภากทม.ก็พร้อมจะพิจารณาแต่อยากให้เห็นว่าก่อนที่ฝ่ายบริหารจะหมดวาระในวันที่26มี.ค.2560อยากให้บริหารนำงบประมาณที่ผ่านการพิจารณาไปแล้วนำไปใช้ให้มีประสิทธิภาพก่อนเพราะถ้าถามว่าการตัดงบประมาณ 941 ล้านบาทเกิดความเสียหายแล้ว หรือไม่”นายนิรันดร์กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 1ก.ย.ที่ผ่านมา สภากทม.เห็นชอบข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร งบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณ พ.ศ.2560 ในวาระ3 และ3งบประมาณ 76,577,417,000 บาทโดยคณะกรรมการวิสามัญงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2560 ได้ตัดงบประมาณไปจำนวน 941.5 ล้านบาท ที่เห็นว่า ไม่มีความจำเป็นคงเหลือ 75,635,821,500 บาท โดยพบว่า มีการของบประมาณงบกลางในครั้งนี้ จำนวน 13,588,494,100 บาท อย่างไรก็ตาม ขณะนี้อยู่ระหว่างให้ผู้บริหารลงนาม และมีการประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา เพื่อให้เบิกจ่ายงบประมาณประจำปี 2560 ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2559 เป็นต้นไป