ผู้ตรวจการแผ่นดิน หยุดสอบ ปม "กกต.ธีรวัฒน์" ทุจริตหน้าที่ หลัง ป.ป.ช. รับเรื่องแล้ว เดินหน้าเอาผิดจริยธรรม คาดรู้ผลสัปดาห์นี้
นายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม กรณีที่ประธานสภาพัฒนาการเมืองยื่นเรื่องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินให้ตรวจสอบ นายธีรวัฒน์ ธีรโรจน์วิทย์ กกต.ด้านกิจการพรรคการเมืองและการออกเสียงประชามติ กรณีกระทำการใช้ตำแหน่งหน้าที่เรียกรับผลประโยชน์ ในขณะที่ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาศาลอุธรณ์เข้าข่ายขัดจริยธรรมร้ายแรง ว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินได้รับเรื่องไว้พิจารณา โดยได้ทำหนังสือถึงประธานกกต. แต่ทางประธาน กกต.ได้ขอขยายเวลาเนื่องจากเห็นว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นเรื่องส่วนตัว ซึ่งเมื่อวานนี้(12 ก.ย.) ทางผู้ถูกร้องได้ยื่นหนังสือชี้แจงเข้ามา ทางผู้ตรวจการแผ่นดินจึงมีการพิจารณา 2 ประเด็น คือ 1. การใช้ตำแหน่งหน้าที่หาผลประโยชน์ และ2. พฤติกรรมขัดจริยธรรม โดยประเด็นการใช้ตำแหน่งหน้าที่หาผลประโยชน์ เป็นเรื่องการทุจริต คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้รับเรื่องไว้แล้ว ผู้ตรวจการจึงยุติการพิจารณา เพื่อให้ ป.ป.ช. ดำเนินการ เนื่องจากผู้ร้องไปยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. ด้วยเช่นกัน ส่วนประเด็นเรื่องจริยธรรม ผู้ตรวจฯการขอเวลาพิจารณาคำชี้แจงของผู้ถูกร้องโดยละเอียดก่อน เพื่อให้เกิดความรอบคอบ ซึ่งเป็นคนละกรณีกับประเด็นแรก คาดว่าจะใช้ทราบผลในการพิจารณาภายในสัปดาห์นี้ ส่วนเป็นการร้องการกระทำผิดจริยธรรมในเรื่องอะไรนั้นไม่ขอเปิดเผย เพราะต้องให้โอกาสผู้ถูกร้องได้ชี้แจง
“สำหรับการพิจารณาเรื่องจริยธรรมตามอำนาจของผู้ตรวจ ถ้าหากเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เมื่อหากมีการกระทำผิด ผู้ตรวจก็จะส่งเรื่องให้ป.ป.ช.ไปพิจารณาดำเนินการถอดถอน แต่ถ้าเป็นการกระทำผิดของเจ้าหน้าที่รัฐ ต้องส่งให้กลไกบังคับการต้นสังกัดในที่นี้คือ กกต. พิจารณา แต่ถ้าเกิดกรณีที่ต้นสังกัดไม่ยอมดำเนินการ ผู้ตรวจสามารถไต่สวนได้เอง และเปิดเผยต่อสาธารณะ ตามมาตรา 39 พ.ร.บ.ผู้ตรวจฯ”นายรักษเกชากล่าว
เมื่อถามว่า ทำไมผู้ตรวจจึงหยิบเรื่องดังกล่าวมาพิจารณาในช่วงที่ กกต. มีปัญหาเรื่องตำแหน่งประธาน กกต. นายรักษเกชา กล่าวว่า การพิจารณาของผู้ตรวจไม่เกี่ยวกับปัญหาภายในของ กกต. หรือแม้แต่เรื่องที่มีข้อเสนอให้เซ็ตซีโร่ กกต. เพราะการพิจาณาเป็นไปตามวงรอบคำร้อง ถ้าหากผู้ถูกร้องส่งคำชี้แจงมาก่อนหน้านี้ ก็คงหยิบคำร้องดังกล่าวมาพิจารณาได้เร็วกว่านี้ ส่วนประเด็นเรื่องที่ผู้ตรวจมีข้อเสนอให้ คสช. ใช้มาตรา 44 เรื่องเซ็ตซีโร่ กกต.ยืนยันว่าไม่เกี่ยวกับผู้ตรวจ แต่ทั้งนี้ต้องดูประเด็นที่เสนอแนะถ้าเห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองมีเหตุมีผล ทุกอย่างต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ข้อกฎหมายไม่อาจล่วงเกินอำนาจกันได้
นายรักษเกชา กล่าวอีกว่า ในวันที่ 14 ก.ย. เวลา 13.30 น.ประธานศาลรัฐธรรมนูญและประธานองค์กรอิสระจะนัดประชุมร่วมกันนัดแรก เพื่อพิจารณาจัดทำมาตรฐานทางจริยธรรมตามที่รัฐธรรมนูญมาตรา 219 กำหนดไว้





