เบื้องลึก! ปรับครม.ชุดใหญ่ 'ประยุทธ์'จัดรมต.แบบเงียบ-เร็ว-เฉียบขาด เล็งคัด 'รุ่นน้อง-มือทำงาน'
ตามคิวที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จำเป็นต้อง ปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ด้วยเหตุผลที่ต้องเปลี่ยนชื่อ-โครงสร้างใหม่ของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) มาเป็นกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ทำให้ถูกโหมกระแสให้ปรับครม.ในตำแหน่งอื่นไปด้วย
ซึ่งหากจัดหมวดหมู่การปรับครม.ครั้งนี้ มีไม่กี่ปัจจัยที่อยู่ในใจของ “บิ๊กตู่” 1.ปรับตามความจำเป็น 2.ปรับเพื่อเพิ่มมือทำงาน 3.ปรับคนเก่าที่ตอบแทนหมดแล้ว เพื่อเปิดทางตอบแทนน้องๆ ลายพราง
ตำแหน่งที่ต้องปรับตามความจำเป็น คงหนีไม่พ้น เจ้ากระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ยังเป็นคนเก่าหน้าเดิม อย่าง “อุตตม สาวนายน” รมว.ไอซีที ที่ถึงขั้นเอ่ยปากโชคดี ได้เป็นเจ้ากระทรวงคนแรก นอนมาแบบแบเบอร์ ไม่มีชื่อม้ามืดมาแข่งให้ต้องกังวลใจ
หากสังเกตดูปฏิกิริยาของ “บิ๊กตู่” ในช่วงสัปดาห์นี้ จะเห็นความไม่แน่นอน ลังเลใจว่า จะปรับครม.ในตำแหน่งอื่นดีหรือไม่ เพราะหากมองในเชิงการบริหารงานแล้ว ยังไม่มีความจำเป็นต้องปรับครม.ในตำแหน่งอื่นแต่อย่างใด
แม้ช่วงต้นสัปดาห์ กระแสข่าวปรับครม.มาแรง ยิ่ง “บิ๊กตู่” พูดออกจากปากตัวเองว่า ต้องการปรับครม. โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) ที่ต้องการให้มี “รัฐมนตรีช่วย” ขึ้นมาอีกตำแหน่ง เพื่อแบ่งเบาภาระของ “บิ๊กฉัตร” พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ
ชื่อตัวเต็งตั้งแต่ไก่โห่ที่ “บิ๊กฉัตร” การันตีพ่วงด้วยแรงโปรโมทผ่านสื่อคือ “โอฬาร พิทักษ์” อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ขึ้นชั้นเป็นรมช.เกษตรหลังเกษียณอายุราชการ แต่จังหวะที่ยังไม่ได้เตี๊ยมกับ “บิ๊กตู่” จึงผิดคิวไล่ให้ “โอฬาร” กลับบ้านไปเลี้ยงหลาน ก่อนจะมาแก้ข่าว-แก้เก้อ หาว่า “สื่อ” รายงานข่าวคลาดเคลื่อน?
นาทีนี้ชื่อของ “โอฬาร” จึงติดอยู่ในใจ-อยู่ในลิสต์ตัวเต็ง รมช.เกษตร เพราะ “บิ๊กตู่” ออกลูกกั๊กว่า วันหน้าอะไรจะเกิดขึ้นก็ไม่รู้ ส่งสัญญาณเปิดทางให้คนที่โดนปล่อยข่าวหลอก-ปล่อยข่าวบลั๊ฟ ให้มีกำลังใจเดินหน้าปิดดีลให้ได้ แม้บางที “บิ๊กตู่” อาจจะออกปากเร็วไปหน่อย แต่ประตูครม.ยังเปิดอยู่เสมอ
และหากดูประวัติของ “โอฬาร” แล้วก็ถือว่าไม่ธรรมดา สายสัมพันธ์กับขั้วอำนาจทางทหารแน่นปึ๊ก แถมยังเป็นเพื่อนรัก-เพื่อนร่วมรุ่น ช่วงที่เรียนวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นเดียวกับ “บิ๊กฉัตร” เรียกได้ว่ารู้จักมักคุ้นกันมานาน หาก “บิ๊กฉัตร” จะไว้ใจใครสักคน ที่มีความชำนาญรู้เรื่องราวเบื้องลึกหนาบางในกระทรวงเกษตรฯ ชื่อของ “โอฬาร” เพื่อนรักนอนมาแแบบเบอร์หนึ่ง
นอกจากนี้ บรรดา “รัฐมนตรี” ที่ต้องเสียวสันหลังพอสมควรคือ “บิ๊กทหาร” ที่ “บิ๊กตู่” อาจจะเห็นว่าตอบแทนมานาน และถึงเวลาที่จะต้องปรับเปลี่ยนเพื่อลองของใหม่ เปลี่ยนเพื่อตอบแทน “บิ๊กทหาร” รุ่นน้องบ้าง เพราะต่างคนต่างทำงานกันหนักในช่วงเวลา 2 ปีที่ผ่านมา
ลิสต์ชื่อ “รัฐมนตรีลายพราง” ที่โดนโพลเกือบทุกสำนักจัดอยู่ในจำพวกรมต.โลกลืม คนแรกที่ต้องลุ้นหนักกว่าใครเพื่อน เพราะมีชื่อถูกปรับออก ตั้งแต่การปรับครม.ครั้งที่แล้ว เต็งจ๋ามาเลยคงหนีไม่พ้น “บิ๊กน้อย” พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ว่ากันว่า “บิ๊กน้อย” มีอยู่ในครม. “บิ๊กตู่” ด้วยเหตุผลต่างตอบแทน โดยเฉพาะในช่วงที่ “บิ๊กน้อย” ต้องหลีกทางให้ “บิ๊กติ๊ก” พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกระทรวงกลาโหม ได้มีโอกาสขึ้นเป็นแม่ทัพภาคที่ 3 ทั้งที่ตามไลน์-ความอาวุโส “บิ๊กน้อย” ต้องขึ้นเป็นแม่ทัพภาคที่ 3 ทำให้ “บิ๊กตู่” จึงตอบแทน “บิ๊กน้อย” ด้วยการมอบเก้าอี้รัฐมนตรีปลอบใจ
เก้าอี้ที่ “บิ๊กน้อย” นั่งอยู่ จึงไม่ได้มั่นคงที่ผลงาน แต่มั่นคงเพราะคำว่าบุญคุณหรือไม่ ระยะเวลา 2 ปี บุญคุณอาจจะตอบแทนกันหมดแล้ว ชื่อของ “บิ๊กน้อย” จึงเป็นเต็งจ๋าที่โดนปรับทิ้ง เพื่อเปิดทางให้ “บิ๊กทหารุ่นน้อง” ได้มาเชยชมเก้าอี้รัฐมนตรี หลังช่วยงานมาตั้งแต่รัฐประหาร
อีกคนที่จัดอยู่ในข่ายตอบแทนบุญคุณเสร็จสิ้นแล้วคือ “พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ซึ่งถือเป็นสีกากีคนเดียวในครม.บิ๊กตู่ “พล.ต.อ.อดุลย์” เป็นคีย์แมนคนนึงที่ช่วย “บิ๊กตู่” ยึดอำนาจได้ง่ายขึ้น เพราะ “พล.ต.อ.อดุลย์” ในขณะที่ดำรงแหน่งผบ.ตร. เลือกที่จะไม่ต่อต้าน “บิ๊กตู่” ทั้งที่ถูกมองว่าเป็นผบ.ตร.สายตรงของ “พรรคเพื่อไทย”
ผลงานในรัฐบาลของ “พล.ต.อ.อดุลย์” จัดอยู่ในระดับพอไปได้ แต่ด้วยความที่ไม่ใช่เลือดแท้สายทหาร ก็ยากที่ “พล.ต.อ.อดุลย์” จะยืนระยะได้ยาวกว่านี้ ยิ่งช่วงขวบปีสุดท้ายของ “รัฐบาลบิ๊กตู่” แล้ว ยิ่งทนกระแสกดดันจากเลือกแท้สายทหารได้ยาก
นอกจากนี้ กลุ่มตอบแทนเสร็จแล้วที่อยู่ในลิสต์ของ “บิ๊กตู่” คือกลุ่มเพื่อนรัก-น้องรักอย่าง “พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) “พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน น้องรักของ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
ดังนั้น การปรับครม.ครั้งนี้ โฟกัสหลัก เน้นไปที่กลุ่มตอบแทนเสร็จแล้ว ที่อาจจะหลุดกันหลายคน-ปรับกันหลายตำแหน่งเลยทีเดียว
ส่วนกระทรวงเศรษฐกิจ คนประเมินหลักคือ “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” รองนายกรัฐมนตรี ด้านเศรษฐกิจ หาก “สมคิด” ลิสต์ให้ปรับใคร “บิ๊กตู่” พร้อมจะเชื่อใจ เพราะมอบอำนาจให้ดูแลด้านเศรษฐกิจทั้งหมด แต่ชื่อที่มาแรงหนีไม่พ้น “ชุติมา บุณยประภัศร” ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ที่จะเกษียณอายุราชการ อาจจะถูกหลังบ้าน “บิ๊กตู่” ดันให้นั่งตำแหน่งรมว.พาณิชย์ แทน “อภิรดี ตันตราภรณ์” รมว.พาณิชย์ คนปัจจุบัน
ทว่า การปรับครม.ครั้งนี้ “บิ๊กตู่” รวบอำนาจเบ็ดเสร็จไม่มีใครมาต่อ-ไม่มีใครมารองได้ ไม่มีบ้านมูลนิธิป่ารอยต่อ ที่เคยวิ่งเข้าออกกันครึกครืน เพราะถนนทุกสายต้องวิ่งตรงมาที่ “ตึกไทยคู่ฟ้า” เท่านั้น
แต่ที่ “บิ๊กตู่” ทำยึกยักออกมาประกาศไม่ปรับครม. เพราะไม่ต้องการให้บรรดารัฐมนตรีที่ทำงานกันอยู่เสียขวัญ ไม่เป็นอันทำงานกัน และหากส่งสัญญาณชัดเจนว่า จะปรับก็ยิ่งเพิ่มแรงกระตุ้นให้บรรดานักวิ่งได้ออกมาต่อรองกันอีกหลายคน-หลายตำแหน่ง
การปรับครม. แบบ “ตู่สไตล์” ต้องทำแบบรวดเร็ว-เฉียบขาด คนที่โดนปรับออกรู้ตัวก็เมื่อสายไปแล้ว ส่วนคนที่ถูกเลือกให้มาอยู่ในครม. รู้ตัวอีกทีก็เรียกมากรอกประวัติที่ตึกไทยคู่ฟ้าทันที
“บิ๊กตู่” ออกข่าวไม่ปรับครม. เพื่อสยบทุกความเคลื่อนไหว ฟันธงล่วงหน้าได้เลยว่า ปรับครั้งนี้คือปรับใหญ่ เพราะเป็นโอกาสเดียวที่จะตอบแทนบุญคุณกัน รัฐบาลชุดหน้า หาก “บิ๊กตู่” ยังนั่งตำแหน่งนายกฯ ก็ไม่มีโอกาสตอบแทนพี่น้องเลือดทหารแล้ว เพราะจัดสรรเก้าอี้ให้ฝ่ายการเมือง!?





