วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน 2569

Login
Login

จับ!'อดีตขรก.วัง'เอี่ยวกิมเอ็ง 'พล.ต.-พ.อ.'รุดแจงเป็นเหยื่อ

จับ!'อดีตขรก.วัง'เอี่ยวกิมเอ็ง 'พล.ต.-พ.อ.'รุดแจงเป็นเหยื่อ

กองปราบฯ รวบ "อดีตขรก." พระราชวัง เอี่ยวโยง "กิมเอ็ง" ชี้เหยื่อเสียหายอื้อ มากกว่าสิบล้าน ด้าน "พล.ต." รุดแจงตกเป็นเหยื่อขบวนการ

จากกรณีที่ทางตำรวจกองปราบปรามได้จับกุม นางกมนทรรศน์ ธนธรณ์โฆษิตจิร หรือแม่ตุ่ม (ชื่อเดิม นางกิมเอ็ง แซ่เตียว) อายุ 62 ปี ชาว จ.สมุทรปราการ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาเลขที่ 1563/2559 ลงวันที่ 11 สิงหาคม 2559 ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกง และร่วมกันปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม” หลังมีผู้เสียหายเข้าร้องทุกข์ว่าผู้ต้องหารายนี้มีพฤติกรรม ในลักษณะแอบอ้างเบื้องสูงคล้ายนางไก่ มณตา หยกรัตนกาญ โดยได้แอบอ้างผ่านรายการสถานีโทรทัศน์ แห่งหนึ่งได้เผยแพร่วีดีทัศน์สารคดีเฉลิมพระเกียรติ โดย นางกมนทรรศน์ โดยให้สัมภาษณ์เชิงกล่าวอ้างว่า เคยตามเสด็จฯ และ อ้างว่าเป็นบุคคลใกล้ชิดกับบุคคลชั้นสูง

อีกทั้งแอบอ้างเป็นผู้ปรุงอาหารถวายในสำนักพระราชวัง มีการสร้างภาพทางสังคม หรือสาธารณะ เพื่อให้ผู้ที่พบเห็นเชื่อว่าเป็นผู้ใกล้ชิดกับคนชั้นสูง จากนั้นจะชักชวนให้ร่วมทำบุญถวายเป็นพระราชกุศลในโอกาสต่างๆ โดยมีผู้เสียหายจำนวนหลายคนหลงเชื่อ มอบเงินสด หรือโอนเข้าบัญชีนางกมนทรรศน์ ซึ่งขณะนี้มีผู้เสียหายมาร้องทุกข์ให้ดำเนินคดี รวมมูลค่าเสียหายเป็นจำนวนเงิน 2,979,300 บาท และหลังจากที่ได้รับเงินแล้วนางกมนทรรศน์ ได้นำหนังสือทรงขอบใจ โดยอ้างว่าเป็นหนังสือที่ออกโดย สำนักพระราชวัง

อีกทั้งพบว่า นางกมนทรรศน์ เป็นบุคคลเดียวกับนางกิมเอ็ง อดีตผู้ต้องหา คดีหลอกลวงผู้อื่นให้บริจาคเงิน โดยอ้างว่าสามารถขอเครื่องราชฯ และ ถูกศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พิพากษาจำคุก6 ปี ต่อมาพ้นโทษจึงเปลี่ยนชื่อ – นามสกุล หลายครั้งจนปัจจุบันได้เปลี่ยนชื่อเป็น “ดร.กมนทรรศน์ ธนธรณ์โฆษิตจิร หรือแม่ตุ่ม” ซึ่งเป็นพี่สาวคนละแม่กับ"หญิงไก่ โดยจับกุมได้ที่ ต.เกยไชย อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ ภายหลังตำรวจกองปราบได้แจ้งข้อหาหมื่นสถาบันตามประมวลกฏหมายอาญา ม.112 ก่อนนำตัวฝากขังเป็นเวลา เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 27 ส.ค.- 7 ก.ย.นี้ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้ากรณีดังกล่าว เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 30 ส.ค. ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.สมหมาย กองวิสัยสุข, พล.ต.ต.ชวลิต แสวงพืชน์, พล.ต.ต.กรเอก เพชรไชยเวส รอง ผบช.ก. ได้เรียกประชุมคณะพนักงานสอบสวนคลี่คลายคดีแอบอ้างเบื้องสูง ภายหลังกำลังตำรวจกองบังคับการปราบปราม ได้เข้าจับกุม นางกมนทรรศน์ ธนธรณ์โฆษิตจิร หรือแม่ตุ่ม หรือกิมเอ็ง แซ่เตียว อายุ 62 ปี พี่สาวของนางมณตา หยกรัตนกาญ หรือนางไก่ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 1563/2559 ลงวันที่ 11 สิงหาคม 2559 ข้อหาหมิ่นเบื้องสูง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 , ร่วมกันฉ้อโกง และร่วมกันปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม หลังจากพบพฤติกรรมออกรายการสถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่ง โดยมีการแอบอ้างสถาบันเบื้องสูง หลอกลวงผู้เสียหายให้ร่วมทำบุญโดยเสด็จพระราชกุศล จนมีผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินให้นางกมนทรรศน์ 17 ครั้ง เป็นจำนวน 2,979,300 บาท แล้วมีการออกหนังสือปลอมอ้างว่าออกโดยสำนักพระราชวัง โดยใช้เวลาในการประชุมติดตามความคืบหน้าคดีกว่า 2 ชั่วโมงครึ่งจึงแล้วเสร็จ

ภายหลังการประชุม พล.ต.ต.สมหมาย กล่าวว่า เบื้องต้นได้รับรายงานว่าจะมีผู้เสียหายเดินทางเข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับนางกมนทรรศน์ หรือกิมเอ็ง เพิ่มเติมหลายราย โดยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาได้รับรายงานว่ามีผู้เสียหายเข้ามาแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน บก.ป. หลังถูกนางกมนทรรศน์ หลอกนำเงินจากผู้เสียหายไปเรื่องซื้อผลไม้ เป็นมูลค่ารวม 7 ล้านบาท

นอกจากนี้ยจะมีผู้เสียหายอีกส่วน ซึ่งเป็นนายทหารยศ พล.ต. และ พ.อ.ที่จะเข้าแจ้งความในฐานะที่ตกเป็นผู้เสียหายด้วยเช่นกัน โดยได้รับการประสานมาแล้วว่าจะเข้าแจ้งความในช่วงเย็นวันเดียวกันนี้ อย่างไรก็ตามเท่าที่ทราบมีผู้เสียหายหลายรายตกเป็นเหยื่อของนางกิมเอ็ง แต่ยังไม่กล้าออกมาแจ้งความ ซึ่งขณะนี้น่าจะมีผู้เสียหายในคดีเข้าแจ้งความแล้วประมาณ 5-6 ราย

รองผบช.ก. กล่าวอีกว่า สำหรับคดีนี้มีการสืบสวนขยายผล โดยชุดคลี่คลายคดีได้รวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มเติมไว้แล้ว 2 ราย ประกอบด้วย นายถาวร พวงประทุม อายุ 66 ปี อดีตพนักงานประจำกองวัง สำนักพระราชวัง (ปฏิบัติหน้าที่ประจำพระราชวังสวนจิตรลดา) ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 1651/2559 ลงวันที่ 29 สิงหาคม 2559 และนายสมศักดิ์ สิริยาคม ในความผิดฐานหมิ่นเบื้องสูง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และร่วมกันฉ้อโกง โดยเมื่อคืนที่ผ่านมาเวลา 22.00 น.

พ.ต.อ.ปัญญา ปิ่นสุข รอง ผบก.ปคม.พร้อมเจ้าหน้าที่ได้จับกุม นายถาวร ได้ภายในบ้านพักย่านห้วยขวาง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างควบคุมตัวมาสอบปากคำ ในส่วนของนายสมศักดิ์ นั้นชุดสืบสวนพบความเคลื่อนไหวว่าหลบหนีอยู่ไปกบดานอยู่ในต่างจังหวัด คาดว่าจะจับกุมตัวได้ในเร็ววันนี้ ทั้งนี้จากแนวทางการสืบสวนพบพฤติการณ์ในการร่วมกระทำความผิด โดยทั้งสองจะแต่งตัวให้คล้ายกับข้าราชการ หลอกลวงให้ประชาชน หรือบุคคลทั่วไปที่พบเห็น หลงเชื่อถือว่าเป็นผู้ที่ใกล้ชิดกับบุคคลชั้นสูง โดยมีการนำของที่ได้รับแจกจากพิธีการต่างๆ มาดูแลและดำเนินการ ส่วนในรายละเอียดต่างๆ นั้น คงไม่สามารถเปิดเผยได้เนื่องจากเป็นรายละเอียดทางคดี แต่ยืนยันว่าทางตำรวจดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างรอบคอบรัดกุม และจะเร่งสืบสวนขยายผล หากพบว่ามีผู้ใดที่เกี่ยวข้องอีกก็จะดำเนินคดีทั้งหมด

“เชื่อว่าขบวนการนี้น่าจะยังมีผู้ที่เกี่ยวข้องอีกหลายราย เนื่องจากการตรวจสอบยอดเงินที่กลุ่มผู้ต้องหาได้รับมานั้น ยังสูญหายไปอีกเป็นจำนวนมาก นับเป็นสิบล้านบาท โดยไม่พบว่าหายไปอยู่กับใคร ทางชุดสืบสวนอยู่ระหว่างตรวจสอบเรื่องเส้นทางการเงิน ส่วนจะมีผู้ที่เกี่ยวข้องอีกกี่รายนั้นยังตอบไม่ได้ แต่ก็คาดว่าน่าจะมีเยอะ เพราะขบวนการนี้ทำกันมานานนับตั้งแต่นางกมนทรรศน์ หรือกิมเอ็ง ออกจากคุกมาก็ไม่ได้มีอาชีพอื่นใด

นอกจากนี้ที่อ้างตัวว่าเป็นด็อกเตอร์จากมหาวิทยาลัยเชอร์วู๊ด สหรัฐอเมริกา ก็อยู่ระหว่างตรวจสอบ ซึ่งเบื้องต้นทราบว่าเป็นเพียงการแอบอ้างว่าได้รับวุฒิดังกล่าว ในส่วนคดีนี้น่าจะมีข้าราชการเข้าไปมีส่วนเกี่ยวพันในการกระทำความผิดด้วยหรือไม่นั้น จากที่ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าน่าจะเป็นลักษณะที่ถูกนางกมนทรรศน์ หลอกลวง มากกว่า คล้ายกับว่าถูกชักชวนไปเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับนางกมนทรรศน์ หรือหากมีบางส่วนที่กระทำผิดก็น่าจะเป็นบุคคลที่เคยรับราชการจริงแต่ถูกไล่ออกหรือให้ออกจากงานไปแล้ว ทั้งนี้ ตนได้นัดหมายเพื่อประชุมติดตามความคืบหน้าคดีนี้อีกครั้งในวันที่ 20 กันยายนนี้ ซึ่งคาดว่าน่าจะสรุปสำนวนคดีได้ ” พล.ต.ต.สมหมาย กล่าว

ทั้งนี้ มีรายงานว่า ขณะนี้ชุดสืบสวนพบความเชื่อมโยงระหว่างนางกิมเอ็ง นายถาวร และนายสมศักดิ์ ว่ามีส่วนรู้เห็นและร่วมกันกระทำความผิด โดยพบหลักฐานชัดเจนเป็นรูปถ่ายขณะที่นางกิมเอ็ง อ้างว่าได้รับดอกไม้ในงานวันเกิดจากสำนักพระราชวัง โดยนายถาวร มีการแต่งตัวอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่เชิญพานแจกันดอกไม้ ส่วนนายสมศักดิ์ เป็นผู้มอบให้นางกิมเอ็ง

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่านายถาวรนั้น ในขณะที่รับราชการดำรงตำแหน่ง พนักงานประจำ สำนักพระราชวัง ภายหลังเกษียณอายุราชการ ได้มีการต่อสัญญาเป็นพนักงานประจำกองวัง สำนักพระราชวัง ส่วนนายสมศักดิ์ เป็นเจ้าหน้าที่ของสำนักพระราชวัง แต่ถูกให้ออกจากราชการเมื่อปี 2550 หลังถูกร้องเรียนและตรวจสอบพบว่ามีการเรียกรับผลประโยชน์

ต่อมาเวลา 16.30 น.วันเดียวกัน พล.ต.ต่อคุณ ภักดีชนก เจ้าของ หจก.ภักดีชนก พร้อมด้วย นายอาน้อม พงศ์กาญจนานุกูร หัวหน้าช่างภาพส่วนพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมผู้เสียหายกว่า 16 คน เดินทางเข้าพบคณะพนักงานสอบสวน บก.ป.เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ และเข้าให้การในฐานะพยานในคดีของนางกมนทรรศน์ หรือกิมเอ็ง ภายหลังปรากฏเป็นข่าวว่า ทาง หจก.ภักดีชนก ซึ่งเป็นผู้ผลิตวีดีทัศน์เฉลิมพระเกียรติ มีส่วนเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดของนางกมนทรรศน์

พล.ต.ต่อคุณ เปิดเผยว่า ในวันเดียวกันนี้ได้รวมตัวทีมงานผู้ผลิตสารคดีเฉลิมพระเกียรติดังกล่าว เพื่อเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนในฐานะพยาน โดยตนรู้จักกับนางกมนทรรศน์ เมื่อประมาณเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ขณะที่ตนและทีมงานเดินทางไปลงนามถวายพระพร ที่ศาลาสหทัยสมาคม หลังจากลงนามเสร็จ นางกมนทรรศน์ ก็เข้ามาพูดคุยตีสนิท ผ่านการแนะนำจากบุคคลผู้หนึ่งซึ่งช่วยสร้างความน่าเชื่อถือว่า นางกมนทรรศน์ รู้จักกับบุคคลชั้นสูง จากนั้นก็ได้ติดต่อกันเรื่อยมา กระทั่งตนมีโครงการที่จะผลิตสารคดีเฉลิมพระเกียรติ นางกมนทรรศน์ ก็อาสาโดยขอสมัครเป็นผู้ร่วมแสดงในวีดีทัศน์ดังกล่าว และช่วยเหลือในขั้นตอนการผลิตส่วนอื่นๆ แต่เมื่อปรากฏว่านางกมนทรรศน์ ถูกจับกุมและมีภาพวีดีทัศน์จากสารคดีที่พวกตนจัดทำปรากฏออกมาทางสื่อมวลชนแขนงต่างๆ ทำให้ถูกเข้าใจผิดว่าร่วมขบวนการกับนางกมนทรรศน์ จึงต้องเข้าแจ้งความดำเนินคดี

อย่างไรก็ตามได้เตรียมหลักฐานต่างๆ ซึ่งเป็นข้อความและรูปภาพต่างๆ ที่นางกมนทรรศน์ ส่งมาให้ ทำให้ตนหลงเชื่อว่ารู้จักหรือใกล้ชิดกับบุคคลชั้นสูงจริง รวมทั้งให้ข้อมูลผู้ที่ชักชวนให้ตนรู้จักกับนางกมนทรรศน์ กับทางพนักงานสอบสวน เชื่อว่ามีการสมคบหลอกลวงเป็นขบวนการ

สอดคล้องกับนายอาน้อม ที่ระบุว่า ไม่ได้รู้จักกับนางกมนทรรศน์ เป็นการส่วนตัว โดยนางกมนทรรศน์ ได้เข้ามาสมัครเป็นนักแสดงในสารคดีดังกล่าว แล้วภายหลังก็มีการสร้างความน่าเชื่อถือด้วยวิธีการต่างๆ จึงหลงเชื่อนางกมนทรรศน์