"พล.ต.ท.ศานิตย์" เรียกแม่หนุ่มเกียรตินิยมดับปริศนาสอบ - พร้อมอธิบายพยานหลักฐาน เจ้าตัวเข้าใจยันยอมรับลูกชายอาจฆ่าตัวตายเอง
ที่ สน.สำราญราษฏร์ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ทรงพล วัธนะชัย ผบก.น.6 พ.ต.อ.ต่อเกียรติ พรหมบุตร ผกก.สน.สำราญราษฏร์ ร.ต.อ.อานนท์ ไทรด้วง รองสว.(สอบสวน) สน.สำราญราษฏร์ ได้เรียกพบ นางอำไพ พวงเกษร อายุ 54 ปี มารดาของ นายนราวุฒิ พวงเกษร อายุ 26 ปี อดีตบัณฑิตเกียรตินิยมอันดับ 1 มหาวิทยาลัยกุงเทพ ที่เสียชีวิตอย่างปริศนาบริเวณทางขึ้นวัดสระเกศราชมหาวรวิหาร (วัดภูเขาทอง) พร้อมด้วยพี่ชายของผู้เสียชีวิต เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมต่อเจ้าหน้าที่โดยในเวลานานกว่า 2 ชั่วโมง
นางอำไพ กล่าวว่า นายนราวุฒิเป็นลูกชายคนเล็กจากลูกทั้ง 3 คนของตน ซึ่งเพิ่งสำเร็จการศึกษาเกียรตินิยมอันดับ 1 คณะการสร้างเจ้าของธุรกิจและการบริหารจัดการ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ และกำลังจะรับปริญญา โดยในช่วงระหว่างรอรับปริญญา ตนได้ให้ลูกชายมาช่วยดูแลธุรกิจครอบครัว คือร้านอาหาร ซึ่งลูกชายมีหน้าที่ดูแลในส่วนของเคาน์เตอร์ ส่วนตนดูแลเรื่องภายในห้องครัว โดยในวันเกินเหตุ(21 ส.ค.)ตามจริงแล้วลูกชายตนมีนัดต้องไปงานแต่งงานเพื่อนที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ในเวลา 19.00 น. ซึ่งมีการจองตั๋วเครื่องบินไว้แล้วด้วย แต่จู่ๆลูกชายก็ได้มาบอกว่าไม่ไปแล้ว ต่อมาในเวลาประมาณ 22.00 น. วันที่ 20 สิงหาคม ลูกชายได้มาขอเงินตน 500 บาท แล้วไม่ได้ติดต่อลูกชายอีกเลย ก่อนที่ตนจะมาทราบข่าวว่าลูกชายตนได้เสียชีวิตแล้ว
“ปกติลูกชายตนเป็นคนร่าเริง และชอบทำบุญ แต่ฉันกับลูกชายพักอาศัยอยู่คนล่ะบ้าน เลิกงานแล้วก็จะแยกย้ายกลับบ้านกันเลย ดังนั้นเวลามีปัญหาอะไรลูกชายมักจะไม่เล่าให้ฟัง แต่ฉันรู้ดีว่าลูกชายมีนิสัยคล้ายผู้หญิง ชอบซื้อเครื่องสำอางมาแต่งหน้า แค่หยดน้ำร้อนกระเด็นใส่แขนเขายังร้องจนบ้านแทบแตก ฉันจึงไม่เชื่อว่าลูกชายจะฆ่าตัวตายด้วยวิธีพิศดารแบบนี้ ฉันกังวลว่าติดลูกชายจะถูกคนที่แอบขึ้นไปนอนอยู่ข้างบนนั้น แล้วแอบทำร้ายร่างกายจนตาย สาเหตุอาจเพราะลูกชายของฉันไปตีระฆังเสียงดังสร้างความรำคาญ แต่หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำกล้องวงจรและอธิบายถึงแนวทางการสอบสวนให้ฟัง ฉันก็ไม่ได้ติดใจเอาความใดๆ เพราะฉันเชื่อมั่นในการทำหน้าที่ของตำรวจ คงเป็นเพราะลูกชายของฉันตั้งใจที่จะฆ่าตัวตายเองจริง และอาจมีการวางแผนมาก่อนหน้านี้แล้ว"นางอำไพ กล่าวยืนยัน
ด้าน พล.ต.ท.ศานิตย์ เปิดเผยว่า จากการสอบถาม เพื่อนสนิทของผู้เสียชีวิตตั้งแต่มัธยมต้น เปิดเผยว่า เพื่อนตนเป็นร่าเริง และชอบทำบุญอย่างมาก แต่ถ้ามีเรื่องอะไรที่ทำให้กังวลใจ ผู้ตายก็จะแยกตัวออกจากกลุ่มเพื่อน และชอบเก็บตัวเงียบอยู่คนเดียว โดยผู้ตายได้โพสต์ข้อความสุดท้ายไว้ในเฟซบุ๊กในวันที่ 14 สิงหาคม เวลา 21.19 น. มีข้อความว่า “หากเรารู้วันสุดท้ายในชีวิต และสามารถขออะไรก็ได้ เราจะขออะไรจากพรวิเศษเหล่านั้น ”
พล.ต.ท.ศานิตย์ เปิดเผยต่อว่า หลังจากที่ได้อธิบายแนวทางการสอบสวนให้แม่ผู้เสียชีวิตฟังแล้ว ทางแม่ผู้เสียชีวิตก็ไม่ได้ติดใจเอาความใดๆ อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ทิ้งแนวทางการสอบสวน หากว่าในระหว่างสอบสวนพบพิรุธ และพบว่าไม่ได้เป็นการฆ่าตัวตายเอง ก็จะมีเริ่มต้นสอบสวนและชันสูตรพลิกศพอีกครั้ง


