วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

'จักรทิพย์' ลั่นไม่จับแพะ ปัดตอบทหารคุม15คนเอี่ยวบึ้ม

ผบ.ตร. ปัดตอบทหารคุม15คนเอี่ยวบึ้มป่วนเมืองหรือไม่ ยังไม่ออกหมายจับบึ้มหัวหิน ย้ำตำรวจไม่เคยจับแพะ

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 18 สิงหาคม พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) กล่าวถึงความคืบหน้าในการสืบสวนสอบสวนเหตุระเบิดต่อเนื่องกันหลายจุดในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ตอนบน เหตุเกิดระหว่างวันที่ 10 สิงหาคม - 12 สิงหาคม ว่า ยังไม่ได้รับรายงานกรณีที่มีรายงานข่าวว่ามีการคุมตัวผู้เกี่ยวข้องกับเหตุระเบิด 15 คน ต้องไปสอบถามผู้ที่รายงานข่าว ซึ่งจะเป็นการควบคุมโดยทหารหรือไม่ ตนไม่ทราบและยังไม่มีการประสานงานมาที่ตนแต่อย่างใด ในส่วนของตำรวจยังไม่มีการออกหมายจับ

ส่วนจะมีการควบคุมตัวผู้ใดไว้ในพื้นที่ทหารหรือไม่ต้องไปสอบถาม พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร. ที่ลงไปติดตามคดีในพื้นที่ภาคใต้ รวมถึงการดำเนินการกรณีนายศักรินทร์ คฤหัส อายุ 32 ปี ผู้ต้องหาคดีครอบครองวัตถุระเบิด ก็มอบหมายให้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ ควบคุมสั่งการการสืบสวนสอบสวนทั้งหมด ตนยังไม่ได้รับรายงาน

พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวอีกว่า สำหรับกรณีมีการแพร่ภาพผู้ต้องสงสัย 3 ราย ที่เกี่ยวข้องกับการวางระเบิดในพื้นที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ นั้น ตนเห็นภาพดังกล่าวตั้งแต่วันที่ลงพื้นที่ อ.หัวหิน เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม แล้ว เบื้องต้นเราพบผู้ต้องสงสัยเพียงเท่านี้ ตามภาพที่ปรากฎ ซึ่งจากหลักฐานที่มีสามารถขออนุมัติหมายจับได้ตั้งแต่ 3 วันก่อนแล้ว แต่ตนให้ชุดทำงานเก็บข้อมูลให้ได้มากกว่านี้ก่อน เพื่อหาความเชื่อมโยง เพื่อความรอบคอบ อย่างไรก็ตามไม่ได้เร่งรัดทีมสืบสวนสอบสวน เพราะตั้งแต่เกิดเหตุทุกคนทำงานไม่ได้พักเลย

เมื่อถามว่ามีการกำชับเรื่องการขออนุมัติหมายจับให้รอบคอบขึ้น เพื่อไม่ให้ซ้ำรอยกรณีนายศักรินทร์ ที่ จ.นครศรีธรรมราช หรือไม่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า กรณีนี้ไม่เรียกความผิดพลาด พยานหลักฐานชัดเจน เมื่อแถลงต่อศาล ศาลก็อนุมัติหมายจับออกมา ขออย่าพยามไปบิดเบือนว่าเป็นการจับแพะ ไม่ใช่อย่างนั้น อย่างไรก็ตามยังคงให้น้ำหนักมูลเหตุการก่อเหตุไปที่เรื่องการลงเสียงประชามติ แต่ก็ย้ำว่าเป็นความเห็นส่วนตัว หากผิดพลาดก็ให้โทษตน อย่าจับเอามาชี้นำกระแส ตนพูดจากประสบการณ์การทำงานการทำคดี เป็นความเห็นส่วนตัวเท่านั้น ไม่ใช่ตนจะไม่ยอมรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ประเด็นอื่นตนก็ไม่ได้ตัดทิ้ง เป็นเพียงการวิเคราะห์จากประสบการณ์ส่วนตัว รวมไปถึงการประกอบระเบิดที่ตนชี้ตั้งแต่แรกว่าเหมือนกับในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็เป็นจริงตามนั้น

ผู้สื่อข่าวถามว่า ทหารก็ระบุมูลเหตุไปในทิศทางเดียวกัน มีการประสานมาที่ตำรวจหรือไม่ ผบ.ตร.กล่าวว่า ตนเชื่อว่าจากรูปที่เห็น ดูจากแผนประทุษกรรมก็ดูออกมาคล้ายๆกัน ที่ผ่านมาก็ทำคดีความมั่นคงมาด้วยกัน มีการข่าว ข้อมูลเหมือนๆกันจึงมองคล้ายๆกัน

ส่วนนายมูฮัมหมัด ลอสะดี ปาเนาะ ผู้ต้องหาคดีความมั่นคง หมายจับศาลจังหวัดปัตตานี ที่ตำรวจควบคุมตัวได้ที่ จ.กระบี่ นั้น ผบ.ตร.กล่าวว่า จากการซักถามก็ให้การเป็นประโยชน์ อย่างไรก็ตามแม้ว่ารูปแบบการระเบิดจะเหมือนกับการก่อเหตุในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่เชื่อว่านี่ไม่ใช่การขยายพื้นที่ก่อเหตุ แต่มาทำเฉพาะกิจหรือไม่ ยังบอกไม่ได้ กำลังดูความเชื่อมโยง อย่างกรณีระเบิด 9 จุดในช่วงปีใหม่ ตั้งแต่ปี 2549 หรือเหตุระเบิดหน้า ม.รามคำแหง ในปี 2556 ก็ลักษณะเดียวกัน กลุ่มคนในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้มาก่อเหตุ แต่ก็เชื่อว่าไม่ใช่การขยายพื้นที่ก่อความไม่สงบ ซึ่งข้อมูลการสืบสวนสอบสวนเรามีฐานข้อมูลอยู่ ข้อมูลของตำรวจเชื่อถือได้อยู่แล้ว มีข้อมูล หลักฐานบางอย่างที่เราพบความเชื่อมโยงกับเหตุก่อนหน้านี้ หลักฐานของบุคคลที่โยงกัน ขอเวลาสืบสวนขยายผลให้ชัดเจนจึงจะชี้ชัดได้ อย่างไรก็ตามวันนี้จะติดตามความคืบหน้าจากกองการต่างประเทศ และ พล.ต.ท.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ ผู้ช่วยผบ.ตร. เรื่องข้อมูลที่ส่งให้ประเทศมาเลเซียตรวจสอบ เชื่อว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุยังหลบหนีในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะเป็นฐานที่มั่นที่ปลอดภัยที่สุดของกลุ่มนี้ แต่หากออกนอกประเทศเป็นไปได้ว่าจะออกทางช่องทางธรรมชาติ