วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

จับตา! สนช.โหวตถอดถอน 'ประชา' อดีตรมช.มท.พรุ่งนี้

ดีเดย์พรุ่งนี้! ป.ป.ช.แถลงปิดสำนวนสอย "ประชา" อดีตรมช.มท. ชี้ล้วงลูกรัฐวิสาหกิจอย่างร้ายแรง สนช.นัดโหวตถอดถอน19ส.ค.

เมื่อเวลา 11.45 น. มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช. ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อดำเนินกระบวนการถอดถอนนายประชา ประสพดี อดีตรมช.มหาดไทย ออกจากตำแหน่ง กรณีใช้อำนาจหน้าที่แทรกแซงการทำงานขององค์การตลาด (อต.) ในการพิจารณาลงโทษการทุจริตของนายธีธัช สุขสะอาด อดีตผอ.องค์การตลาด ตามมาตรา 6 วรรค 2 ของรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) ปี 2557 ประกอบมาตรา 64 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พ.ศ. 2542 โดยเป็นการรับฟังคำแถลงการณ์ปิดสำนวนด้วยวาจาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ผู้กล่าววหา และนายประชา ผู้ถูกกล่าววหา ทั้งนี้ที่ประชุมสนช.ได้เชิญคู่กรณีสองฝ่ายคือ ป.ป.ช. และนายประชามาชี้แจงแถลงปิดสำนวนให้ที่ประชุมสนช.รับทราบ

น.ส.สุภา ปิยะจิตติ กรรมการป.ป.ช. แถลงปิดสำนวนว่า ยืนยัน ป.ป.ช.มีอำนาจพิจารณาถอดถอนนายประชาออกจากตำแหน่งตามกฎหมาย โดยพบว่า นายประชามีพฤติการณ์โทรศัพท์ไปสั่งการรองประธานคณะกรรมการ อต. เมื่อวันที่ 11 พ.ย.55 ขอให้ระงับการประชุมอต.ในวันที่ 12 พ.ย.2555 ที่มีวาระพิจารณาการเลิกจ้างนายธีธัชออกไปก่อน ทั้งที่ช่วงนั้นนายประชาแม้จะเป็นรมช.มหาดไทย แต่ยังไม่ได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลอต. จึงมีเจตนาแทรกแซงการทำงานในหน้าที่ของอต. ถือว่าขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 266 และ 268 ตามรัฐธรรมนูญปี 50 และขัดหลักเกณฑ์บริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีของรัฐวิสาหกิจ เพราะอำนาจการเลิกจ้างผู้อำนวยการอต.เป็นของบอร์ดอต. ไม่ใช่อำนาจของรมช.มหาดไทย อีกทั้งต่อมาเมื่อบอร์ด อต.มีมติเลิกจ้างนายธีธัช สร้างความไม่พอใจให้นายประชา จนมีคำสั่งปลดบอร์ดอต. แสดงถึงการใช้อารมณ์และอำนาจในการบริหารรัฐวิสาหกิจ เป็นการล้วงลูก ทำลายระบบบริหารงานรัฐวิสาหกิจร้ายแรง ไม่ให้มีอิสระในการทำงาน ถูกฝ่ายการเมืองเข้ามาแทรกแซงไม่จบสิ้น จึงเข้าข่ายสมควรให้สนช.ลงมติถอดถอน

ขณะที่นายประชา ประสพดี อดีตรมช.แถลงปิดสำนวน โดยปฏิเสธทุกกล่าวหาของป.ป.ช. และยืนยันว่า การกระทำของตนตามที่ถูกกล่าวเป็นเรื่องที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของรัฐมนตรี มิได้มีเจตนาก้าวก่ายแทรกแซงการทำงานของอต. และไม่ได้เอื้อประโยชน์ต่อตัวเอง หรือผู้อื่น ไม่ได้สร้างความเสียหายแก่อต. จากสิ่งที่ได้นำเสนอตั้งแต่ตอนแถลงเปิดสำนวน การตอบข้อซักถาม เห็นว่า ข้อกล่าวหาเป็นเรื่องความเห็นต่างในข้อกฎหมายต่อการทำหน้าที่ของตนในฐานะรัฐมนตรีที่มีอำนาจกำกับดูแลอต.และรัฐวิสาหกิจเท่านั้น ไม่ใช่การทุจริตต่อหน้าที่

“วันที่ 19 ส.ค. ซึ่งสนช.จะลงมติถอดถอนผมนั้น เป็นวันสำคัญที่สุดต่อชีวิต ทั้งส่วนตัวและชีวิตการเมือง แต่เชื่อมั่นและมั่นใจว่า สมาชิกสนช.ทุกคนจะมีความเมตตากรุณา โดยเฉพาะเรื่องความเป็นธรรมที่จะให้โอกาสด้วยการลงมติหรือวินิจฉัยด้วยประการใด ผมเชื่อและยึดมั่นว่า กฎแห่งกรรมมีจริง หากทำจริงจะต้องย่อยยับไม่วันใดก็วันหนึ่ง เมื่อผลออกมาอย่างไรก็พร้อมยอมรับในมติ” นายประชา กล่าว

ภายหลังจากแถลงปิดสำนวนคดีด้วยวาจาเสร็จสิ้นแล้ว ที่ประชุมสนช.ได้นัดลงมติพิจารณาถอดถอนหรือไม่ถอดถอนนายประชาในวันที่ 19 ส.ค.เวลา 10.00 น.