วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

บึ้ม7จว.ใต้ ชี้ต่อจิ๊กซอว์สาวขบวนการ ยันปมประชามติ

ผบ.ตร.ย้ำคดีบึ้ม7จังหวัดภาคใต้ ไม่ใช่ก่อการร้ายเป็นวินาศกรรม เผยต่อจิ๊กซอว์ได้แล้ว คาดลุยรวบยกขบวนการ ยันปมเอี่ยวประชามติ

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เมื่อเวลา11.00 น. วันที่15 ส.ค. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึงเหตุระเบิดและเหตุเพลิงไหม้ในพื้นที่ 7 จังหวัดภาคใต้ ว่า เรื่องที่ี่เกิดขึ้นเป็นการก่อวินาศกรรม ไม่ใช่การก่อการร้าย เพราะถ้าเป็นการก่อการร้าย เมื่อมีเหตุเกิดขึ้นจะต้องมีผู้แสดงตัวว่า เป็นผู้กระทำหรือแสดงความรับผิดชอบ อย่างที่กลุ่มอัลกออิดะห์หรือกลุ่มรัฐอิสลาม ที่มักจะมีการประกาศความรับผิดชอบหลังก่อเหตุ ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังไม่มีใครออกมาประกาศตัวว่า เป็นผู้ก่อเหตุ เพราะฉะนั้นจากประสบการณ์ที่ทำงานความมั่น เชื่อเหตุครั้งนี้เป็นการก่อวินาศกรรม ไม่ใช่ก่อการร้ายแน่นอน

พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวต่อว่า การสืบสวนสอบสวนทางคดีมีความคืบหน้าตามลำดับ เริ่มเห็นภาพชัดเจนสามารถต่อจิ๊กซอว์ได้แล้ว แม้จะไม่เห็นทั้งขบวนการ แต่เห็นภาพบางส่วน ขอเวลาเจ้าหน้าที่ทำงานก่อน เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ยืนยันจะดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทั้งหมดที่ทำเป็นขบวนการ หากหลักฐานไปถึงใครต้องจัดการ ส่วนประเด็นการก่อเหตุที่ตั้งไว้ในตอนแรกว่า เกี่ยวข้องกับการลงประชามติจนถึงตอนนี้ยังไม่เปลี่ยนความคิดเป็นการตั้งสมมติฐานอยู่บนพื้นฐานข้อเท็จจริง

"ตอนนี้ยังไม่ตัดประเด็นอื่นออก ในการสืบสวนตั้งไว้หลายประเด็น แต่ประเด็นประชามติเป็นประเด็นที่เราให้น้ำหนักมาตั้งแต่แรกพร้อมวิเคราะห์ความเชื่อมโยงเทียบเคียงกับคดีระเบิดในกรณีอื่นๆ รวมทั้งเหตุความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยืนยันว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยังไม่พบความเชื่อมโยงกับเหตุระเบิดที่ศาลท้าวมหาพรหม แยกราชประสงค์แต่อย่างใด ตอนนี้ตำรวจไทยประสานกับตำรวจมาเลเซียตรวจสอบโทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อซัมซุง ฮีโร่ ที่ใช้ในการก่อเหตุ เนื่องจากโทรศัพท์รุ่นนี้มีจำหน่ายเฉพาะในมาเลฯ เท่านั้น ตอนนี้ยังไม่อยากขยายความมาก กำลังตรวจสอบอยู่ตำรวจมาเลเซียให้ความร่วมมือดี ทั้งเรื่องตรวจสอบโทรศัพท์มือถือและผู้ต้องสงสัยที่คาดว่า อาจหลบหนีไปกบดานที่นั่น ”ผบ.ตร.กล่าวและว่า

พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวต่อไปว่า คดีนี้มีการจับกุมนายศักรินทร์ คฤหัสถ์ อายุ 32 ปี ชาว จ.เชียงใหม่ ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ทหารควบคุมตัวโดยอาศัยอำนาจตาม ม.44 ข อย่างไรก็ตาม นายศักรินทร์ ก็ยังมีสถานะเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยขณะนี้ยังถูกควบคุมตัวและมีการซักถาม ซึ่งก็ได้ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับทีมสืบสวน โดยเจ้าตัวสามาถให้การอย่างไรก็ได้ จะยอมรับหรือปฏิเสธก็ได้ทั้งนั้น เราไม่ได้ตัดสิทธิเขาแต่อย่างใด ยืนยันว่าตำรวจยังไม่มีการเพิกถอนหมายจับนายศักรินทร์ แต่อย่างใด ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ใช้พยานหลักฐานที่มีในขณะนั้น เสนอศาลออกหมายจับ

ผู้สื่อข่าวถามว่า ตำรวจมีพยานหลักฐานหรือไม่ว่า นายศักรินทร์ เป็นผู้ก่อเหตุตัวจริง พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า เท่าที่ได้รับรายงานเจ้าตัวอยู่ในที่เกิดเหตุ โดยมีหลักฐานเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพไว้ได้ก่อนเกิดเหตุ อย่างไรก็ตามขณะนี้อยู่ระหว่างขยายผล ขอเวลาทำงานก่อน ข้อเท็จจริงก็จะปรากฏ ส่วนนายศักรินทร์ เป็นกลุ่มฮาร์ดคอร์ หรือ มีแนวคิดการเมืองอย่างไรก็ เรื่องนี้ก็อยู่ระหว่างสอบสวน นอกจากนี้ ควบคุมตัว นายอับดุลเลาะห์ ปาเนาะ ที่ จ.กระบี่ ซึ่งนายอับดุลเลาะห์ หลบหนีคดีจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มาหลายปีแล้ว สอบสวนนายอับดุลเลาะห์รับสารภาพว่าได้ก่อเหตุจริงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนความเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการซักถาม และขยายผล เขาหลบหนีมากจากพื้นที่ตรงนั้น ทราบในเชิงลึกว่าครอบครัวต้องการให้ตัวเขาแยกออกมาจากพื้นที่

เมื่อถามว่าการจับกุมนายอับดุลเลาะห์ ในช่วงนี้ แสดงว่าหลักฐานว่ามีความเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า เป็นการจับกุมตามหมายจับในคดีความไม่สงบ ซึ่งตามปกติเมื่อตำรวจพบตัวผู้ต้องหาที่มีหมายจับก็สามารถจับกุมได้ทันที ส่วนเรื่องความเชื่อมโยงกับเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นล่าสุด หรือ การตรวจสอบพยานหลักฐานต่างๆ คงไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะอยู่ระหว่างการสอบสวนขยายผล
พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวถึง การออกหมายจับผู้ต้องหาในคดีนี้เพิ่มเติม ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน หากมีความชัดเจนก็จะสามารถเสนอศาลให้ออกหมายจับได้ ยอมรับขณะนี้ทีมสืบสวนมีข้อมูลของกลุ่มบุคคลที่ที่คาดว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดที่เกิดขึ้น แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าเป็นใครบ้าง และมีจำนวนเท่าใด หากถามว่าวันนี้สามรารถออกหมายจับผู้ต้องหาเลยได้หรือไม่ ตนตอบได้เลยว่าออกได้ แต่ตนต้องการรวบรวมพยานหลักฐานให้มากขึ้นกว่านี้

ส่วนที่มีการแชร์ข้อมูล 10 จุดเสี่ยงใน กทม.ทางโซเชียลมีเดีย พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า ตรงนี้เป็นข้อมูลที่ตำรวจได้มีการรวบรวมไว้อยู่แล้ว ว่ามีจุดใดบ้างที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ซึ่งที่ผ่านมาเราก็ได้มีการเฝ้าระวังอย่างเต็มที่อยู่แล้ว ไม่เพียงแต่คดีระเบิดเท่านั้น แม้แต่คดีอาชญากรรมทั่วไป อย่างคดี ลัก วิ่ง ชิง ปล้น เราก็ได้มีการรวบรวมจ้อมูลไว้ทั้งหมด ทั้งนี้ ยืนยันว่าตำรวจไม่ได้เพิ่งมาทำ แต่เราทำมาโดยตลอด

ผู้สื่อข่าวถึงที่มีข้อมูลเผยแพร่ทางอินเตอร์เน็ตว่าเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นคล้ายกับเหตุระเบิดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า ตนพูดชัดเจนตั้งแต่แรกว่า การประกอบระเบิดมีความคล้ายคลึงกัน ที่ผ่านมาตนไม่เคยปฏิเสธเรื่องนี้ อย่างเหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์และเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นล่าสุดที่พบวัตถุพยานเป็นลูกปลายเหมือนกัน แต่ก็ไม่มีความเชื่อมโยงกัน เพราะอุปกรณ์ที่ใช้ประกอบระเบิด อย่างสายไฟ แผงวงจรจะไปหาซื้อที่ไหนก็ได้ เหมือนซื้อรองเท้าฟองน้ำ สามารถไปหาซื้อที่ไหนก็ได้ ที่กทม. หรือภาคใต้ก็สามารถหาซื้อได้ แต่ตัวคนต่างหากที่ต้องตรวจสอบความเชื่อมโยง

ผบ.ตร. กล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมาตำรวจได้ร่วมกับความมั่นคงติดตามด้านการข่าวมาโดยตลอด โดยเฉพาะพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ที่ได้ติดตามเรื่องนี้ จนสามารถลดการลงมือกระทำความผิดในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะคดีความมั่นคง ยืนยันตำรวจ เจ้าหน้ท่ีทหารและฝ่ายปกครอง พยายามอย่างเต็มที่ในการดูแลความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัยของประชาชน ขอให้เชื่อมั่นในศักยภาพของเจ้าหน้าที่ว่าสามารถที่จะดูแลความเรียบร้อย ดูแลความปลอดภัยให้ประชาชนได้ อย่างไรก็ตามขอให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการแจ้งเบาะแส เพราะทุกคนมีกล้องมือถือหากพบสิ่งผิดปกติก็สามารถถ่ายภาพส่งให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้ทันที ที่ผ่านมาเราก็ตรวจสอบให้ทั้งหมด