วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ล่ามือบึ้มป่วน 7 จังหวัดใต้

เจ้าหน้าที่ค้นบ้านพักและคุมตัวผู้ต้องสงสัยในพื้นที่ตรัง-นครศรีฯ-พัทลุง-ปัตตานี เข้าค่ายทหารเค้นสอบ “พงศพัศ”เชื่อมือป่วนยังไม่ออกนอกประเทศ

หลังเกิดเหตุวางระเบิดและลอบวางเพลิงในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 4 คน และบาดเจ็บกว่า 30 คน ล่าสุดได้มีการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยหลายรายที่อาจเกี่ยวข้องกับขบวนการดังกล่าวมาสอบสวน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เช้าวานนี้ (13 ส.ค.) ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครองจ.ตรัง 30 นาย นำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านพักของนายประภาส โรจนภิทักษ์ อายุ 67 ปี อยู่บ้านเลขที่ 33/2 หมู่ 4 ต.โคกหล่อ อ.เมือง จ.ตรัง โดยได้ตรวจยึดหนังสือ เอกสาร ระบุเป็นสมาชิกแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) จ.ตรัง และบัตรประจำตัวตำแหน่งที่ปรึกษาคณะกรรมการธรรมาภิบาลตรัง โทรศัพท์มือถือ ไอแพด และสมุดบัญชีธนาคารจำนวนหนึ่ง

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวไปสอบปากคำที่ สภ.เมืองตรัง ก่อนนำส่งไปสอบสวนต่อที่มณฑลทหารบกที่ 43 อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช และคาดว่ากองทัพจะนำตัวไปสอบสวนที่กรุงเทพฯ

ด้านนายประภาส ให้สัมภาษณ์ยอมรับว่า ปกติที่บ้านมีการพูดคุยทางการเมืองกับพรรคพวกกันตลอด แต่ไม่เคยคิดก่อเหตุอะไรที่รุนแรง ทั้งนี้ตำรวจได้ลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.เมืองตรัง ตนอ่านแล้ว ในบันทึกระบุว่าใช้อำนาจตามมาตรา 44 แจ้งความผิดมาตรา 116 ข้อหาปลุกระดมสร้างความวุ่นวาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การคุมตัวนายประภาส ครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากเกิดเหตุระเบิดในพื้นที่ จ.ตรัง และอีกหลายจังหวัดภาคใต้ตอนบนต่อเนื่องกัน

ด้านประวัติของนายประภาส อดีตเคยเป็นสหายเก่าในช่วงพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย และเคยร่วมกับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยต่อสู้กับระบอบทักษิณ เมื่อปี 2549 แต่ภายหลังสนิทกับนายสุรชัย แซ่ด่าน แกนนำ นปช. ที่หลบหนีไปหลัง คสช.ยึดอำนาจการปกครองเมื่อเดือนพ.ค.2557

ส่วนการสอบสวนเหตุเพลิงไหม้ห้างเทสโก้ โลตัส นครศรีธรรมราช เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่าคนร้ายเป็นชายวัยรุ่นได้นำโทรศัพท์ไปซุกไว้ที่ชั้นวางสินค้าภายในห้างช่วงเวลาประมาณ 18.33 น.วันที่ 11 ส.ค. และมีข้อบ่งชี้ว่าผู้ก่อเหตุเป็นกลุ่มเดียวกับที่ก่อเหตุใน จ.ภูเก็ตและสุราษฎร์ธานี

นอกจากนี้ ทหารกองทัพภาคที่ 4 ได้เชิญตัวแกนนำเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ถูกติดตามพฤติกรรมใน จ.นครศรีธรรมราช 2 ราย คือ นายวิเชียร เจียมสวัสดิ์ อายุ 67 ปี นายวิโรจน์ ยอดเจริญ อายุ 59 ปี และบุคคลในพื้นที่จ.พัทลุง ไปยังศูนย์ปฏิบัติการ มทบ.11 กรุงเทพฯ เพื่อสอบสวนขยายผล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 4 และมณฑลทหารบกที่ 41 ค่ายวชิราวุธ อ.เมือง นครศรีธรรมราช นายตำรวจและนายทหารระดับสูง ได้เข้าสอบปากคำผู้ต้องสงสัยที่ถูกเชิญตัวมาจาก 3 จังหวัด ได้แก่ นครศรีธรรมราช พัทลุง ตรัง รวม 6-7 คน

ล่าสุด ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้อนุมัติหมายจับชายชาว อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ ในข้อหาวางเพลิงเผาทรัพย์ที่เป็นโรงเรือนอันเป็นที่เก็บหรือทำสินค้า 1 ราย และถูกคุมตัวไว้ได้แล้ว โดยพบว่าเป็นพนักงานแท่นขุดเจาะปิโตรเลียมแห่งหนึ่งกลางอ่าวไทย โดยเจ้าหน้าที่เตรียมนำตัวทั้งหมดเข้ากรุงเทพฯ

บ่ายวันเดียวกัน พล.ต.โภชน์ นวลบุญ ผู้บังคับกองกำลังทหารพรานจังหวัดชายแดนภาคใต้ นำกำลังร่วม 100 นาย เข้าปิดล้อมตรวจค้นร้านขายอาหาร “เจ๊ะมาญ” หมู่ 6 ต.รูสะมีแล อ.เมือง จ.ปัตตานี หลังสืบทราบว่ามีคนร้ายตามหมายจับคดีความมั่นคงหลบหนีมาทำงานเป็นกุ๊ก พร้อมคุมตัว นายมัง (ไม่ทราบนามสกุล) เป็นคนพื้นที่ จ.นราธิวาส และเป็นผู้ต้องสงสัยก่อความไม่สงบ ไปสอบสวนขยายผลที่ค่ายอิงคยุทธบริหาร จ.ปัตตานี ว่ามีส่วนเกี่ยวพันกับเหตุระเบิดใน 7 จังหวัดภาคใต้ด้วยหรือไม่

ต่อจากนั้นเจ้าหน้าที่ประมาณ 50 นาย ได้เข้าปิดล้อมตรวจค้นที่ชุมชนตะลุโบ๊ะ ต.จะบังติกอ อ.เมือง จ.ปัตตานี และคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้อีก 1 คน จากการตรวจค้นบ้านพักพบอาวุธปืนพกสั้น 1 กระบอก จึงควบคุมตัวไปสอบสวนขยายผล

ส่วนที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผบ.ตร. ได้ประชุมวีดิโอทางไกลติดตามความคืบหน้าคดีร่วมกับผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7-9 พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขณะนี้ถือว่าเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว ไม่มีรายงานว่าจะเกิดเหตุการณ์ซ้ำขึ้นอีก

หลังจากนั้นที่ประชุมร่วมกับผบช.ภ.7-9 ก็ได้รับรายงานว่า ขณะนี้ได้รวบรวมพยานหลักฐานในจุดเกิดเหตุ วัตถุพยาน และพยานบุคคลไว้แล้ว ซึ่งการสืบสวนยังดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง มีการตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อใช้เป็นหลักฐาน

“ระเบิดที่ใช้ก่อเหตุมีรูปแบบและวิธีการทำที่คล้ายกัน เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นคนกลุ่มเดียวกัน มีผู้สั่งการ ซึ่งเชื่อว่าผู้ก่อเหตุยังไม่หนีออกนอกประเทศ"