วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ผู้ว่าฯภูเก็ตนำกระเช้านายกฯ-มท.1 เยี่ยมผู้บาดเจ็บเหตุระเบิด

"จำเริญ" ผู้ว่าฯภูเก็ตนำกระเช้านายกฯ และรมว.มหาดไทย เยี่ยมให้กำลังใจผู้บาดเจ็บถูกสะเก็ดระเบิดป่าตอง ตร.เร่งรวบหลักฐานหาตัวผู้ก่อเหตุ

กรณีเกิดเหตุระเบิดขึ้น 2 จุด ในพื้นที่ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต เมื่อช่วงเช้า 12 ส.ค.59 หลังจากเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว และมีการตั้ง ศปก.ขึ้นเพื่อติดตามเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ขณะที่ทางจังหวัดภูเก็ต นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ก็ได้มีการเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยว รวมถึงผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆ เพื่อเน้นย้ำและยกระดับเฝ้าระวังตรวจสอบตามสถานที่สำคัญ

เวลา16.10น. วานนี้ 12ส.ค.59 ที่ห้องเช่าเลขที่35หมู่บ้านกำนันวิชาญ ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมนายสายัณห์ ชนะชัยวงศ์ นายอำเภอกะทู้ เป็นตัวแทนนำกระเช้าของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าเยี่ยมเพื่อเป็นกำลังใจให้แก่นายสมบูรณ์ กายแก้ว หรือบังหยาด อายุ41ปี ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากการโดนสะเก็ดระเบิดเข้าที่แขนขวาจากเหตุผู้ไม่หวังดีซุกซ่อนระเบิดไว้บริเวณตู้ควบคุมสัญญาณไฟจราจร หน้าซอยบางลา หาดป่าตอง โดยได้มีการพูดคุยเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และนายจำเริญ ได้ฝากให้ช่วยเป็นหูเป็นตา เพื่อช่วยกันรักษาแหล่งทำกินไว้

โดยนายสมบูรณ์ กายแก้ว ผู้ประสบเหตุ เล่าถึงนาทีชีวิตว่า ขณะที่เกิดเหตุเป็นเวลาราว08.00น.เศษ ตนออกมารอรับผู้โดยสารอยู่หน้าคิวจักรยานยนต์รับจ้างเหมือนเช่นทุกวัน จู่ๆ ได้ยินเสียงดังคล้ายระเบิดดังขึ้น ตนจึงรีบวิ่งหนีเข้ามาภายในซอยบางลา และมารู้ตัวอีกทีรู้สึกเจ็บที่แขนเนื่องจากโดนสะเก็ดระเบิด อย่างไรก็ตามอาการขณะนี้ไม่น่าเป็นห่วงแล้ว ขอขอบคุณนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยที่ส่งกระเช้ามาเยี่ยม

หลังจากนั้นนายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมคณะก็ได้เดินทางไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุที่ป้อมควบคุมสัญญาณไฟจราจรบางลาและบริเวณลานโลมา โดยให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ต้องฝากให้ทุกคนช่วยกันดูแลเรื่องความปลอดภัยทุกรูปแบบ ทั้งเจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐ และประชาชนทุกภาคส่วน จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นไม่แน่ใจว่าเป็นจุดเริ่มต้นหรือไม่ที่จะให้ทุกฝ่ายหันมาดูแลในเรื่องนี้อย่างจริงจัง และเราไม่ต้องการที่จะให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำขึ้นอีก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นอยู่ที่ความร่วมมือของพี่น้องประชาชนทุกภาคส่วน ซึ่งทางนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ แต่โชคดีที่ภูเก็ตไม่ได้รับผลกระทบมากนัก โดยมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย เป็นคนขับรถจักรยานยนต์รับจ้าง

“อยากเรียกร้องว่าภูเก็ตเป็นเมืองของทุกคนทุกเชื้อชาติทุกศาสนา เป็นเมืองของโลก ฉะนั้นอยากให้รักษาภูเก็ตไว้เป็นเซฟตี้โซน เพื่อความสุขของทุกคน รักษาภูเก็ตไว้ให้เป็นเมืองสันติภาพและเป็นของทุกคนที่สามารถมาท่องเที่ยวได้ และมีความสุขกลับไปจากการได้มาพักผ่อนสัมผัสกับธรรมชาติ หรือมาจับจ่ายซื้อหาสินค้า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราก็ไม่ประมาทกับสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว โดยมีมาตรการต่างๆ ที่จะดำเนินการทั้งหน่วยงานภาครัฐ และขอความร่วมมือภาคประชาชนภาคประชาสังคมได้ช่วยกันเป็นหูเป็นตาดูแล ซึ่งได้มีการประชุมและสั่งการให้ปรับปรุงกล้องซีซีทีวีในจุดที่ล่อแหลมหรือที่มีปัญหาก็ให้ซ่อมแซม รวมทั้งปรับปรุงวางแผนสนธิกำลังของเจ้าหน้าที่การเฝ้าระวังในจุดที่มีผู้คนรวมตัวกันเป็นจำนวนมาก มอบรองผู้ว่าฯ รับผิดชอบอำนวยการแต่ละอำเภอ” นายจำเริญกล่าว

ต่อมาเวลา17.00น. วันเดียวกัน (12 ส.ค.59) ที่ห้องประชุมชั้น3สภ.ป่าตอง พล.ต.ท.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ ผช.ผบ.ตร. ได้มีการประชุมร่วมกับ พ.ต.อ.สมาน ชัยณรงค์ และพ.ต.อ.วิฑูรย์ กองสุดใจ รอง ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต พ.ต.อ.ชัยวัฒน์ อุ้ยคำ ผกก.ป่าตอง และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามสถานการณ์เหตุระเบิด2จุด ในพื้นที่ป่าตอง โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้ารับฟังแต่อย่างใด

หลังจากนั้นเวลาประมาณ 18.30 น. ทาง พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พร้อมคณะ ได้ลงตรวจสอบจุดเกิดเหตุ 2 จุด ที่บริเวณป้อมควบคุมสัญญาณไฟจราจรบางลา กับลานโลมาโดยมีพล.ต.ต.ธีระพล ทิพย์เจริญ ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต พ.ต.อ.ชัยวัฒน์ อุ้ยคำ ผกก.สภ.ป่าตอง และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องชี้แจงสถานการณ์ หลังจากนั้นก็ได้เดินทางไปประชุมเพื่อสรุปสถานการณ์ร่วมกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง ที่ห้องประชุมชั้น 3 สภ.ป่าตอง โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนรับฟัง และใช้เวลาไม่นานก็เดินทางกลับ

ทั้งนี้ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.กล่าวสั้นก่อนการประชุมว่าฯ สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นขณะนี้ทางพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน ขณะเดียวกันทางเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานก็ได้ทำการเก็บวัตถุพยานในที่เกิดเหตุแล้วเช่นกัน ส่วนในการสืบสวนสอบสวนก็จะได้มีการเก็บหลักฐานต่างๆมากกว่านี้ จึงจะสรุปได้ว่าเป็นอย่างไร

“ส่วนของวัตถุระเบิดที่นำมาก่อเหตุนั้น คงต้องคุยกับทางผู้เชี่ยวชาญก่อนว่าจะสามารถพิสูจน์ให้ชัดเจนก่อนว่าเป็นอย่างไร แต่ในชั้นนี้ไม่ได้ทำความเสียหายมากนัก ส่วนจะเชื่อมโยงกับจังหวัดอื่นๆ ในพื้นที่ภาคใต้หรือไม่นั้นยังอยู่ในชั้นของพนักงานสอบสวน ขณะที่แนวทางการป้องกันเหตุนั้น ปกติจะมียุทธการพิทักษ์ภัยให้กับประชาชนอยู่แล้วในการดูแลความปลอดภัย โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับชีวิตและทรัพย์สิน และหลังเกิดเหตุให้เพิ่มความเข้มมากขึ้น” พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าว