สนช.ผ่านฉลุย ร่างพ.ร.บ.สภาความมั่นคงแห่งชาติ ฉบับใหม่

สนช.ผ่านฉลุย ร่างพ.ร.บ.สภาความมั่นคงแห่งชาติ ฉบับใหม่

สนช.ผ่านฉลุยร่างพ.ร.บ.สภาความมั่นคงแห่งชาติ ฉบับใหม่ เพิ่มบอร์ด สมช. เป็น11 คน พร้อมจัดทำแผนระดับชาติรองรับภัยคุกคามทุกรูปแบบ

ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีนายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสนช.คนที่2 ทำหน้าที่ประธาน โดยได้พิจารณาร่างพ.ร.บ.สภาความมั่นคงแห่งชาติ พ.ศ... ที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จเสร็จแล้ว โดยร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้มีสาระสำคัญคือ ปรับปรุงร่างพ.ร.บ.สภาความมั่นคงแห่งชาติ พ.ศ.2502 และร่างพ.ร.บ.ความมั่นคงแห่งชาติ (ฉบับที่2) พ.ศ.2507 โดยการกำหนดคำนิยามความมั่นคงแห่งชาติ นโยบายและแผนระดับชาติ ว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติและภัยคุกคาม เพื่อกำหนดขอบเขตวัตถุประสงค์และกิจการที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของสภาความมั่นคงปรับปรุงองค์ประกอบของคณะกรรมการสภาความมั่นคงแห่งชาติ จากเดิม 9 คน เป็น 11 คน โดยเพิ่ม รมว.กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที และรมว.กระทรวงยุติธรรม เนื่องจากทั้ง 2 กระทรวงมีความเกี่ยวข้อง เรื่องภัยคุกคาม ด้านไซเบอร์และความยุติธรรม และกำหนดให้สภาความมั่นคงแห่งชาติจัดทำแผนนโยบาย และแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ เป็นที่ปรึกษาในกิจการด้านความมั่นคงให้กับคณะรัฐมนตรี ทั้งนี้ ร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ มีพล.อ.อกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์ สนช.ได้ขอแปรญัตติเพียงคนเดียว      

จากนั้น ที่ประชุมได้พิจารณาเรียงลำดับรายมาตรา โดยในมาตรา6(2) เกี่ยวกับองค์ประกอบของสมาชิกสภาความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งเป็นมาตราสำคัญ พล.อ.อกนิษฐ์ ได้ขอแปรญัตติเพิ่มผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ จากร่างเดิมที่ประกอบด้วย รมว.กระทรวงกลาโหม รม.กระทรวงการคลัง รมว.การต่างประเทศ รมว.คมนาคม รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร รมว.มหาดไทย รมว.ยุติธรรมและผู้บัญชาการทหารสูงสุด โดยให้เหตุผลว่า ผอ.สำนักข่าวกรองแห่งชาติเหมือนเป็นข่าวฝ่ายกรองทางหน่วยทหาร ขณะที่เลขาสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติเป็นเหมือนงานทางวิชาการที่จะตอบสนองงานของสภาความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งทั้ง 2 หน่วยงานนี้ ควรจะทำงานควบคู่กัน นอกจากนี้ ยังขอเพิ่มสมาชิกผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 6 คน อาทิ อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด อดีตผู้บัญชาการทหารบกฯ เพื่อให้เกิดการถ่วงดุล ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการฯ ไม่เห็นด้วย โดยพล.ท.เจรศักณิ์ อานุภาพ ประธานคณะกรรมาธิการฯชี้แจงว่า ในร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้มีการถ่วงดุลอยู่แล้ว ซึ่งการทำงานของสภาความมั่นคงแห่งชาติจะมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และต้องเป็นผู้รับผิดชอบในนโยบายความมั่นคง อีกทั้งตัวของผอ.สำนักข่าวกรองแห่งชาติก็จะเป็นผู้ที่ให้ข้อมูลหรือเป็นแหล่งข้อมูลที่จะต้องทำงานป้อนข้อมูลให้กับสภาความมั่นคงแห่งชาติอยู่แล้วให้คงตามร่างเดิม 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นที่ประชุมได้ลงมติเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการให้คงตามร่างเดิมด้วยคะแนน120 ต่อ 21 เสียง งดออกเสียง 4 เสียง และได้พิจารณาจนครบ 24 มาตรา และได้ลงมติในวาระ 3 เห็นชอบร่างพ.ร.บ.สภาความมั่นคงแห่งชาติ พ.ศ.. ด้วยคะแนน 142 เสียง งดออกเสียง 3 ไม่ลงคะแนน 1 เสียง ประกาศใช้บังคับเป็นกฎหมายต่อไป