รองโฆษก ตร. สั่งเด็ดขาด ห้ามตำรวจทั่วประเทศจับโปเกมอนระหว่างปฎิบัติหน้าที่-เร่งศึกษาจุดเสี่ยงทั่วกรุงป้องกันอาชญากรรม
พล.ต.ต. ปิยะพันธ์ ปิงเมือง รองโฆษกตร. กล่างถึงกรณีเกมโปเกมอนโก (Pokemon Go) ที่มีชาวไทยให้ความสนใจเล่นอยู่เป็นจำนวนมาก ว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติโดย พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) ได้สั่งการให้ พล.ต.อ. พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผบ.ตร. วางมาตรการและหาแนวทางป้องกันเหตุร้ายต่าง ๆ จากการเล่นเกม พร้อมสั่งการให้ฝ่ายกฎหมายไปศึกษาและเตรียมความพร้อมว่าในการเล่นเกมดังกล่าวมีพฤติการณ์ใดที่สุ่มเสี่ยงต่อการผิดกฎหมาย
รวมถึงจะเพิ่มเติมมาตรการในการป้องกันใดไม่ให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากการเล่นเกม. และให้สำรวจพื้นที่จุดเสี่ยงต่าง ๆ ทั่วกรุงเทพมหานครและจุดสำคัญทั่วประเทศ เพื่อป้องกันอาชญากรรม คาดว่าจะได้ความชัดเจนเร็ว ๆ นี้ โดยทางตำรวจจะเข้าไปบูรณาการทำงานร่วมกับทาง กสทช. เพื่อเป็นข้อมูลในการหาแนวทางในการจำกัดขอบเขตในการเล่นเกมให้พี่น้องประชาชนทั้งผู้เล่น และไม่ได้เล่นมีความปลอดภัย ทั้งนี้ การดำเนินการของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นก็เป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือความรับผิดชอบของพี่น้องประชาชน โดยจะต้องมีการรับผิดชอบทั้งสองส่วนคือการเคารพต่อตัวเอง กล่าวคือเป็นการระวังภัยให้กับตนเองหรือไม่ไปพื้นที่เสี่ยงต่าง ๆ และอีกส่วนคือความรับผิดชอบต่อสังคมที่ไม่ไปกระทบต่อสิทธิ์ของผู้อื่น ในส่วนของตำรวจนั้นได้สั่งห้ามเล่นเกมโปเกม่อนระหว่างปฏิบัติหน้าที่เด็ดขาด ถ้าเล่นก็ถือว่ามีความผิด ถ้าหากประชาชนพบเห็นสามารถถ่ายคลิปร้องเรียนได้
ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวว่า ทางทีมงานโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอประชาสัมพันธ์ ข้อควรระวังในการเล่นโปเกมอนโกของกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดทางเทคโนโลยี(บก.ปอท.) เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของผู้ไม่หวังดี ดังนี้ 1. ระวังการหลอกขายตัวละคร เนื่องจากเกมส์นี้สามารถย้ายไปเล่นบนโทรศัพท์มือถือต่างเครื่องกันได้ จึงมีผู้เล่นบางส่วนอาจใช้วิธีการซื้อตัวละครในเกมส์ที่มีความสามารถสูงจากผู้อื่น ซึ่งการซื้อขายตัวละครดังกล่าวอาจมีการหลอกลวงเกิดขึ้นได้เช่นเดียวกับกรณีการหลอกขายสินค้าชนิดอื่นๆ
2.ไม่ควรให้ข้อมูลส่วนตัวกับผู้ที่ไม่รู้จัก ในการซื้อขายแลกเปลี่ยนตัวละครในเกมส์ ผู้ซื้อหรือผู้ขายอาจขอข้อมูลส่วนตัวเพื่อยืนยันตัวบุคคล เช่น บัตรประจำตัวประชาชน และสมุดบัญชีเงินฝาก เป็นต้น ซึ่งอาจมีคนร้ายแฝงตัวมากับผู้ซื้อหรือผู้ขายมาติดต่อแล้วนำข้อมูลส่วนตัวของท่านไปใช้หลอกลวงซื้อขายกับผู้อื่นได้ 3.ไม่ควรใช้โปรแกรมช่วยเล่น โปรแกรมช่วยเล่น (Game Bot) ถูกพัฒนาขึ้นสำหรับการโกงเกมส์โดยการควบคุมตัวละครให้อัตโนมัติแทนผู้เล่น โปรแกรมจำพวกนี้ถูกพัฒนาโดยนักคอมพิวเตอร์ที่มีความสามารถ แต่ปรากฏว่าโปรแกรมช่วยเล่นจำนวนหนึ่งที่ถูกเผยแพร่จะถูกฝังโปรแกรมร้าย (Malware) มาด้วย ซึ่งจะสร้างความเสียหายให้แก่ผู้ใช้แตกต่างกันตามประเภทของ malware นั้น เช่น การขโมยข้อมูลส่วนบุคคล การเปิดช่องให้คนร้ายเข้าใช้งานเครื่องจากระยะไกล การเข้ารหัสข้อมูลในเครื่องเพื่อเรียกค่าไถ่ เป็นต้น
“นอกจากการกระทำผิดทางโนโลยีแล้ว ผู้เล่นทุกคนควรใช้วิจารณญาณในการเล่นเนื่องจากการเล่นเกมส์นี้อาจส่งผลกระทบในเรื่องอื่นได้ อาทิ 1.การเกิดอุบัติเหตุ ผู้เล่นที่มองสถานที่รอบข้างผ่านกล้องของโทรศัพท์มือถือเพื่อตามหาโปเกมอนนั้นจะเห็นสภาพแวดล้อมจริงลดลงส่งผลให้เสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเล่นเกมส์ขณะขับขี่จะเสี่ยงต่อการถูกรถอื่นเฉี่ยวชนและไปเฉี่ยวชนผู้อื่น ทั้งยังเป็นความผิดตามกฎหมายจราจรอีกด้วย 2. ปัญหาสุขภาพ ผู้เล่นที่ใช้สายตาจ้องโทรศัพท์เป็นเวลานานจะส่งผลเสียต่อสายตาได้โดยตรง 3. ปัญหาทางสังคม การเล่นเกมส์เป็นเวลานานทำให้ผู้เล่นสนใจผู้คนรอบข้างลดลง ปฏิสัมพันธ์กับครอบครัวน้อยลง จนอาจนำไปสู่การหมกมุ่นและเป็นปัญหาในการใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นในโลกจริงได้ 4. การใช้เงินเพื่อซื้อของในเกมส์ ผู้เล่นบางกลุ่มอาจใช้เงินจำนวนมากซื้อของในเกมส์เพื่อเสริมความสามารถของตัวละคร แต่การใช้เงินโดยไม่คำนึงถึงรายได้หรือรายจ่ายอื่น อาจก่อให้เกิดภาระหนี้สินตามมาได้
5. การบุกรุกสถานที่ผู้อื่น การจับโปเกมอนในเกมส์สามารถทำได้ตลอดแต่ในโลกจริงบางสถานที่เป็นสถานที่ส่วนบุคคล หรือจำกัดเวลาในการเข้าสถานที่นั้น หากผู้เล่นเข้าไปในสถานที่ผู้อื่นโดยไม่มีสิทธิย่อมเป็นการรบกวนผู้อื่นและอาจเป็นความผิดข้อหาบุกรุกได้ 6. อันตรายจากอาชญากร การเดินทางไปตามหาโปเกมอนในบางสถานที่แปลกใหม่ บางครั้งอาจเกิดอันตรายได้หากสถานที่นั้นเป็นสถานที่ห่างไกลชุมชน หรืออยู่ในตรอกซอกซอย โดยเฉพาะผู้เล่นที่เป็นเด็ก ผู้เล่นที่เป็นหญิง เนื่องจากในสถานที่เหล่านั้นอาจมีอาชญากร หรือกลุ่มอาชญากรรออยู่ จึงขอความร่วมมือทุกท่านดูแลและให้คำแนะนำกับบุตรหลาน หรือคนใกล้ชิดที่เล่นเกมนี้ และหากเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ใกล้เคียง หรือโทรแจ้งเหตุฉุกเฉินได้ที่หมายเลข 191 ตลอด 24 ชั่วโมง” รองโฆษก ตร. กล่าว





