ตร.ชัยภูมิรวบ2นศ.กลุ่มดาวดิน แจกเอกสารโหวตโนให้ชาวบ้าน พร้อมบุกค้นบ้าน และถูกควบคุมตัว รอฝากขังศาลจังหวัดภูเขียว
เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 6 ส.ค.59 ที่ผ่าน ที่จะถึงวันออกเสียงลงประชามติร่างรธน.ทั่วประเทศอีกไม่กี่ชั่วโมง พ.ต.อ.อร่าม ประจิตร ผกก.สภ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิได้รับแจ้งว่ามีแกนนำกลุ่มนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น กลุ่มของนาย ไผ่ ดาวดิน หรือเครือข่ายขบวนการประชาธิปไตยใหม่ อีสาน (กลุ่มดาวดิน) นักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น หรือนาย ไผ่ ดาวดิน เอง ซึ่งมีภูมิลำเนาเป็นคนพื้นที่อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ ได้พากลุ่มเพื่อนนักศึกษาพากันออกมาเดินแจกเอกสารในตลาดเทศบาลอำเภอภูเขียว จ.ชัยภูมิ
จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับพร้อมส่งข้อมูลให้ กกต.จังหวัดชัยภูมิ และฝ่ายทหารรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ตรวจสอบ พร้อมสั่งการให้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสายสืบสวนออกติดตามตรวจสอบพบแกนนำขบวนการประชาธิปไตยใหม่ อีสาน (กลุ่มดาวดิน) นำโดย นายจตุภัทร บุญภัทรรักษา อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 42 หมู่ 1 ต.ผักปัง อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ เป็นนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น หรือ ไผ่ ดาวดิน และนายวศิน พรหมณี อายุ 20 ปี เลขที่ 106 หมู1 ต.ผักปัง อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ กำลังเดินแจกจ่ายเอกสาร Vote No ซึ่งเป็นแถลงการณ์ ให้ประชาชนชาวบ้านที่กำลังออกมาซื้อหาอาหารเย็นในตลาดสดเทศบาลภูเขียว
จาการขอเข้าตรวจค้นพบเอกสารเอกสาร Vote No จำนวน 128 แผ่น และสื่อแถลงการณ์ คณะนิติราช ต่อร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับลงประชามติ จำนวน 16 เล่ม หนังสือความเห็นแย้ง จำนวน 1 เล่ม โดยของกลางทั้งหมดตรวจพบในมือผู้ต้องหา
จากนั้นในเวลาต่อมา ล่าสุด พ.ต.อ.อร่าม ฯผกก.ภูเขียว ได้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สภ.ภูเขียว ประมาณ 10 นาย เข้าตรวจค้นบ้านบ้านเลขที่ 42 หมู่ 1 ต.ผักปัง อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ ของนายจตุภัทร บุญภัทรรักษาและบ้านเลขที่ 106 หมู1 ต.ผักปัง อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ นายวศิน พรหมณี พบว่าไม่มีสิ่งผิดกฎหมายใดๆ จึงควบคุมตัวมาสอบสวนที่สภ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ
จากการสอบสวนผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และไม่ยอมลงลายมือในเอกสารใดๆของเจ้าหน้าที่ที่เข้าจับกุมตัวนี้เด็ดขาด เพื่อขอสู้คดีในชั้นศาลอย่างเดียว เพราะเป็นอุดมการณ์ทางการเมืองของตนเองเท่านั้นไม่มีใครอยู่เบื้องหลังเด็ดขาด
ซึ่งด้านพนักงานสอบสวนจึงตั้งข้อกล่าวหาว่า รวมกันก่อความวุ่นวายเพื่อให้การอออกเสียไม่เป็นด้วยความสงบเรียบร้อย โดยร่วมกันดำเนินการเผยแพร่ข้อความ ภาพ เสียง ในสื่อหนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือในช่องทางอื่นใดที่ผิดไปจากข้อเท็จจริง หรือมีลักษณะรุนแรง ก้าวร้าว หยาบคาย ปลุกระดม หรือข่มขู่ โดยมุ่งหวังเพื่อให้ผู้มีสิทธิออกเสียงไม่ไปใช้สิทธิออกเสียงหรือออกเสียงอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือไม่ออกเสียง” อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2559 มาตรา 61 (1)วรรค 2
และหลังจับกุมได้ส่งตัวให้ให้ ร.ต.อ.รังสรรค์ เอี่ยมไธสงค์ พนักงานสอบสวน ดำเนินคดีพบว่าในชั้นจับกุม ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 2 รายได้ให้ปฏิเสธข้อกล่าวหา และไม่ยอมพิมพ์ลายนิ้งมือและไม่เซ็นชื่อในบันทึกการจับกุม เจ้าหน้าที่จึงตั้งข้อหาเพิ่มอีกหนึ่งข้อหาในข้อหาขัดขืนคำสั่งเจ้าพนักงานอีกหนึ่งข้อหาพร้อมนำตัวเข้าไปควบคุมในห้องขังเพื่อรอส่งฟ้องศาลจังหวัดภูเขียวต่อไป


