ตร.รวบ6โจ๋วัย14-15 หลังก่อเหตุถีบรถจยย.คู่อริคว่ำตาย2สาหัส2 สารภาพไล่ล่าแต่ไม่ได้ถีบจนล้ม เผยไม่รู้จักกันแต่ถูกท้าทาย-ให้ของลับ
จากกรณีได้นำเสนอข่าวกลุ่มวัยรุ่นก่อเหตุขี่รถจักรยานยนต์ประกบคู่อริก่อนใช้เท้าถีบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ สีแดง-ดำ หมายเลขทะเบียน 4กผ-9426 กรุงเทพฯ ที่มีนายสุทธิภรณ์ สว่างโชติ อายุ 15 ปี อยู่บ้านเลขที่ 42/6 หมู่ที่ 4 ต.ไชโย อ.ไชโย จ.อ่างทอง เป็นคนขับ และมี ด.ช.วิสิฐ รอดเจริญ อายุ 14 ปี อยู่บ้านเลขที่ 3/2 หมู่ 2 ต.ไชโย อ.ไชโย จ.อ่างทอง และ ด.ช.จักรพงศ์ ทับวงษ์ อายุ 14 ปี อยู่บ้านเลขที่ 9/1 หมู่ 3 ต.ไชโย อ.ไชโย จ.อ่างทอง เป็นคนซ้อนจนเสียหลักล้ม โดยรถจักรยานยนต์ได้ไปชนกับรถจักรยานของลุงคนแก่ (ยังไม่ทราบชื่อและที่อยู่) ที่ปั่นมาข้าง ๆ จนล้มคว่ำตามกันไป ส่งผลให้นายสุทธิภรณ์ เสียชีวิตคาที่ ส่วน ด.ช.วิสิฐ และ ด.ช.จักรพงศ์ บาดเจ็บ ส่วนลุงคนแก่ที่ปั่นจักรยานมานั้น บาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา รายละเอียดตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น
ล่าสุดเมื่อเวลา 20.45 น. ของวันนี้ (6 ส.ค. 59) พ.ต.ท.บุญสม ใบละมุด สว.สส.สภ.เมืองอ่างทอง ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองอ่างทอง บุกเข้าไปยังวัดจันทร์นิรมิตร หมู่ที่ 1 ต.ศาลาแดง อ.เมืองอ่างทอง จ.อ่างทอง หลังสืบทราบว่ากลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุดังกล่าวนั้น ได้หลบหนีเข้ามาอยู่ภายในวัด โดยเมื่อมาถึงก็พบกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวจับกลุ่มกันอยู่ใต้ต้นไม้ภายในวัด โดยจอดรถคันที่ขับก่อเหตุอยู่ใต้ต้นไม้ภายในวัด โดยมีบางคันที่เข็นไปแอบไว้หลังวัด จึงได้เข้าควบคุมตัวมาสอบสวนที่ สภ.เมืองอ่างทอง โดยเบื้องต้นพบว่ากลุ่มวัยรุ่นทั้งหมด จำนวน 6 คน มีอายุ 14-15 ปี ส่วนรถจักรยานยนต์ทั้งหมด ได้ยึดมาเป็นของกลางและนำมารักษาไว้ที่ สภ.เมืองอ่างทอง เช่นกัน
จากการสอบถาม ด.ช.ไก่ (นามสมมุติ) อายุ 14 ปี หนึ่งในกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุ กล่าวว่า ตนพร้อมเพื่อน ๆ ไม่ได้เป็นคนถีบรถของนายสุทธิภรณ์จนทำให้รถล้มเสียชีวิต แต่ยอมรับว่าได้มีการถีบรถกันจริง แต่การถีบรถนั้นเกิดขึ้นทีหลังที่จะมีเหตุการณ์ไม่สบอารมณ์กัน โดยก่อนเกิดเหตุ ตนพร้อมด้วยเพื่อน รวมจำนวน 6 คน ได้ขี่รถจักรยานยนต์จำนวน 3 คัน มุ่งหน้าจะไปบ้านเพื่อนอีกคนที่อยู่ใน ต.ย่านซื่อ อ.เมืองอ่างทอง ระหว่างขี่รถมาได้เจอกับกลุ่มนายสุทธิภรณ์ ซึ่งพวกตนไม่เคยรู้จักมาก่อน ขี่รถออกมาจากซอยร้านโต๊ะสนุ๊ก
โดยเมื่อเจอกันนายสุทธิภรณ์ได้ตะโกนให้ของลับกับกลุ่มของตน แล้วได้เบิ้ลรถใส่เสียงดัง ตนข้องใจเพราะไม่รู้จักกันมาก่อนแล้วทำไมถึงมาทำแบบนี้ จึงได้ขี่รถตามแล้วบอกให้นายสุทธิภรณ์จอด แต่นายสุทธิภรณ์ไม่ยอมจอด พวกตนจึงขี่รถตาม ระหว่างที่ตามพวกตนเห็นว่าใกล้ถึงบ้านเพื่อนแล้ว จึงจะเลิกตามแล้วจะเลี้ยวเข้าบ้านเพื่อน แต่ยังไม่ทันเลี้ยวรถนายสุทธิภรณ์ก็ได้เบิ้ลรถใส่และตะโกนให้ของลับอีกรอบ พวกตนจึงตัดสินใจตามไปอีก โดยตนแยกกันขี่รถแบบประกบหวังจะนายสุทธิภรณ์จอดรถ แต่นายสุทธิภรณ์ไม่ยอมจอด ตนจึงได้ขี่ตามแล้วใช้เท้าถีบรถของนายสุทธิภรณ์ แต่ไม่ล้ม แล้วเพื่อนตนอีกคันที่ขับตามมาก็เอื้อมมือไปต่อย 2 ที โดนแต่รถก็ไม่ล้ม จังหวะนั้นนายสุทธิภรณ์ได้ขี่รถอย่างเร็ว เพื่อหนีโดยมุ่งหน้ามาทาง อ.ไชโย จนกระทั่งมาถึงที่เกิดเหตุ พวกตนกำลังขี่รถตามนายสุทธิภรณ์อยู่นั้น บริเวณดังกล่าวมีลุงคนแก่ขี่รถจักรยานอยู่ริมถนน นายสุทธิภรณ์ได้ขี่รถอย่างแรง พร้อมหันหน้ามามองพวกตนและเบิ้ลรถใส่ประมาณ 3 ครั้ง ซึ่งจังหวะที่นายสุทธิภรณ์หันหน้ามามองพวกตน รถนายสุทธิภรณ์ได้เสียหลักไปชนกับรถจักรยานของลุงจนแล้วก็กระเด็นไปอยู่กลางถนน ซึ่งหลังเกิดเหตุตนไม่รู้ว่ามีคนเสียชีวิต ก็เข้าใจว่าล้มเฉย ๆ จึงขี่รถเลยกันไปแล้วเลี้ยวเพื่อกลับมาเพื่อน จนกระทั่งมาทราบจากข่าวว่านายสุทธิภรณ์และลุงคนแก่เสียชีวิต จึงปรึกษากันว่าจะทำอย่างไรดี ตัดสินใจไม่บอกพ่อแม่ เพราะกลัวพ่อแม่จะรู้ จึงชักชวนกันมาที่วัดแอบกันอยู่ที่วัดจันทร์นิรมิตร และเพื่อจะมาบนบานกับหลวงพ่อเทพโล ไม่ให้ตำรวจตามจับได้ โดยหากตำรวจจับไม่ได้ก็จะบวชแก้บนให้ แต่ก็ไม่ทันการตำรวจตามมาจับได้เสียก่อน
ด้าน พ.ต.ท. บุญสม กล่าวว่า หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่หาข้อมูล และตามหัวตัวคนร้ายในทันที โดยสืบทราบว่ากลุ่มวัยรุ่นคือใครบ้าง และตอนนี้อยู่ที่ไหน หลังทราบจึงได้นำกำลังเข้ามาควบคุมตัว ซึ่งเบื้องต้นหลังก่อเหตุกลุ่มวัยรุ่นบางคนได้มีการเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดเดิมออก แล้วใส่ชุดใหม่ ในเบื้องต้นทุกคนยอมรับว่ามีเรื่องกับกลุ่มผู้เสียชีวิตจริง แต่ไม่ได้ถีบให้รถคว่ำ และหลังก่อเหตุก็หนีไปอยู่ร้านเกมส์และรู้ว่าคู่กรณีนั้นเสียชีวิตจึงมาบนพระในวัดเพื่อไม่ให้ถูกจับ อย่างไรก็ตามจะต้องสอบสวนในเบื้องต้นก่อนที่จะนัดขณะทีมสหวิชาชีพมาร่วมสอบสวนต่อไป

