วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ชี้ใช้สิทธิ์นอกเขตได้ ต้องเป็นกปน. -ตร.ประจำคูหาฯเท่านั้น

เลขาฯกกต. ชี้บุคคลที่จะใช้สิทธิ์ลงคะแนนนอกเขตได้ ต้องเป็นกปน. และจนท.รักษาความปลอดภัยในหน่วยออกเสียงเท่านั้น

นายบุญเกียรติ รักชาติเจริญ รักษาการเลขาธิการสำนักงาน กกต. กล่าวกรณีมีกระแสข่าว กกต.ให้นโยบายกับคณะอนุกรรมการประจำเขตออกเสียงในแต่ละพื้นที่ ว่าให้อนุญาตให้ตำรวจชุดเคลื่อนที่เร็วในพื้นที่ ซึ่งไม่มีชื่อเป็นผู้มีสิทธิออกเสียงในหน่วยออกเสียงดังกล่าว และไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยในหน่วยออกเสียงนั้น สามารถใช้สิทธิออกเสียงในหน่วยออกเสียงที่อยู่ในใกล้สถานที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ ว่า ตามกฎหมายแล้วเจ้าหน้าที่ที่ได้รับแต่งตั้งจากคณะกรรมการประจำเขตออกเสียงให้เป็นกรรมการประจำหน่วยออกเสียง จะสามารถใช้สิทธิออกเสียงในหน่วยออกเสียงที่ตนปฏิบัติหน้าที่อยู่ได้เลย ซึ่งในกรณีของตำรวจที่ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหน่วยละ 2 คนก็สามารถใช้สิทธิในหน่วยออกเสียงนั้น ๆ ได้เช่นเดียวกัน แต่สำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีภูมิลำเนาอยู่นอกเขตออกเสียงที่ได้รับการแต่งตั้งจากต้นสังกัดให้ปฏิบัติหน้าที่เป็นชุดเคลื่อนที่เร็วในวันออกเสียงประชามตินั้นจะไม่สามารถลงคะแนนในหน่วยออกเสียงซึ่งอยู่ใกล้สถานที่ปฏิบัติหน้าที่ได้

“ แม้ตามระเบียบการแต่งตั้งกรรมการประจำหน่วยออกเสียงจะเขียนเปิดช่องให้กรรมการประจำเขตสามารถแต่งตั้งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้อย่างน้อยหน่วยออกเสียงละ 1 คนก็ตาม คือหมายความว่าจะตั้งสองคน สามคนก็ได้ แต่ต้องหมายความว่าบุคคลเหล่านั้นจะต้องปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยออกเสียงนั้น ๆ เท่านั้น จึงจะใช้สิทธิออกเสียงยังหน่วยออกเสียงที่ตนเองปฏิบัติหน้าที่ได้” นายบุญเกียรติ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ทางผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ได้หนังสือหารือกรณีดังกล่าวมายังสำนักงาน กกต. โดยต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่เป็นชุดเคลื่อนที่เร็วในพื้นที่เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี จำนวน 27 นาย และตำรวจที่มีภูมิลำเนานอกเขตออกเสียง จ.สุราษฎร์ธานี ได้ใช้สิทธิออกเสียงยังหน่วยออกเสียงที่อยู่ใกล้สถานที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ ซึ่ง กกต.ก็ได้แจ้งกลับไปว่าไม่สามารถใช้สิทธิออกเสียงในหน่วยออกเสียงที่อยู่ใกล้สถานที่ปฏิบัติงานได้ แต่ต่อมาพบว่าคณะอนุกรรมการการออกเสียงประจำ อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี กลับมีคำสั่งแต่งตั้งนายตำรวจจำนวนดังกล่าวเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ส่งผลให้ในวันนี้ (6 ส.ค.) พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้มีแจ้งข้อความด่วนที่สุดผ่านวิทยุในราชการศูนย์ปฎิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติแจ้งไปยัง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ผู้บัญชาการตำรวจภูธรทั้ง 9 ภาค ใช้กรณีของ จ.สุราษฎร์ธานี เป็นตัวอย่าง โดยระบุว่า “ เพื่อให้ข้าราชการตำรวจในสังกัด ที่ไม่มีสิทธืในการออกเสียงประชามติ ได้มีสิทธิ์การไปออกเสียงในครั้งนี้ให้เป็นไปตามนโยบายตำรวจ ขอให้หัวหน้าสถานีตำรวจประสานกับคณะอนุกรรมการออกเสียงประจำเขตพื้นที่นั้น ๆ โดยด่วนเพื่อขอให้มีคำสั่ง แต่งตั้งให้ข้าราชการตำรวจในสังกัดดังกล่าว เป็นเจ้าพนักงานดำเนินการออกเสียง ประจำหน่วยออกเสียงเพิ่มเติม

ทำให้ในช่วงสายของวันนี้ (6 ส.ค.) ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดที่ได้รับการประสานจากหัวหน้าสถานีตำรวจในพื้นที่ต่างขอความชัดเจนเข้ามายังสำนักงาน กกต. ว่าจะให้คณะอนุกรรมการออกเสียงประจำเขตดำเนินการอย่างไร ซึ่งทางสำนักงานก็ได้มีการส่งหนังสือของสำนักงานที่ตอบกลับไปยังผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ไปให้เป็นแนวปฏิบัติว่าไม่สามารถทำได้