"นายกรัฐมนตรี" ลั่นไม่ว่าประชามติผ่านหรือไม่ บ้านเมืองจะต้องเดินหน้าต่อตามกรอบเวลาที่วางเอาไว้ เชิญชวนคนไทยออกมาใช้สิทธิให้ถล่มทลาย
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีรายการ กล่าวในรายการ “คืนความสุขให้คนในชาติ” ถึง การลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ว่า ในวันอาทิตย์ที่ 7 สิงหาคมนี้ เป็นวันออกเสียงประชามติ ว่าเราควรจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญได้จัดทำขึ้น นะครับด้วยความยากลำบาก สำหรับพี่น้องบางคนที่คุ้นเคยกับการเลือกตั้ง ส.ส. ส.ว. อบต. อบจ. กำนัน ผู้ใหญ่บ้านอาจจะมีบ้างนะครับที่อาจจะไม่เข้าใจว่าการลงประชามติคืออะไร ทำไมจึงต้องลงประชามติการลงประชามตินั้น อธิบายง่ายๆ มันเป็นขั้นตอนหนึ่งในระบอบประชาธิปไตยที่ทุกคนต้องการ ก็ไม่ต่างจากการเลือกตั้งผู้แทน เพียงแต่เปลี่ยนคำถามว่าชอบเบอร์อะไร พรรคอะไร มาเป็นคำถามว่าเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบกับกฎเกณฑ์กติกาการปกครองที่เรียกว่ารัฐธรรมนูญ กรอบใหญ่ กว้างๆ คล้ายกับที่ครูเคยถามนักเรียนว่า เอาไม่เอา ชอบไม่ชอบ ใครชอบยกมือการมีรัฐธรรมนูญมีความสำคัญอย่างยิ่ง ก็คือ เป็นเครื่องมือที่จะนำไปสู่การเลือกตั้ง การจัดตั้งรัฐบาล และการมีกฎเกณฑ์ของบ้านเมืองว่าใครทำอะไรได้แค่ไหน เพียงใด ถ้าไม่มีรัฐธรรมนูญ ก็ยังไม่อาจจัดการเลือกตั้งได้ หรือร่างใหม่มันจะออกผลเป็นยังไงก็ไม่ทราบทั้งหมด เพราะฉะนั้นการเริ่มงานอื่นๆก็ไม่สามารถกระทำได้ ถ้าไม่มีรัฐธรรมนูญ นะครับ
“คสช. และรัฐบาลก็ได้ประกาศตั้งแต่เมื่อ 2 ปีก่อนแล้วว่า เราจำเป็นต้องเข้ามานั้นเพราะว่าบ้านเมืองมีปัญหา ที่ผ่านมาไม่มีใครยอมรับใคร เปิดเจรจากี่เวทีก็ไม่ได้ผล แก้ทางนี้ก็ไปติดทางโน้น ทั้งปัญหากฎหมายบ้านเมือง ปัญหาการเมือง ผลประโยชน์ส่วนตัว ทัศนคติ รวมแล้วสารพัดปัญหาตั้งแต่ในบ้าน ในที่ทำงาน พ่อแม่พี่น้องเพื่อนร่วมงานพูดจาหารือกันไม่ได้เลยเข้าหน้ากันไม่ติดเพราะชอบคนละอย่าง ชอบคนละสี คิดคนละอย่าง เห็นต่างได้นะครับแต่มันต้องมีความร่วมมือเกิดขึ้นให้ได้ บนท้องถนนก็มีปัญหา ต่างจังหวัด ถึงในสภา มีการยุบสภาแล้วก็เลือกตั้งไม่ได้ ชาวไร่ชาวนาเดือดร้อน หนี้สินล้นพ้นตัว ข้าวราคาตก ยางราคาตก จ่ายเงินค่าจำนำข้าวไม่ได้อะไรเหล่านี้ล้วนมีปัญหาทั้งสิ้น นักลงทุนต่างชาติเขาก็เตรียมจะย้ายหนี เพราะไม่เชื่อมั่นว่ามันจะปลอดภัย ไม่นึกว่าพ้นจากปัญหาน้ำท่วมแล้วจะมาเจอปัญหาความแตกแยกในสังคมไทยที่น่าอยู่แบบเดิมๆ ไป จนทำมาหากินไม่ได้ แล้วก็มีหลายอย่างที่เป็นการทุจริตนะครับ เราจะต้องนำสิ่งเหล่านี้เข้าสู่กระบวนการแก้ไขให้ได้ทั้งหมด เราไม่อาจใช้อำนาจอื่นๆ ได้นอกจากกระบวนการยุติธรรมเท่านั้น ให้มีโอกาสต่อสู้คดีกันด้วยหลักฐานที่ถูกต้อง” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า คสช.และรัฐบาลก็ได้แถลงว่าการที่เราขอเวลาเข้ามาแก้ปัญหาเดิม ๆ นั้นก็เพื่อที่จะขอเวลาทำในเรื่องของการยุติความขัดแย้ง และคืนความสุขให้แก่ประชาชนแน่นอน ไม่ทุกคนคงพอใจไม่ได้ทั้งหมด แต่อย่างน้อยมันก็ทำให้เกิดเห็นภาพอันชัดเจนขึ้นว่า ความสุขของทุกคนเนี่ย มันมีหลายคนหลายพวก หลายหมู่หลายเหล่านะ ไม่ใช่เฉพาะกลุ่มนี้ กลุ่มโน้นมันไม่ได้การทำอะไรต่างๆ นั้นที่ทำให้คนส่วนใหญ่นั้นมันยากที่จะทำให้ทุกคนพอใจทั้งหมด แต่มันเป็นอนาคต เราจะได้สามารถก้าวไปข้างหน้า ทุกคนมีทางเลือก มีโอกาส เราจะต้อง วางรากฐานเพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านั้นที่คั่งค้างมายาวนาน รวมไปถึงการเตรียมการแก้ปัญหาใหม่ที่จะเกิดขึ้น อย่างนี้เขาถึงเรียกว่ “ปฏิรูปประเทศ” มันจะต้องมียุทธศาสตร์ที่ชัดเจน เป้าหมาย เราจะก้าวเดินต่อไปอย่างไร ทิศทางใด มีกรอบให้ชัดเจนขึ้น มองภาพอนาคตให้เห็นให้ชัดเจนคสช.และรัฐบาล ต้องขอบคุณที่ 2 ปีมานี้ ประชาชนโดยทั่วไปต่างให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี กระตือรือร้นช่วยกันรักษาความสงบเรียบร้อย แก้ไขปัญหา และพัฒนาประเทศ ช่วยเป็นหูเป็นตาให้รัฐบาลดังที่ผมได้รับข่าวจากพี่น้องทั้งหลาย ทั้งจากศูนย์ดำรงธรรม ศูนย์ร้องทุกข์อื่นๆ สื่อออนไลน์ และจดหมายที่ส่งตรงถึงผมทุกวันซึ่งผมได้อ่านทุกฉบับที่ส่งมา ทั้งภาคเอกชนเองก็ร่วมจับมือกันริเริ่มโครงการพัฒนาเรียกว่าสานพลังแนวทาง “ประชารัฐ” เพื่อช่วยเสริมโครงการของรัฐในด้านที่ตนถนัด
“รัฐบาลต้องขออภัย ที่ 2 ปีมานี้อาจทำให้สิทธิเสรีภาพบางอย่างของท่าน ไม่อาจใช้ได้เต็มที่อย่างที่ควรจะเป็นที่ท่านต้องการ แต่ขอยืนยันว่าเราได้ทำเท่าที่จำเป็น และอยู่ภายใต้กรอบของหลักนิติธรรม ไม่ได้อยากทำอะไรตามอำเภอใจเพื่ออำนาจ เพื่อสร้างความหวาดกลัว หรือปราศจากเหตุผล หรือกลั่นแกล้งผู้ใดเลย ถ้าไม่มีเรื่องมันไม่ต้องใช้หรอก มันเป็นการยากที่รัฐบาลจะอธิบายเหตุผลความจำเป็นดังกล่าวแก่ท่านทุกคนให้เข้าใจตรงกันในเวลาเดียวกัน เพราะแต่ละคนยังไม่เปลี่ยนแปลงตนเองอย่างที่ท่านทราบอยู่แล้วว่าวันนี้ที่เราเข้ามาทำอะไร รัฐบาลทราบทุกอย่างประชาชนอาจจะยังไม่ทราบทั้งหมด ซึ่งตนก็ไม่อาจจะสามารถเอามาพูดได้ทั้งหมดในเวลานี้ ตนคิดว่าท่านเข้าใจและคงคิดอย่างเดียวกับรัฐบาล
ในขณะเดียวกันโดยส่วนตัวแล้ว ผมต้องขออภัยพี่น้องประชาชน เพื่อนร่วมงาน ข้าราชการและสื่อมวลชนด้วย ที่บางครั้งด้วยนิสัยของผมในความเป็นทหารด้วยความตั้งใจ ความมุ่งมั่นและความรู้สึกว่าต้องทำงานแข่งกับเวลา อาจทำให้ผมแสดงกริยาที่ไม่เหมาะสม หงุดหงิดอารมณ์เสียไปบ้าง ก็ต้องขอโทษด้วยแล้วกัน ไม่มีเจตนาอะไรกับใครทั้งสิ้นทั้งนี้เพื่อให้การเดินหน้าการหน้าทำงานตามนโยบายของ คสช.และรัฐบาล ไปได้โดยเร็ว ในเรื่องสำคัญก็คือเราจำเป็นต้องจัดให้มีรัฐธรรมนูญขึ้นเพื่อสำหรับใช้เป็นกติกา ก็ยกตัวอย่างเช่นเราจะเล่นกีฬาอะไรก็ตาม ไม่มีกติกามันเล่นไม่ได้ เริ่มต้นให้ได้ก่อนกติกาว่ายังไง วันนี้มีกติกาดีกว่าไม่มีแล้วมันไปแก้ไขอะไรไม่ได้ทั้งสิ้นต่อจากนั้นจึงค่อยพูดกันถึงคนเล่นว่าจะทำยังไงกันต่อไป จะปรับให้มีแท็คติกอะไรกันต่างๆ กฎข้อห้ามก็ต้องตามมาอีก รัฐธรรมนูญก็ต้องมีกฎหมายลูก กฎหมายอื่นๆ กฎหมายกระทรวง ระเบียบสำนักนายก มันต้องสอดคล้องกันทั้งหมด ไม่ใช่รัฐธรรมนูญเป็นตัวกำหนดเองทั้งหมด กรอบกว้างๆจากนั้นกฎหมายทุกกฎหมายก็ตามมาจากรัฐธรรมนูญ ” พลเอกประยุทธ์ กล่าว
นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า วันนี้ทุกคนให้ความสำคัญกับรัฐธรรมนูญถูกต้อง แต่ไม่สนใจกับกฎหมายที่รองรับอยู่ข้างล่างหรือกฎหมายทั่วไป แบบนี้มันไม่ใช่ เพราะทุกกฎหมายมันต้องอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ ถ้าท่านเคารพรัฐธรรมนูญท่านก็ต้องให้ความสำคัญกับกฎหมายทุกฉบับด้วย เพราะนั้นคือประเด็นสำคัญของผม ตอนนี้เป็นการร่างในครั้งที่ 2 ครั้งแรกได้มอบคณะกรรมการชุดอาจารย์บวรศักดิ์เป็นผู้ยกร่างกติกาเหล่านี้ ก็ทั้งหลายอย่างก็อยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ถึงแม้จะไม่ผ่านความเห็นชอบก็ตาม ก็ต้องจัดทำใหม่แล้วก็ให้คณะกรรมการ แล้วก็ให้คณะกรรมการชุดอาจารย์มีชัยเข้ามา ทั้ง 2 คณะก็มีความตั้งใจอย่างสูงยิ่งในการที่จะทำให้บ้านเมืองพ้นผ่านไปได้ จะเห็นว่ามีกติกาหลายอย่างขึ้นมา กติกาเหล่านั้นเกิดมาจากอะไรล่ะ ก็ต้องเกิดมาจากสิ่งที่ผิดพลาดในอดีต เพื่อจะสร้างอนาคตให้ได้ก่อนในช่วงนี้ในช่วงเปลี่ยนผ่านให้ได้ เรากำลังจะลงประชามติกันในอีก 2 วันนี้ ตนขอเชิญชวนพี่น้องทุกท่านที่อายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไปออกไปใช้สิทธิลงประชามติ ให้ไปถล่มถลาย ตนไม่ต้องการเท่านั้นเปอร์เซ็นต์ เท่านี้เปอร์เซ็นต์ ไปให้มากที่สุดเป็นประวัติศาสตร์ชาติไทย ตขอร้องท่านไปให้เต็มไม่ต้องกลัว แสดงความคิดเห็นได้อย่างเต็มที่แล้วใครก็ตามที่ทำให้เกิดความสับสนวุ่นวาย อลหม่าน เกิดการบาดเจ็บสูญเสียหรืออะไรก็แล้วแต่จะลงโทษอย่างเด็ดขาดในทุกอำนาจที่ผมมีอยู่ท่านจะลงมติอย่างไรก็สุดแท้แต่วิจารณญาณของท่าน ตามความพอใจของท่าน แต่กรุณาคิดถึงบ้านเมือง คิดถึงอนาคต นึกถึงลูกหลานของเรา นึกถึงความมีเสถียรภาพของรัฐบาล นึกถึง RoadMap อะไรต่างๆเหล่านี้ อย่าใช้อารมณ์ความรู้สึกที่มีคนมาสร้างภาพกลับไปกลับมากันอยู่ตอนนี้อย่าสับสน
“ท่านมีชัยก็ได้ออกมาชี้แจ้งแล้ว ทาง สนช. ท่านประธาน สนช.ก็ได้ออกมาชี้แจ้งแล้วทั้งในเรื่องของรัฐธรรมนูญ เรื่องคำถามพ่วงอะไรเหล่านี้ 1 คน 1 เสียง ผมก็มี 1 เสียงเท่าท่านนั้นล่ะ เพราะฉะนั้นใครก็ตามที่ออกมาพูดแสดงความคิดเห็นเหล่านี้ ตนก็ไม่ได้ห้ามอะไร เพราะฉะนั้นท่านจะมาห้ามนี้โน้นกับผมตลอดเวลามันก็ไม่ได้ เราจะทำให้บ้านเมืองเดินหน้าไปได้มันก็ต้องมีกติกากันบ้างการลงประชามติเป็นโอกาส จึงอย่าให้โอกาสนี้เป็นประเด็นความขัดแย้งขึ้นมาใหม่ เป็นวิกฤติการณ์ทำร้ายประเทศรัฐบาลยอมรับได้ทุกอย่างและขอให้ทุกท่านยอมรับเช่นเดียวกันว่ามันจะเกิดอะไรตามมา ถ้าหากผ่านหรือไม่ผ่าน บ้านเมืองของเราจะเดินต่อไปอย่างสงบสุขได้หรือไม่ นี้คือกติกานั้นเองและถ้า “ผ่าน”ก็จะมีการประกาศใช้ มีการจัดทำกฎหมายที่จำเป็นต่อการเลือกตั้ง แล้วจัดให้มีการเลือกตั้ง ซึ่งตาม RoadMap ที่ผมเคยแถลงหลายครั้งแล้ว ทั้งในประเทสและต่างประเทศ ก็คือภายในปี 2560/ถ้า “ไม่ผ่าน”เรายังมีความจำเป็นต้องจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อยู่ดี จะต้องทำให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ไม่ให้กระทบกับ RoadMap ซึ่งหลายคนจับจ้องตรงนี้ ถ้าตรงนี้มันไปไม่ได้มันก็ถึงตรงโน้นไม่ได้และท้ายสุดก็ต้องกดดันรัฐบาล คสช. อยู่ ดีผมขอให้พี่น้องทุกท่านอย่าได้วิตกกังวลกับสถานการณ์ ของประเทศชาตินั้น จะเปลี่ยนแปลงด้วยประเด็นเหล่านี้ไม่ได้นะครับ ด้วยความขัดแย้งด้วยการลงประชามติไม่ได้เลย ผมไม่ยอมอยู่แล้ว ทุกอย่างต้องเดินหน้าไปตามนี้ ถึงอย่างไรประโยชน์ของบ้านเมืองก็ต้องมาก่อน ประโยชน์ส่วนบุคคลมีได้อย่างถูกกฎหมายแต่ต้องมาทีหลัง การทำงานถ้าไม่มีกรอบเดินหน้าไม่ได้ ไม่ว่าจะวิธีใดก็ตาม ” พลเอกประยุทธ์ กล่าว
ส่วนร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านหรือไม่ผ่าน บ้านเมืองของเราก็ยังมีเรื่องต้องทำอีกมาก จะรอรัฐบาลหน้าแล้วค่อยทำไม่ได้ ที่ผ่านมาเราก็รอมานานแล้ว เช่น การฟื้นฟูเศรษฐกิจ และการบรรเทาทุกข์เกษตรกรที่เป็นความยั่งยืน เรายังจะต้องผลักดันการปฏิรูปประเทศหลายๆด้าน ลดความเหลื่อมล้ำ การดูแลเด็ก ดุแลผู้สูงวัย ผู้ด้อยโอกาส การศึกษา การรักษาพยาบาล เยอะแยะไปหมด งบประมาณก็จำกัด มันจะต้องพัฒนาไปหมดนั้นแหละ ผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจจากภายใน ปรับโครงสร้างการผลิต โครงสร้างพื้นฐาน ต้องวางรากฐานการจัดการศึกษา การรักษาพยาบาลให้มันดีขึ้นกว่าเดิม แก้ไขกฎหมายและกฎระเบียบต่างๆ ตลอดจนขจัดการคอรัปชั่นให้ได้มากที่สุด มันไม่ได้แก้ง่ายๆ ต้องแก้ทั้งระบบ หลายคนเกี่ยวข้อง สั่งไปอย่างเดียวมันก็ไม่ได้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์อยู่แล้ว ต้องติดตาม ดำเนินคดีเยอะแยะไปหมด มันเป็นภาระที่รุงรังอยู่ขณะนี้ ดังนั้นไม่ว่าร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านหรือไม่ผ่าน เราก็คงต้องรักษาคำพูด ว่าเราจะอยู่เคียงคู่พี่น้องประชาชนต่อไปเท่าที่เวลาเปิดโอกาสให้ทำ เพื่อจะดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองตราบจนกระทั่งสามารถส่งต่อภารกิจให้รัฐบาลใหม่หลังเลือกตั้งได้เรียบร้อยโดยไม่มีการสืบทอดอำนาจ ทุกอย่างจะเป็นไปโดยวิถีทางประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญไม่ว่าฉบับนี้หรือฉบับไหนก็ตาม และจะไม่ยอมให้ผู้ใดก่อความเดือดร้อนวุ่นวาย ฉวยโอกาสทำผิดกฎหมาย สร้างความขัดแย้ง หรือขัดขวางการพัฒนาและการปฏิรูปประเทศเป็นอันขาด
เมื่อผลการออกเสียงประชามติปรากฏชัดเจนไม่ว่าจะเป็นประการใด คสช.และรัฐบาลจะได้ชี้แจงแนวทางปฏิบัติให้ทราบเพื่อให้ทุกอย่างเดินหน้าโดยราบรื่น พี่น้องทั้งหลายจะได้คลายกังวลว่าทุกอย่างยังอยู่ใต้การดูแลเป็นปกติเหมือนสองปีที่ผ่านมาที่ท่านไว้ใจเรา และผมจะได้ชี้แจงแนวทางดังกล่าวผ่านทางสื่อมวลชนให้ท่านทราบอย่างเป็นทางการอีกครั้งหนึ่ง


