'ประยุทธ์' มาดเข้มชุดทหาร แจงเหตุผลรับร่างรัฐธรรมนูญ

"พล.อ.ประยุทธ์" ใส่ชุดทหาร "จปร." ครบ 129 ปี แจงเหตุผลประกาศรับร่างรัฐธรรมนูญ-คำถามพ่วง ชี้อนาคตต้องเดินหน้า
เมื่อเวลา 09.30น.ที่โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า (ร.ร.นายร้อยจปร.) พล.อ.หญิงสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เสด็จฯเป็นองค์ประธานในพิธีวันคล้ายวันพระราชกำเนิดโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าครบ 129 ปี พร้อมทรงวางพานพุ่มและจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายสักการะพระบรมรูป ร.5 ณ ศาลาวงกลม ก่อนจะเสด็จเข้าหอประชุมโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า เป็นประธานในพิธีถวายสังฆทานแด่พระสงฆ์ 10 รูป โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม พร้อมนายทหารชั้นผู้ใหญ่เฝ้ารับเสด็จ
ก่อนรับเสด็จ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แถลงข่าวว่า วันนี้เป็นวันมหามงคลที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ทรงพระราชทานกำเนิดโรงเรียนนายร้อยที่เป็นแหล่งกำเนิดของนายทหารทุกคน ตนก็เป็นศิษย์เก่าที่นี่ และเคยเป็นทหาร อีกทั้งก็ใส่เครื่องแบบทหารนอกราชการมา โดยวันนี้ตนมาในสองสถานะคือ ตำแหน่งนายกฯ ที่เป็นหัวหน้ารัฐบาลมาร่วมพิธีเพื่อเป็นเกียรติ และมาในฐานะศิษย์เก่า ตอนนี้สถานการณ์บ้านเมืองปกติ เนื่องจากความมีเสถียรภาพทางการเมือง และการรักษาความมั่นคง รวมถึงการรักษาสภาพให้ประเทศชาติสามารถเดินหน้าได้ ทั้งนี้ตนอยากพูดในฐานะหัวหน้าคสช. ว่าเราเข้ามาเพื่อทำให้บ้านเมืองมีความสงบเรียบร้อยมากขึ้น จนมีความเป็นเสถียรภาพ เพื่อเดินหน้าประเทศไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยที่เป็นสากล ทั้งนี้ประเทศมีบทเรียนที่จำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนและมีรัฐธรรมนูญ รัฐบาลที่เหมาะสมในการเปลี่ยนผ่านประเทศให้ได้อย่างที่ประชาชนส่วนใหญ่ต้องการ ตั้งแต่22 พ.ค. 2557 เป็นต้นมา
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า รัฐบาลและคสช.เดินหน้ามาโดยลำดับทุกอย่างมีความก้าวหน้าแต่ปัญหาความขัดแย้งยังมีอยู่จะเห็นได้ว่ารัฐบาลพยายามอย่างเต็มที่ ในการให้สิทธิเสรีภาพกับประชาชนอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายที่มีอยู่ อย่างไรก็ตามรัฐธรรมนูญทุกฉบับที่ผ่านมาก็มีทั้งดี ดีมาก และดีน้อยแต่ไม่มีรัฐธรรมนูญฉบับไหนถูกใจคนได้ 100% คงเป็นไปได้ยากซึ่งหลายประเทศก็เป็นแบบบ้านเรา ตลอดเวลาที่ผ่านมาเราก็พยายามเดินหน้าปฏิรูปให้ได้เพื่อให้เป็นไปตามพื้นฐานของประเทศ โดยตนคำนึงถึงว่าเราจะอยู่ต่อไปอย่างไรในวันหน้า โดยที่ไม่มีความขัดแย้งเกิดขึ้นอีก ซึ่งเราก็ดำเนินการตามหลักการที่มีอยู่ รวมถึงแม่น้ำ 5 สาย ซึ่งทุกคนต้องนำไปเป็นบรรทัดฐาน
“รัฐบาลไม่ต้องการสืบทอดอำนาจ ผมพูดเสมอว่าเราจะต้องเลือกตั้งปี2560 เพราะเป็นสัญญาที่ให้ไว้ทั้งในและต่างประเทศ และเราต้องมองว่าสิ่งใดจะเข้าไปสู่กระบวนการเหล่านั้นได้คือการร่างรัฐธรรมนูญ แต่ก็มีปัญหาเกิดขึ้นมาอีก ผมอยากให้เข้าใจว่าเราต้องการเดินหน้าประเทศ และทำอย่างไรให้ประเทศชาติมีเสถียรภาพมีอีกอย่างน้อย 5 ปีมองในแง่อายุของรัฐบาลการเลือกตั้งและแผนการปฏิรูป ซึ่งสิ่งเหล่านี้แต่อยู่ในวงรอบ 5 ปี พร้อมทั้งสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โดยมุ่งหวังว่าใครผมหรือใครแต่เป็นเรื่องของกลไกต่าง ๆ ตามวิถีทางประชาธิปไตยที่จะเกิดขึ้นต่อไปหลังการลงประชามติ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ขอยืนยันว่าเราดำเนินการทุกอย่างอย่างเต็มที่และทั่วถึงประชาชนที่พยายามลดความเหลื่อมล้ำและสร้างเศรษฐกิจให้ดีขึ้น ทั้งนี้ตนไม่อยากให้มองว่าการร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นการร่างโดยทหาร แต่เป็นการร่างโดยคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.)ซึ่งทหารเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการจัดกระบวนการให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญโดยมีการนำเอาพื้นฐานของเดิม ปัจจุบันและอนาคตมาใส่ไว้ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ถ้าไม่ทำแบบนี้ทุกอย่างก็จะเป็นแบบเดิม ดังนั้นจำเป็นต้องมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขึ้นมาให้ได้เพื่อให้ทันตามโรดแมปที่ประกาศไว้ ส่วนที่วิจารณ์ว่าทำไมไม่ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมนั้น ตนยืนยันว่าประชาชนมีส่วนร่วมตามขั้นตอนอยู่แล้ว มีเพียงบางพวกเท่านั้นที่ไม่ให้ความร่วมมือ ซึ่งตนก็ไปบังคับไม่ได้ ในส่วนของการทำประชามติถ้าคิดว่าเป็นการสืบทอดอำนาจ ตนก็ไม่จำเป็นต้องไปประกาศไว้แบบนั้นทั้งให้มีการเลือกตั้งและการทำประชามติเพราะรัฐธรรมนูญ(ชั่วคราว) กำหนดไว้ชัดเจน
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ตนไม่ได้วาดภาพความน่ากลัวแต่ต้องการสร้างความรับรู้ว่าเราจะอยู่ต่อไปอย่างไรในอนาคต ซึ่งสิ่งที่จะเกิดขึ้นสองวันข้างหน้านี้ถือเป็นอนาคตของประเทศให้ใครมาบิดเบือนหรือชี้นำในทางที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งไม่อยากให้นำปัญหาเดิมจนทำให้เกิดความขัดแย้งขึ้นอีก เพราะวันนี้ทุกอย่างดีขึ้นแล้ว อย่างไรก็ตามขอให้ประชาชนอดทนสักระยะหนึ่ง อย่าขัดแย้งกันด้วยเรื่องการลงประชามติ
ทั้งนี้ตนพูดในความเห็นส่วนตัวและเป็นเรื่องของตนคิดว่าน่าจะพูดได้บ้างเหมือนกันเพราะหลาย ๆ ท่านก็ออกมาพูด ทั้งในเวทีเปิดและเวทีปิดกันเยอะเเยะในส่วนตัวของตนหลายท่านถามมาหลายครั้งแล้วว่าตนมีความคิดเห็นอย่างไร กับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ตนขอตอบในฐานะที่เป็นประชาชนคนหนึ่ง ขอให้แยกให้ออกจากตำแหน่ง หัวหน้าคสช.และตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งตนขอยืนยันว่าไม่ใช่เป็นการชี้นำเพราะหลายคนก็พูดเลอะเทอะกันไปหมด ตนก็น่าจะพูดได้ ทั้งนี้ตนได้ปรึกษาฝ่ายกฏหมายมาแล้ว
“ในส่วนตัวผมก็จะไปร่วมลงประชามติในฐานะประชาชนคนหนึ่ง และจะลงเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญร่วมถึงคำถามพ่วงประชามติ เพราะถ้าเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งก็ไปไม่ได้ ทุกอย่างจะกลับไปที่เดิมและที่สำคัญเราต้องใช้เวลาที่เหลือร่างกฏหมายลูกซึ่งยังมีอีกหลายขั้นด้วยกันทั้งการออกพ.ร.บ.และกฏกระทรวง ระเบียบสำนักงานนายกรัฐมนตรี รวมถึงระเบียบอื่น ๆ ที่มีข้อเกี่ยวพันเชื่อมโยงที่จะทำให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไปสู้การปฏิบัติได้ ดังนั้นร่างรัฐธรรมนูญไม่สามารถนำไปสู่การปฏิบัติเองได้แต่เราได้เพื่อการบริหารราชการแผ่นดิน แต่กฎหมายลูกจะเป็นกฏหมายที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนโดยรวม ซึ่งจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยรับฟังความคิดเห็นทุกภาคส่วน ถือว่าเป็นคนละขั้นตอน”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า เราอย่ามาทะเลาะเรื่องรัฐธรรมนูญกันอีกเลยขอให้ดูและพิจารณาให้ดี ในส่วนของตนเองก็ได้ผ่านการพิจารณาด้วยตัวเองเเล้วและก็รับได้ ซึ่งตนไม่ถือว่าเป็นการโน้มน้าวเเละชักชวนแล้วเเต่ประชาชนจะตัดสินใจ อย่ามาว่าตน เพราะตนเปิดทุกอย่างให้แล้ว ถ้าตนจะเป็นเผด็จการอย่างที่หลาย ๆ คนว่ามาก็ไม่จำเป็นจะต้องให้มีการลงประชามติและไม่ต้องประกาศให้มีการเลือกตั้งในปี 60 ตนอยากให้ทุกคนมองกันตรงนั้น อย่าไปกลัวว่าทหารจะไม่ชวนเหลือ ดูแลท่าน อย่างไรก็ต้องดูแล ไม่ว่าอยู่ในฐานะใด หรือมีรัฐบาลมาจากไหน ทหารก็ยังเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาสไม่มีเปลี่ยนแปลง ไม่ต้องกลัวเพราะเราเกิดมากับคำว่าชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์และประชาชน







