คดีร้อน ซ้อมเมียสาหัส! "พ.ต.ท." เปิดใจทำไปเพราะห่วงลูก-ลั่นไม่เมาไม่มีกิ๊ก ด้านผกก.สภ.เมืองสมุทรสาคร สั่งฟันทั้งอาญาและวินัย
จากเหตุการณ์ที่ นางอู๊ด จันทร์สูตร อายุ 78 ปี ชาวจ.สระแก้ว ได้ร้องต่อทางมูลนิธิปวีณา หงสกุล เพื่อเด็กและสตรี ว่าบุตรสาวอายุ 51 ปี ถูกนายตำรวจยศ "พ.ต.ท." สภ.เมืองสมุทรสาคร ซึ่งเป็นสามีทำร้ายร่างกายจนเจ็บอาการสาหัสนอนพักรักษาตัวอยู่ที่ห้อง ICU โรงพยาบาลสมุทรสาครนั้น
ต่อมา เมื่อเวลาประมาณ 09.00 น. ของวันที่ 3 สิงหาคม 2559 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ สภ.เมืองสมุทรสาคร เพื่อเข้าพบ พ.ต.ท.บุญเรือง สาระรัมย์ สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร โดยทางด้าน พ.ต.ท.บุญเรือง ได้เปิดเผยว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเนื่องจาก ตนมีความเครียดในเรื่องการทำงานและปรากฏว่า เมียต้องการจะเอาลูกไป และยั่วอารมณ์โมโห ซึ่งตนรักลูกมาก ซึ่งลูกขาดโรงเรียนไม่ได้อีกแล้ว เนื่องจากเขาเคยพาลูกหนีไปจนลูกไม่ได้ไปเรียนหลายสัปดาห์ โรงเรียนก็คาดโทษไว้
“ ถ้าลูกขาดเรียนอีก จะถูกถอนชื่อออก ลูกผมก็ต้องไม่ได้เรียนหรือเรียนซ้ำชั้น ซึ่งผมไม่สามารถยอมรับได้ เมื่อเขาบอกจะเอาลูกไป ถ้าผมไม่ได้จ่ายเงินให้ตามสัญญาที่ให้ไว้ สำหรับผมนั้นก็อยู่ด้วยกันพร้อมครอบครัว โดยผมหาให้ทุกอย่าง ซึ่งเขาสงสัยว่า ผมมีกิ๊ก โดยความจริงผมไม่มี ผมไปกับเพื่อน โดยไปตามประสาความเครียด ” พ.ต.ท.บุญเรือง กล่าว
พ.ต.ท.บุญเรือง ระบุก่อนเกิดเหตุ เขาไม่ได้อยู่บ้าน เขาพาลูกไปอยู่ที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่ตำบลบางโทรัด อ.เมืองสมุทรสาคร และกลับมาตอนเช้าโทรมาบอกว่า อย่าเพิ่งมาทำงาน บอกให้รอเขาก่อนคุยกันก่อน เมื่อมาถึง เขาก็ทวงเงินว่า หลายเดือนแล้วยังไม่ได้ให้เงินเขาตามสัญญาเลย เดือนละ 10,000 บาท บังเอิญเงินเดือนผมก็ถูกตัดหมด เงินประจำตำแหน่งก็ไม่มี ค่าใช้จ่ายทุกอย่างต้องจับโน่นแปะนี่ เพื่อให้อยู่รอด ค่าใช้จ่ายประจำเดือนตน ก็ต้องเคลียร์หมด ตนก็ขอเวลาเขาว่า อย่ากดดันกันเกินได้ไหม เพราะตนก็ต้องทำงานทุกวันไม่ได้ไปไหน
พ.ต.ท.บุญเรือง กล่าวอีกว่า สำหรับสิ่งที่เกิดขึ้นตนก็ทำรุนแรง แต่เนื่องจากมันได้กระทำไปแล้ว ซึ่งตนก็ได้พยายามแก้ไขอยู่ไปบอกเขาทุกวัน และก็ได้เข้าวัดทุกวันสวดมนต์ขอพรให้เขาและก็ไปเยี่ยม ค่าใช้จ่ายตนยินดีจ่ายค่ารักษาทั้งหมด โดยตอนที่ทำนั้นเป็นช่วงเช้าของวันที่ 27 กรกฎาคม 2559 ตนไม่ได้เมา ซึ่งช่วงที่ทำไปมีสติสัมปชัญญะทุกอย่าง เป็นเพราะโมโหเรื่องลูก ยอมรับไม่ได้ ที่เขาจะพาลูกตนไปที่อื่น โดยไม่พาไปโรงเรียน
“ผมพร้อมให้การและบอกผู้บังคับบัญชา ตนยินดีเข้ามาในทันที ผมเป็นบุคคลอยู่ในกระบวนยุติธรรม เมื่อผมทำผิดแล้ว ผมต้องยินยอมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามกฏหมายทุกอย่างโดยไม่มีข้อแม้ ผมไม่ทำให้กระบวนการยุติธรรมเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายลำบากใจ เพราะผมก็เป็นบุคคลหนึ่งในกระบวนการยุติธรรมทางอาญาในเมื่อตัวเองกระทำและตกเป็นผู้ต้องหาผมก็ปฏิบัติตามสมควร แต่ผมก็มีสิทธิ์ก็ขอสิทธิ์ผมบ้างอย่าประจานผมจนเกินไป ผมไม่ได้เป็นผู้ร้ายอาชีพหรือผู้ร้ายสำคัญ ที่จะไปกระทบส่วนรวมที่ผมทำเป็นเรื่องเฉพาะตัว”
ส่วนทางด้าน พ.ต.อ.สุระพรรณ นาตวรทัต ผกก.สภ.เมืองสมุทรสาคร กล่าวถึงความคืบหน้าเรื่องดังกล่าวว่า ขณะนี้ทางผู้บังคับบัญชาได้ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก ซึ่งได้มีการดำเนินคดีทั้งอาญาและวินัย โดยอาญาข้อหาทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายสาหัส และพ.ร.บ.ความรุนแรงในครอบครอง ส่วนด้านวินัย ทางภูธรจังหวัดสมุทรสาครได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบโดยภายใน 15 วัน ต้องรายงานผล
ซึ่งในเรื่องส่วนตัวของ พ.ต.ท.บุญเรือง สาระรัมย์ หลังจากได้ยื่นเรื่องลาพักผ่อนไป ขณะนี้ก็ได้เรียกตัวมารับทราบข้อกล่าวหาตามปกติ ไม่ได้หลบหนี ส่วนผู้เสียหายก็ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ไปคอยดูสังเกตุการณ์รอบๆ บริเวณโรงพยาบาลสมุทรสาคร ซึ่งท่าทีในขณะนี้ของทาง พ.ต.ท.บุญเรืองฯ พบว่า เขาเป็นห่วงเรื่องลูก ภรรยาได้รับบาดเจ็บ ตัวเขาเองก็ถูกดำเนินคดี
ผกก.สภ.เมืองสมุทรสาคร กล่าวอีกว่า ทางตำรวจได้ประสานทางพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์และญาติให้มาดูแลเด็กก่อน ส่วนสาเหตุนั้นเป็นเรื่องภายในครอบครัว เพราะมีเรื่องทะเลาะกันเป็นประจำและก็เคยมีเรื่องกันจนให้ทางพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ช่วยไกล่เกลี่ยมาแล้ว จนมาเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น





