วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ศาลไต่สวนเครือข่ายฯฟ้องนายกฯ โครงสร้างเงินเดือนเหลื่อมล้ำ

ศาลปกครองกลาง เริ่มไต่สวนแสวงหาข้อเท็จจริง หลัง "สหภาพพยาบาล – สหพันธ์ปลัดอำเภอ จับมือเครือข่ายข้าราชการพลเรือนไทย" ฟ้องนายกรัฐมนตรี

ที่ศาลปกครองกลาง ถ.แจ้งวัฒนะ วันที่ 1 ส.ค.59 สหภาพพยาบาลแห่งประเทศไทย นำโดย น.ส.มัลลิกา ลุนจักร์ ประธานสหภาพพยาบาลแห่งประเทศไทย
, สหพันธ์ปลัดอำเภอแห่งประเทศไทย นำโดยนายบุญญฤทธิ์ นิปวณิชย์ประธานสหพันธ์ปลัดอำเภอแห่งประเทศไทย และตัวแทนภาคีเครือข่ายข้าราชการพลเรือนไทย ได้เดินทางมาตามหมายเรียกของศาลปกครองกลาง เพื่อให้ถ้อยคำ ข้อเท็จจริง ต่อตุลาการศาลปกครองกลางเจ้าของสำนวน 125/2559 ในคดีที่ น.ส.มัลลิกา และพวก113ราย ยื่นฟ้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ,นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ผู้รับชอบดำเนินการแทนนายกฯ ,นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณาเงินเดือนแห่งชาติ ( กงช.) , กงช. ก.พ. , เลขาธิการสำนักงาน ก.พ. , คณะกรรมการมาตรฐาน การบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น ( ก.ถ.) , ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้ถูกฟ้องที่ 1-9 ต่อศาลเมื่อวันที่ 29 เม.ย.59 เรื่องกระทำการมิชอบ กรณีความเหลื่อมล้ำของเงินเดือนและค่าตอบแทนอื่นๆ รมทั้งความเจริญก้าวหน้าในอาชีพข้าราชการพลเรือนสามัญ ที่แตกต่างจากข้าราชการกลุ่มอื่นๆ

โดยผู้ฟ้อง ขอให้ศาลปกครองกลาง มีคำสั่ง ให้นายกฯ ผู้ถูกฟ้องที่ 1 สั่งการเร่งด่วนเป็นหนังสือราชการ หรือคำสั่งในฐานะหัวหน้า คสช. ที่อาศัย รัฐธรรมนูญฯ ชั่วคราว พ.ศ.2557 มาตรา 44 แก้ปัญหาระบบค่าตอบแทนของข้าราชการทุกประเภท ตลอดจนจัดระบบเงินเดือน เพดานเงินเดือนและสวัสดิการลูกจ้างภาครัฐทุกประเภทให้เหมาะสมใหม่ทั้งระบบ โดยให้ดำเนินการตาม มติ ครม.วันที่ 20 เม.ย.58 ภายใน 60 วันโดยให้แล้วเสร็จไม่เกิน 180 วัน

และขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอน กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง หรือนิติกรรมทางปกครองใดๆ ที่ผู้ถูกฟ้องทั้งเก้า และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้กระทำไป เช่น รายงานการประชุม มติความเห็นชอบ ซึ่งเป็นการใช้ดุลพินิจเลือกปฏิบัติ ทำให้เกิดความไม่เท่าเทียม เกิดความเหลื่อมล้ำเรื่องเงินเดือน เงินประจำตำแหน่งเงินเพิ่มอื่นๆ รวมทั้งขอให้เพิกถอน กฎ ระเบียบ คำสั่งเกี่ยวกับการปรับบัญชีเงินเดือน การเปลี่ยนระบบบริหารงานบุคคลจากระบบจำแนกตำแหน่งตามระดับ (ซี) ไปสู่ระบบการจำแนกประเภทตำแหน่ง (แท่ง) ของข้าราชการประเภทต่างๆ ไว้จนกว่าจะมีการออกกฎหมายปรับปรุงระบบบริหารงานบุคคลและได้ข้อยุติเพดานเงินเดือนของข้าราชการทุกประเภททั้งระบบ และขอให้ผู้ถูกฟ้องทั้งเก้า แต่งตั้งคณะกรรมการกลางอิสระว่าด้วยค่าตอบแทนรัฐ เพื่อปรับปรุงโครงสร้างองค์กร อัตราเงินเดือนและค่าตอบแทนบุคลากรภาครัฐทั้งระบบโดยมีคณะทำงานเครือข่ายข้าราชการพลเรือนไทย ที่ได้รับผลกระทบเดือดร้อนเสียหายร่วมพิจารณาและดำเนินการ นอกจากนั้นขอศาลสั่งให้ ผู้ถูกฟ้องทั้งเก้า ชดใช้เยียวยาความเสียหาย และชดเชยค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้อำนาจทางปกครองเลือกปฏิบัติไม่ชอบด้วยกฎหมาย ที่ผู้ฟ้องต้องเสียโอกาสก้าวหน้าในอาชีพ เป็นรายบุคคลตามตำแหน่งหน้าที่ที่ได้รับผลกระทบทั้งในอดีตย้อนไปก่อนปี 2551 และจากปี 2551 จนถึงปัจจุบัน และที่จะมีต่อไปในอนาคตเป็นจำนวนเงินที่คำนวณจากเงินเดือน, ค่าตอบแทนและผลประโยชน์จากการสูญเสียโอกาส พร้อมดอกเบี้ย

โดยนายบุญญฤทธิ์ นิปวณิชย์ประธานสหพันธ์ปลัดอำเภอแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ที่ผ่านมาทางภาคีเครือข่ายข้าราชการพลเรือนไทย ได้ร้องเรียนต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้แก้ปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำของเงินเดือน และเงินตอบแทนอื่นๆ ที่เกิดขึ้นแล้ว แต่ก็ไม่ได้รับการแก้ไขปัญหาดังกล่าว จึงต้องฟ้องคดีต่อศาลปกครอง เพราะเชื่อว่าศาลปกครองจะให้ความยุติธรรมได้ โดยไม่ว่าศาลจะตัดสินอย่างไร กลุ่มก็พร้อมยอมรับ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การไต่สวนวันนี้ เป็นการไต่สวนเพื่อศาลแสวงหาข้อเท็จจริงจากคู่ความ ประกอบการพิจารณารายละเอียดคำฟ้องและข้อกฎหมายต่างๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อมีคำพิพากษาทางคดีอย่างหนึ่งอย่างใดต่อไป

ขณะที่วันเดียวกันนี้ สหภาพพยาบาลแห่งประเทศไทย ได้ยื่นฟ้อง คณะกรรมการสภาการพยาบาล ผู้ถูกฟ้อง เรื่องละเลยต่อการปฏิบัติหน้าที่ด้วย กรณีเพิกเฉยไม่พิจารณาคำร้องของสมาชิกพยาบาลวิชาชีพ ที่ขอให้เปิดประชุมวิสามัญเพื่อพิจารณาความเดือดร้อนและปัญหาสมาชิกพยาบาลวิชาชีพ เพื่อนำสู่การแก้ไข พ.ร.บ.วิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ พ.ศ.2528 ตามที่ได้รัฐบาลได้ออก พ.ร.ฎ.การทบทวนความเหมาะสมของกฎหมาย พ.ศ.2558ให้ดำเนินการพิจารณา แต่สภาการพยาบาล พิจารณาโดยไม่รับฟังเสียงสมาชิก และละเลยคำร้องขอ ของสมาชิกที่เรียกร้องตาม มาตรา 12 (2)