วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ชี้ลงทะเบียนรายได้น้อย หนึ่งในแผนสวัสดิการสังคม

"นายกรัฐมนตรี" ชี้ ลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยเป็นหนึ่งในแผนบูรณาการสวัสดิการสังคม ระบุไม่เกี่ยวการเก็บภาษี หรือประเมินภาษีรายได้

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “คืนความสุขให้คนในชาติ” ถึงการลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อย ว่า สำหรับผู้ว่างงานหรือผู้มีรายได้ไม่เกิน 1 แสนบาทต่อปี สัญชาติไทย และอายุ 18 ปีขึ้นไป ในช่วง 15 กรกฎาคม ถึง 15 สิงหาคม 1 เดือน เท่านั้น ณ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน และ ธกส. ทุกสาขาทั่วประเทศ ข้อมูลดังกล่าวนั้นจะเชื่อมโยงไปยังฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรของกระทรวงมหาดไทย เพื่อประมวลผลข้อมูลผู้มีรายได้น้อย จริงๆ มีการประเมินอยู่แล้ว ทีนี้ถ้าสามารถจะแยกได้โดยเจ้าของเอง ก็จะชัดเจนขึ้น จะได้มีการตรวจสอบกับข้อมูลอื่นๆ ได้ด้วย เพื่อเราจะได้สามารถนำไปใช้ในการจัดสวัสดิการสังคมได้ในอนาคต ของเดิมอย่าห่วง ไม่มีการตัดอะไรทั้งสิ้น อย่างน้อยก็เท่าเดิมอยู่ในระยะแรก ต่อก็จะพัฒนาให้มากขึ้นเมื่อเรามีรายได้ของประเทศมากขึ้น

โดยโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐนี้ เป็นหนึ่งในการบูรณาการฐานข้อมูลสวัสดิการสังคม ตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเรื่องระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ ทั้งนี้ก็เพื่อให้การออกแบบสวัสดิการ มีความเหมาะสม สมเหตุสมผล ไม่ให้มีการใช้งบประมาณแบบ “เหวี่ยงแห” ลงไป หรือประชานิยมในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง จนบางครั้งไม่ตรงกลุ่มเป้าหมาย ไม่ตรงความต้องการที่แท้จริง ทุกพวกก็กลับสู่ที่เดิมหมด ที่ผ่านมาทั้งหมดเป็นอย่างนั้นอยู่ ต้องเปลี่ยนแปลง จะทำให้เราประหยัดงบประมาณลงได้มาก เพื่อจะใช้ได้ถูกต้อง ทำให้ไม่สิ้นเปลืองงบประมาณแผ่นดิน หรือใช้เงินภาษีประชาชน อย่างไม่มีประสิทธิภาพ

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า อย่าไปเชื่อว่าจะเอามาใช้ประโยชน์เพื่อเก็บภาษี เมื่อตัวเลขของการประเมินภาษีหรือรายได้ที่ได้รับ ก็แจ้งเพื่อตัวเองอยู่แล้ว รายได้ไม่ถึงก็ไม่เสียภาษีอยู่แล้ว รัฐบาลจะไปเก็บภาษีจากคนไม่มีรายได้เพียงพอเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว อย่าไปเชื่อเขา มีแต่ว่าถ้ารัฐบาลมีสตางค์มากขึ้น เศรษฐกิจดีขึ้น เป็นไปได้หรือไม่ที่จะหาเงินให้ ใส่ในบัญชีให้ ในขณะที่หลายประเทศเขาก็ทำแบบนี้ เพื่อจะส่งเสริมความเข้มแข็งเป็นรายครอบครัว รายครัวเรือนอะไรทำนองนี้ เพื่อให้เขาสามารถที่จะยกระดับรายได้เขาให้มากขึ้น เพื่อจะไปสู่ฐานภาษีในอนาคต คือมีรายได้เพียงพอแล้วก็สูงกว่าเกณฑ์ที่ยกเว้นภาษี ไม่ดีใจหรือที่เราพ้นจากสถานะเหล่านั้นได้ เราต้องช่วยตัวเอง รัฐบาลก็จะช่วยในสิ่งที่ถูกต้อง สิ่งที่เราทำได้ ไม่ได้ประชาสัมพันธ์ หรือโฆษณาชวนเชื่อ เพราะฉะนั้นทุกคนต้องเรียนรู้สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่ง กับประเทศชาติก็คือ คำว่ายุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่ตนกล่าวมาหลายครั้งแล้ว ก็ยังมีการบิดเบือนอยู่ ตนขอทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องนี้อีกครั้ง หลายประเทศนั้นก็มีการทำยุทธศาสตร์ชาติ รอบบ้านเราก็มีทุกประเทศ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดการพัฒนาประเทศ โดยมีทิศทางที่ชัดเจน ประเทศไทยไม่เคยมีมาก่อนเลย ตนก็ไม่ทราบเพราะเหตุใด วันนี้เรามี “วิสัยทัศน์” ของประเทศเป็นหลักชัย แต่ทั้งนี้ก็จะทำอย่างไรที่จะบรรลุสู่เป้าหมายก็คือ “ความมั่นคง ความมั่งคั่ง และอย่างยั่งยืน” ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มีหลักการอยู่แล้วบ ทางวิชาการก็มีอยู่ จำเป็นต้องมียุทธศาสตร์ชาติ เพื่อจะใช้ในการขับเคลื่อนและปฏิรูปประเทศ

“ ทำอย่างไรให้ประเทศไทย ในอีก 20 ปีข้างหน้านั้นจะเกิดความเป็นธรรมในสังคม และลดความเหลื่อมล้ำได้ทุกมิติ มีระบบเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง มีเศรษฐกิจดิจิทัลนะครับ ทรัพยากรและสิ่งแวด ล้อมได้รับการดูแล การพัฒนาทั้งในภาคเกษตร ภาคอุตสาหกรรม และภาคบริการ มีความเข้มแข็ง แล้วก็ประชาชนมีรายได้สูงขึ้น เพียงพอ มีคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนดีขึ้นประเทศไทยเป็นฐานการผลิตที่มีขีดความสามารถในการแข่งขัน ในเวทีระดับโลก โดยจะต้องมีการการบริหารจัดการภาครัฐนะครับ ที่เป็นระบบ แบบบูรณาการ แล้วก็การให้บริหารภาครัฐ ที่มีธรรมาภิบาล เน้นการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน รองรับการพัฒนาอย่างมั่นคงและยั่งยืน เพื่อจะรองรับการพัฒนาอย่างมั่นคงและยั่งยืน แล้วก็ให้มีทรัพยากรมนุษย์ที่มีศัยกภาพนะครับ คนไทยนั้นจะต้องรักการศึกษาเพื่อพัฒนาตนเองตลอดชีวิต มีจิตสำนึกในความเป็นไทย โดยยึดมั่นในสถาบันหลักของชาติ อันได้แก่ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ทั้งนี้ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีนั้น จะเป็นเพียงกรอบแนวทางกว้างๆ เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติ ในอนาคตซึ่งจะ ประกอบไปด้วยยุทธศาสตร์ 6 ด้าน ยุทธศาสตร์ก็คือสิ่งที่เขียนไว้กว้างๆ แต่จะทำหรือไม่ทำก็เป็นเรื่องของฝ่ายบริหาร ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว